อูดิเนเซ 343 ซัคเคโรนีทำให้สามกองหน้าทำงานกับทีมขนาดเล็กอย่างไร

อัลแบร์โต ซัคเคโรนี ผู้ฝึกสอนอูดิเนเซ

อูดิเนเซ 343 เกิดจากการแก้สถานการณ์ที่มีผู้เล่นน้อยกว่าคู่แข่ง ก่อนอัลแบร์โต ซัคเคโรนีจะนำรูปแบบนั้นมาใช้ตั้งแต่ต้นเกมในสัปดาห์ถัดไป การเปลี่ยนแปลงช่วงเดือนเมษายน 1997 ทำให้อูดิเนเซจบอันดับห้าและได้ไปยูฟ่าคัพเป็นครั้งแรก แล้วพัฒนาต่อจนจบอันดับสามในฤดูกาล 1997/98

ระบบนี้มีสามกองหน้าคือเปาโล ป็อกจี โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ และมาร์ซิโอ อาโมโรโซ แนวรับสามคนมีความต่อเนื่อง แดนกลางแบ่งงานตรงกลางกับริมเส้น และการจบสกอร์มีทั้งลูกกลางอากาศกับการเคลื่อนที่ของคนรอบกองหน้าตัวกลาง

อูดิเนเซ 343 จากการทดลองสู่สามสี่สาม

ใบแดงที่ตูรินเปิดทางให้แนวรับสามคน

ซัคเคโรนีรับงานเดือนมิถุนายน 1995 ฤดูกาลแรกเขาพาทีมซึ่งเพิ่งกลับสู่เซเรีย อาจบอันดับสิบ ในฤดูกาล 1996/97 อูดิเนเซยังใช้ 4–4–2 ในการแข่งขัน แม้จะทดลอง 3–4–3 บ่อยครั้งในเกมฝึกซ้อม จุดเปลี่ยนเกิดวันที่ 13 เมษายน 1997 เมื่อทีมไปเยือนยูเวนตุสจ่าฝูงที่เดลเล อัลปี

เรฌิส เฌอโนซ์ถูกไล่ออกเพราะประท้วงผู้ตัดสินตั้งแต่นาที 4 ซัคเคโรนีไม่ถอดกองหน้าเพื่อส่งกองหลังลงแทน ทีมจึงเล่นต่อด้วยโครงสร้าง 3–4–2 และชนะ 3–0 อาโมโรโซยิงจุดโทษก่อนพัก เบียร์โฮฟฟ์เพิ่มประตูต้นครึ่งหลัง และอาโมโรโซยิงอีกครั้งเป็นประตูที่สาม

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา อูดิเนเซเยือนปาร์มาซึ่งอยู่อันดับสอง คราวนี้ซัคเคโรนีเริ่มเกมด้วย 3–4–3 อย่างเป็นทางการและชนะ 2–0 ทีมเดินหน้าชนะฟิออเรนตินา 3–2 เวโรนา 3–0 และปิอาเชนซา 4–0 ก่อนปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะโรมา 3–0 วันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งรับรองสิทธิ์ยูฟ่าคัพครั้งแรกของสโมสร

อัฒจันทร์ภายในสนามฟุตบอลในเมืองตูริน
อัฒจันทร์ภายในสนามฟุตบอลในเมืองตูริน ใช้เป็นภาพบริบทระบบการแข่งขัน ไม่ใช่ภาพอูดิเนเซปี 1997/98

เบียร์โฮฟฟ์ ป็อกจี และอาโมโรโซแบ่งงานอย่างไร

ศูนย์หน้าตัวจบกับคู่สนับสนุน

เบียร์โฮฟฟ์เป็นจุดจบสกอร์หลักตรงกลาง ป็อกจีทำหน้าที่สนับสนุนเขา ส่วนอาโมโรโซเพิ่มผู้เล่นที่โจมตีประตูจากตำแหน่งกองหน้า ช่วงแรกซัคเคโรนียังไม่ให้อาโมโรโซลงสม่ำเสมอ แต่เมื่อเบียร์โฮฟฟ์บาดเจ็บและตัวเลือกอื่นไม่พร้อม ชาวบราซิลได้ออกตัวจริงพบฟิออเรนตินาวันที่ 15 ธันวาคม 1996 และยิงทั้งสองประตูในชัยชนะ 2–0

เกมกับยูเวนตุสแสดงการแบ่งประตูชัดเจน อาโมโรโซทำสองประตู ขณะที่เบียร์โฮฟฟ์ทำอีกหนึ่ง ป็อกจีเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ลง เมื่อเฌอโนซ์รับใบแดง โลคาเตลลีถูกเปลี่ยนออกและโมฮัมเหม็ด การ์โกลงมาแทน เหตุการณ์นี้จึงเป็นขั้นทดลองของแนวรับสามคน ส่วนสามประสานเต็มรูปแบบเริ่มในเกมปาร์มาสัปดาห์ถัดมา

ฤดูกาล 1997/98 ป็อกจียังเป็นคู่สนับสนุนของเบียร์โฮฟฟ์ แต่ผู้เล่นคนที่สามปรับตามความพร้อม เมื่ออาโมโรโซบาดเจ็บจากเกมอตาลันตาวันที่ 18 มกราคมและพักประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง โตมัส โลคาเตลลีเข้ามาเป็นกองหน้าคนที่สาม การรักษาจำนวนสามตำแหน่งด้านหน้าไว้จึงอาศัยตัวสำรอง ไม่ได้ผูกระบบไว้กับรายชื่อเดิมทุกนัด

วิงแบ็กกับพื้นที่ด้านข้าง

เฮลเวก บาคินี และวาเลมสร้างจังหวะจากริมเส้น

โทมัส เฮลเวกเป็นตัวเลือกด้านขวาในทีมชุดแรกของซัคเคโรนี ขณะที่ฤดูกาล 1997/98 สโมสรเพิ่มมาร์ติน ยอร์เกนเซน และโจนาธาน บาคินีกลายเป็นตัวเลือกริมเส้นของทีมชุดใหญ่ บันทึกของสโมสรระบุว่าบาคินีกับโยฮัน วาเลมทำงานบนแนวด้านข้างทั้งเกมรุกและเกมรับ จึงทำให้กองหน้าสามคนมีผู้ส่งบอลจากริมสนามโดยไม่ปล่อยงานรับทั้งหมดให้กองหลังสามคน

เกมยูฟ่าคัพกับอาแจ็กซ์วันที่ 4 พฤศจิกายน 1997 ให้ภาพของการเชื่อมริมเส้นกับหน้าประตู ป็อกจียิงนาที 26 หลังความผิดพลาดของซันเดย์ โอลิเซห์ จากนั้นเฮลเวกส่งบอลให้เบียร์โฮฟฟ์ยิงประตูที่สองนาที 33 อูดิเนเซชนะนัดนั้น 2–1 แต่ตกรอบเพราะแพ้เกมแรก 0–1 และกฎประตูทีมเยือน

อีกตัวอย่างเกิดวันที่ 21 ธันวาคมเมื่ออูดิเนเซพบอินเตอร์จ่าฝูง บาคินีเปิดบอลจากด้านซ้ายในนาที 91 เบียร์โฮฟฟ์โหม่งเป็นประตูเดียวของเกม ชัยชนะ 1–0 ทำให้อินเตอร์แพ้ในลีกเป็นครั้งแรกของฤดูกาล จังหวะนี้เชื่อมบทบาทผู้เล่นริมเส้นกับคุณสมบัติลูกกลางอากาศของศูนย์หน้าตรงๆ

อาคารอารีนา ชีวิกาในมิลาน
อาคารอารีนา ชีวิกาในมิลาน ใช้เป็นบริบทฟุตบอลอิตาลี ไม่ใช่ทางเข้าสนามฟริอูลี

อันดับสามสะท้อนผลของระบบอย่างไร

จากอันดับสิบสู่อันดับห้าและอันดับสาม

ผลงานสามฤดูกาลของซัคเคโรนีขยับตามลำดับ อันดับสิบใน 1995/96 มาก่อนการใช้ 3–4–3 ในการแข่งขัน อันดับห้าใน 1996/97 ตามหลังการเปลี่ยนระบบช่วงท้าย และอันดับสามใน 1997/98 เกิดเมื่อทีมใช้องค์ประกอบดังกล่าวต่อเนื่อง อูดิเนเซจบฤดูกาลสุดท้ายด้วย 64 คะแนน ตามหลังยูเวนตุสกับอินเตอร์

เบียร์โฮฟฟ์ยิง 27 ประตูและเป็นดาวซัลโวเซเรีย อา มากกว่าโรนัลโดของอินเตอร์สองประตู เขายังยิงประตูที่ 1,000 ของอูดิเนเซในเซเรีย อาในชัยชนะวิเชนซา 3–1 นัดสุดท้าย ขณะเดียวกันแนวรับที่ซัคเคโรนีกล่าวถึงภายหลังประกอบด้วยวาเลริโอ เบอร์ล็อตโต อเลสซานโดร คาโลรี และอเลสซานโดร ปิเอรินี

ช่วงท้ายฤดูกาล อูดิเนเซชนะนาโปลี 3–1 ชนะอตาลันตา 1–0 จากประตูคาโลรีนาที 91 และชนะวิเชนซา 3–1 สามนัดนี้ยกทีมจาก 55 เป็น 64 คะแนน จบเหนือโรมาห้าคะแนน และได้ไปยูฟ่าคัพเป็นปีที่สองติดต่อกัน

อูดิเนเซ 343 จึงมีลำดับพัฒนาที่เห็นได้จากเกมจริง เริ่มจากการรักษากองหน้าไว้หลังใบแดงที่ตูริน กลายเป็น 3–4–3 ตั้งแต่นัดปาร์มา แล้วใช้ผู้เล่นริมเส้นส่งบอลให้กองหน้าในฤดูกาลถัดมา เบียร์โฮฟฟ์เป็นผู้จบหลัก ป็อกจีช่วยเชื่อมกับเขา และอาโมโรโซหรือโลคาเตลลีเติมตำแหน่งที่สาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO