ล็องส์แชมป์ 1998 ทีมเลอแกลร์กกับเส้นทางถึงคืนที่โอแซร์

ดาเนียล เลอแกลร์ก ผู้ฝึกสอนล็องส์

ล็องส์แชมป์ 1998 คือแชมป์ดิวิชัน 1 ครั้งแรกของราซิง คลับ เดอ ล็องส์ ทีมของดาเนียล เลอแกลร์กไม่ได้เริ่มจากการเป็นเต็งที่ไร้จุดอ่อน ฤดูกาลก่อนหน้าพวกเขาต้องสู้เพื่ออยู่รอดจนจบอันดับ 13 แต่การเปลี่ยนหัวหน้าโค้ช การเสริมสเตฟาน ซิอานีกับอันโต ดร็อบเนียก และผลงานครึ่งฤดูกาลหลังพาทีมขึ้นนำ ก่อนต้องการเพียงหนึ่งแต้มในนัดสุดท้ายที่โอแซร์

ทีมก่อนฤดูกาลเปลี่ยนงานโค้ชอย่างไร

ช่วงต้นปี 1997 โรเจอร์ เลอแมร์เข้ามาช่วยให้ล็องส์รอดตกชั้น โดยมีเลอแกลร์กเป็นผู้ช่วย เมื่อเลอแมร์ไปร่วมทีมงานของเอเม ฌักเกต์ในทีมชาติฝรั่งเศสก่อนฟุตบอลโลก 1998 สโมสรจึงเลื่อนเลอแกลร์กจากหมายเลขสองขึ้นคุมทีมชุดใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารับงานหัวหน้าโค้ชในดิวิชัน 1 หลังเคยเป็นผู้เล่นสำคัญของสโมสรและทำงานในฝ่ายฝึกสอนมาก่อน

การเปลี่ยนตำแหน่งไม่ได้รื้อขุมกำลังทั้งหมด แกนที่เติบโตกับสโมสรยังมีฌอง-กีย์ วัลเลม กัปตันทีม เอริก ซิโกรา ซีริล มาญิเยร์ เฟรเดริก เดอู และฟิลิปป์ บรูแนล เว็บไซต์ทางการของล็องส์เรียกกลุ่มนี้ว่ารุ่นที่ฝึกกับสโมสร แล้วอธิบายว่าซิอานีคือชิ้นส่วนใหม่ที่เข้ามารวมกับพวกเขา เลอแกลร์กยังได้ดร็อบเนียกมาเพิ่มตัวเลือกตรงหน้า

ล็องส์แชมป์ 1998 ใช้ผู้เล่นกลุ่มใดต่อเนื่อง

กีโยม วาร์มูซเฝ้าเสาครบ 34 นัดลีก ซิโกราลง 33 นัด วัลเลม 28 นัด มาญิเยร์ 26 นัด และโยอัน ลาชอร์ 27 นัด แดนกลางมีซิอานี 32 นัด บรูแนล 33 นัด และมิกกาแอล เดอแบฟ 29 นัด ตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นว่าเลอแกลร์กมีแกนประจำในแต่ละแนว

ผลงานรวมของล็องส์ในลีกคือ 34 นัด ชนะ 21 เสมอ 5 แพ้ 8 ยิง 55 และเสีย 30 ประตู ได้ 68 แต้ม ช่วงต้นฤดูกาลทีมไม่แพ้สิบนัดแรกที่โบลาร์ ส่วนครึ่งฤดูกาลหลังเก็บชัยชนะ 13 นัดตามบันทึกของสโมสร ความสม่ำเสมอหลังปีใหม่จึงมีน้ำหนักมากต่อการขยับจากกลุ่มตามขึ้นไปเป็นผู้นำ

มุมภายในสนามเวลอโดรมที่เห็นพื้นสนามและอัฒจันทร์ใต้หลังคา
พื้นสนามและอัฒจันทร์ใต้หลังคาเวลอโดรมในปี 2015 ใช้เป็นภาพบริบทฟุตบอลฝรั่งเศส

แนวรุกกับกองกลางเชื่อมกันแบบไหน

ดร็อบเนียกเป็นผู้ทำประตูลีกสูงสุดของทีมด้วย 14 ประตู โทนี แวเรลส์ยิง 9 วลาดิเมียร์ ชมิเซอร์ยิง 7 และซิอานียิง 11 ประตูจากแดนกลาง การกระจายนี้ทำให้แนวรุกไม่ได้มีผู้จบสกอร์เพียงคนเดียว ข้อมูลแอสซิสต์ยังระบุซิอานี 7 ครั้ง บรูแนล 5 ครั้ง ชมิเซอร์ 4 ครั้ง และแวเรลส์ 3 ครั้ง จึงเห็นผู้เชื่อมเกมมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง

เกมสุดท้ายที่โอแซร์มีภาพการประสานงานที่บันทึกโดยสโมสร นาที 10 ซิอานีเลี้ยงจากฝั่งซ้าย หลบเพื่อเปิดพื้นที่แล้วส่งให้ชมิเซอร์หน้าประตู แต่จังหวะถูกยกธงล้ำหน้า นาที 25 แวเรลส์รับบอลหลังแนวรับก่อนยิงเฉียดเสา ต่อมาเขาปั่นอีกครั้งจนผู้รักษาประตูปัดออก เหตุการณ์เหล่านี้ยืนยันว่ากองกลางกับแนวรุกพยายามโจมตีทั้งจากบอลจ่ายทะลุและการพาบอลสร้างมุมยิง

ประตูตีเสมอแสดงการเชื่อมจากแนวลึก นาที 53 เดอูรับบอลในวงกลมกลางสนาม แตะหลบแล้วจ่ายด้วยข้างเท้าด้านนอกให้ลาชอร์วิ่งเข้าไปในพื้นที่ แบ็กซ้ายลังเลว่าจะเปิด ก่อนเลือกยิงผ่านผู้รักษาประตูเป็น 1-1 เดอูเล่าลำดับจากวงกลมกลางสนามถึงจังหวะยิงของลาชอร์ด้วยตนเองในรายงานสโมสร

ก่อนนัดสุดท้ายทีมต้องการผลใด

การแข่งขันเปลี่ยนทิศในนัดที่ 30 เมื่อล็องส์บุกชนะเม็ตซ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นจ่าฝูง 2-0 ซิอานีเรียกเกมนี้ว่าจุดเปลี่ยน และเลอแกลร์กถามผู้เล่นในห้องแต่งตัวว่าต้องการเป็นแชมป์หรือไม่ ชัยชนะที่เม็ตซ์อยู่ภายในชุดผลงานชนะลีกเจ็ดนัดติดต่อกันช่วงท้าย ซึ่งพาล็องส์ขึ้นนำและไปโอแซร์ในฐานะจ่าฝูง

ก่อนเริ่มนัดที่ 34 วันที่ 9 พฤษภาคม ล็องส์มี 67 แต้ม ส่วนเม็ตซ์มี 65 แต้ม เงื่อนไขจึงตรงไปตรงมา เสมอที่อับเบ-เดช็องส์ก็เพียงพอให้ล็องส์เป็นแชมป์ทันที หากล็องส์แพ้และเม็ตซ์ชนะลียง ตำแหน่งจะเปลี่ยนมือ สโมสรระบุเงื่อนไขนี้ไว้ในบททบทวนเกม

สถานการณ์ยากขึ้นเมื่อลามูชียิงให้โอแซร์นำในนาที 13 และเม็ตซ์ขึ้นนำลียงในอีกสนาม ล็องส์จึงหล่นจากจ่าฝูงชั่วคราว ครึ่งแรกทีมสร้างโอกาสแต่ยังตาม 0-1 หลังพักครึ่งพวกเขายังต้องหาประตูเดียวให้ได้ เพราะหนึ่งแต้มจะคืนเส้นทางสู่ถ้วยตามเงื่อนไขก่อนเกม

มุมภายในสนามเวลอโดรมจากอัฒจันทร์ที่เห็นพื้นสนามและผู้ชม
มุมจากอัฒจันทร์ภายในสนามเวลอโดรมในปี 2015 ใช้เป็นภาพบริบทฟุตบอลฝรั่งเศส

ประตูลาชอร์ยืนยันแชมป์อย่างไร

จังหวะนาที 53 เปลี่ยนทั้งผลการแข่งขันและอันดับชั่วคราว เดอูจ่ายให้ลาชอร์ทะลุจากฝั่งซ้าย ก่อนแบ็กวัย 22 ปียิงตีเสมอ ล็องส์รักษาสกอร์ 1-1 จนจบเกม ขณะที่เม็ตซ์ชนะลียง ผลสองสนามทำให้ทั้งสองทีมจบที่ 68 แต้มเท่ากัน แต่ล็องส์ยังเป็นอันดับหนึ่งและได้แชมป์ตามผลต่างประตู

ตารางสุดท้ายช่วยยืนยันระยะห่าง ล็องส์ยิง 55 เสีย 30 ผลต่างบวก 25 ส่วนเม็ตซ์ยิง 48 เสีย 28 ผลต่างบวก 20 ความได้เปรียบห้าประตูจึงเป็นตัวแบ่งอันดับหลังแต้มเท่ากัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เล่นล็องส์ ภารกิจในวันนั้นยังคงเป็นการทำให้ผลเสมอเกิดขึ้น ลาชอร์จึงไม่ได้ยิงประตูสวยงามที่ไม่มีผลต่อถ้วย แต่ยิงประตูที่ทำให้ทีมกลับเข้าสู่เงื่อนไขแชมป์โดยตรง

สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสบันทึกล็องส์เป็นแชมป์ฤดูกาล 1997/98 และสโมสรเรียกวันที่ 9 พฤษภาคม 1998 ว่าจุดสูงสุดของแชมป์ครั้งแรก เส้นทางนั้นเริ่มจากเลอแกลร์กรับงานต่อจากเลอแมร์ ใช้แกนเดิมร่วมกับซิอานีและดร็อบเนียก เร่งผลงานในครึ่งฤดูกาลหลัง แล้วปิดงานด้วยบอลจากเดอูถึงลาชอร์ ล็องส์แชมป์ 1998 จึงเชื่อมการจัดทีม การสร้างโอกาส และเงื่อนไขหนึ่งแต้มเข้ากับเหตุการณ์เดียวที่โอแซร์ได้ครบถ้วน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO