สนามใหม่ท็อตแนม 2019 ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน ก่อนที่แฟนสเปอร์สจะได้เห็นบ้านหลังใหม่ของทีมเป็นครั้งแรก พวกเขาต้องผ่านช่วงเวลาที่ทีมรักต้องไปเล่นเกมเหย้าอยู่บนสนามของคนอื่นมาก่อนเกือบสองฤดูกาลเต็ม เรื่องราวของสนามหลังนี้จึงไม่ใช่แค่การเล่าว่าเปิดใช้วันไหนหรือจุคนได้เท่าไร แต่รวมถึงช่วงเปลี่ยนผ่านที่หลายคนมักลืมไปว่ากินเวลานานกว่าที่คิด
ทีมเล่นที่ไหนระหว่างรอสนามใหม่

ระหว่างที่สนามเดิมอย่างไวต์ ฮาร์ต เลน ถูกทุบทิ้งเพื่อสร้างสนามใหม่ ท็อตแนมต้องใช้สนามเวมบลีย์เป็นบ้านเหย้าชั่วคราว โดยใช้เต็มทั้งฤดูกาล 2017/18 และเกือบทั้งฤดูกาล 2018/19 ยกเว้นเพียง 5 นัดเท่านั้น ก่อนหน้านั้นในฤดูกาล 2016/17 ทีมยังใช้ไวต์ ฮาร์ต เลน เป็นสนามเหย้าหลักในลีก แต่ต้องย้ายไปเล่นเกมเหย้าในถ้วยยุโรปที่เวมบลีย์เพราะข้อจำกัดเรื่องความจุจากงานก่อสร้าง นั่นหมายความว่าตลอดช่วงเปลี่ยนผ่านทั้งหมด ท็อตแนมใช้เวมบลีย์เป็นสนามเหย้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งฤดูกาลครึ่งติดต่อกัน ก่อนจะได้ย้ายเข้าสนามของตัวเองอีกครั้งในเดือนเมษายน 2019 ช่วงเวลาที่ต้องเล่นนอกบ้านยาวนานขนาดนี้เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก ทั้งที่ส่งผลต่อบรรยากาศการเชียร์และความรู้สึกเป็นเจ้าบ้านของทีมไม่น้อยเลย
สนามใหม่เปิดใช้วันไหน

ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 เมษายน 2019 นัดแรกที่สนามแห่งนี้เป็นเกมพรีเมียร์ลีกที่ท็อตแนมเปิดบ้านชนะคริสตัล พาเลซ 2-0 โดยซน ฮึง-มิน เป็นผู้ทำประตูแรกอย่างเป็นทางการของสนามแห่งนี้ การได้กลับมาเล่นในบ้านของตัวเองอีกครั้งหลังต้องยืมสนามคนอื่นอยู่นานถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของสโมสร เพราะนอกจากจะได้สนามที่ทันสมัยกว่าเดิมแล้ว ยังเป็นการปิดฉากช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยืดเยื้อมานานเกือบสองปีอีกด้วย ไวต์ ฮาร์ต เลน สนามเดิมที่ท็อตแนมใช้เป็นบ้านมาก่อนหน้านั้น จึงกลายเป็นเพียงความทรงจำที่ถูกแทนที่ด้วยสนามหลังใหม่ที่ใหญ่กว่าและทันสมัยกว่าอย่างสิ้นเชิง
ความจุและขนาดเป็นอย่างไร
สนามแห่งนี้มีความจุ 62,850 ที่นั่ง ทำให้เป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอังกฤษ รองจากเวมบลีย์และโอลด์แทรฟฟอร์ดเท่านั้น และเป็นสนามของสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในกรุงลอนดอน พื้นที่ใช้สอยของสนามยังมีขนาดใหญ่เกือบสองเท่าของไวต์ ฮาร์ต เลน สนามเดิม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของสโมสรที่ต้องการยกระดับทุกอย่างขึ้นไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นจำนวนที่นั่ง สิ่งอำนวยความสะดวก หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนาม การก้าวขึ้นมาเป็นสนามอันดับสามของประเทศยังทำให้ท็อตแนมกลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีศักยภาพด้านรายได้จากวันแข่งขันสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีกไปโดยปริยาย
สนามนี้มีอะไรที่สนามอื่นไม่มี
จุดที่ทำให้สนามแห่งนี้แตกต่างจากสนามฟุตบอลทั่วไปคือพื้นหญ้าที่สามารถแบ่งเป็นสามส่วนแล้วเลื่อนเก็บลงไปใต้อัฒจันทร์ฝั่งใต้ได้ทั้งหมด เผยให้เห็นพื้นสนามอเมริกันฟุตบอลที่ซ่อนอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นหญ้าเพียง 1.6 เมตร ระบบนี้ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับการแข่งขัน NFL London Games ทำให้สนามแห่งนี้เป็นสนามฟุตบอลแห่งแรกในโลกที่มีพื้นหญ้าแบบแบ่งส่วนเลื่อนได้สำหรับใช้จัดเกมกีฬาอเมริกันฟุตบอลโดยเฉพาะ นอกจากนี้สนามยังใช้จัดการแข่งขันรักบี้ทั้งลีกและยูเนียน คอนเสิร์ต และรายการมวยได้ด้วย ทำให้กลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรมที่หลากหลายกว่าสนามฟุตบอลทั่วไปอย่างชัดเจน
การย้ายสนามส่งผลต่อสโมสรอย่างไร
การมีสนามใหม่ที่ใหญ่ขึ้นและทันสมัยขึ้นย่อมส่งผลต่อศักยภาพของสโมสรในหลายด้าน ทั้งจำนวนผู้ชมที่รองรับได้มากขึ้นในแต่ละนัด รายได้จากตั๋วเข้าชมและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสนาม รวมถึงโอกาสในการจัดกิจกรรมนอกฤดูกาลฟุตบอลที่หลากหลายขึ้น การที่สนามสามารถใช้จัดได้ทั้งฟุตบอล อเมริกันฟุตบอล รักบี้ และคอนเสิร์ต ยังเป็นแหล่งรายได้เสริมที่สโมสรไม่เคยมีมาก่อนในยุคที่ยังเล่นอยู่ที่ไวต์ ฮาร์ต เลน เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทางตั้งแต่ต้องอพยพไปเล่นที่เวมบลีย์นานเกือบสองปี จนถึงวันที่ได้ย้ายเข้าสนามใหม่ในเดือนเมษายน 2019 จะเห็นได้ว่าความอดทนในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นแลกมาด้วยสนามที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของวงการฟุตบอลอังกฤษในปัจจุบัน สำหรับแฟนบอลที่เคยเดินทางไปเชียร์ทีมที่เวมบลีย์ตลอดสองฤดูกาลนั้น การได้กลับมายืนอยู่ในสนามที่ใกล้ย่านเดิมของสโมสรอีกครั้งก็มีความหมายไม่น้อยไปกว่าตัวเลขความจุหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้นเลย
สรุปเส้นทางกว่าจะได้บ้านหลังใหม่
หากนับตั้งแต่ฤดูกาล 2016/17 ที่ต้องเริ่มยืมเวมบลีย์เล่นเกมยุโรปบางนัด ต่อเนื่องไปจนถึงสองฤดูกาลเต็มที่ต้องใช้เวมบลีย์เป็นบ้านเหย้าหลัก ก่อนจะย้ายเข้าสนามจริงในเดือนเมษายน 2019 จะเห็นว่าช่วงเปลี่ยนผ่านทั้งหมดกินเวลารวมกันเกือบสามฤดูกาล ซึ่งยาวนานกว่าที่แฟนบอลทีมอื่นในพรีเมียร์ลีกต้องเผชิญเวลาสร้างสนามใหม่ของตัวเอง เพราะสโมสรส่วนใหญ่มักใช้เวลาเพียงหนึ่งฤดูกาลในการย้ายไปเล่นสนามชั่วคราวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างที่ล่าช้ากว่ากำหนดเดิม หรือความซับซ้อนของงานวิศวกรรมที่ต้องใส่พื้นสนามแบบเลื่อนได้เข้าไปด้วย ก็ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้กำหนดเปิดใช้สนามต้องเลื่อนออกไปจากแผนเดิมหลายครั้ง ความยาวนานของช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เองที่ทำให้เรื่องราวของสนามใหม่ท็อตแนมไม่ได้เป็นแค่เรื่องของอิฐและปูน แต่เป็นเรื่องของความอดทนของแฟนบอลที่ต้องรอคอยบ้านหลังใหม่มานานกว่าที่ใครจะคาดคิด

