ล็องส์แชมป์ 1998 ทีมเลอแกลร์กกับเส้นทางถึงคืนที่โอแซร์

อัฒจันทร์สองชั้นของสนามบอลาแอร์-เดอเลอลิสในเมืองล็องส์ มีลวดลายตัวอักษร RC บนที่นั่งสีขาวดำและแฟนบอลสวมเสื้อแดงเหลือง

ล็องส์แชมป์ 1998 คือเรื่องราวของราซิงคลับล็องส์ สโมสรจากภาคเหนือของฝรั่งเศสที่คว้าแชมป์ลีกเอิงสมัยแรกและสมัยเดียวในประวัติศาสตร์สโมสรจนถึงปัจจุบัน ภายใต้การคุมทีมของดาเนียล เลอแกลร์ก โค้ชที่ได้รับฉายาว่า “เดอะดรูอิด” ความสำเร็จครั้งนี้มาถึงจุดสุดท้ายในค่ำคืนที่สนามอับเบเดช็องส์ เมืองโอแซร์ เมื่อประตูของโยอัน ลาชอร์ยืนยันตำแหน่งแชมป์ให้กับทีมได้สำเร็จ

ทีมก่อนฤดูกาลเปลี่ยนงานโค้ชอย่างไร

ก่อนฤดูกาล 1997/98 จะเริ่มต้น ล็องส์แต่งตั้งดาเนียล เลอแกลร์กเข้ามาคุมทีมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 1997 นั่นหมายความว่าเขาเข้ามารับตำแหน่งก่อนฤดูกาลจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การเปลี่ยนโค้ชกลางฤดูกาลแบบที่หลายทีมมักประสบเมื่อผลงานย่ำแย่ การได้เตรียมทีมล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงปิดฤดูกาลทำให้เลอแกลร์กมีเวลาวางระบบและปรับขุมกำลังตามแนวทางของตัวเองได้เต็มที่ตั้งแต่นัดแรก ฤดูกาลนั้นลีกเอิงยังใช้รูปแบบ 34 นัดต่อฤดูกาลซึ่งต่างจาก 38 นัดในปัจจุบัน ทำให้ทุกนัดมีความสำคัญต่อการลุ้นแชมป์มากกว่าปกติ เพราะมีจำนวนนัดให้แก้ตัวน้อยกว่ารูปแบบที่ยาวกว่า ผลงานรวมทั้งฤดูกาลของทีมคือ 21 ชนะ 5 เสมอ 8 แพ้ รวม 68 คะแนน ยิงได้ 55 เสีย 30 ประตู ซึ่งเพียงพอให้ทีมจบอันดับหนึ่งของตาราง แม้จะไม่ได้เป็นทีมที่นำห่างคู่แข่งตั้งแต่ต้นฤดูกาลก็ตาม การเข้ามาคุมทีมตั้งแต่ช่วงปิดฤดูกาลยังทำให้เลอแกลร์กมีโอกาสประเมินผู้เล่นที่มีอยู่เดิมและตัดสินใจได้ว่าจะปรับเปลี่ยนตัวใดก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นจริง แทนที่จะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าระหว่างฤดูกาลเหมือนโค้ชที่เข้ามารับตำแหน่งกลางทาง ความต่อเนื่องของการเตรียมทีมเช่นนี้มักถูกมองข้ามเมื่อพูดถึงความสำเร็จของทีม ทั้งที่เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยให้ระบบการเล่นของทีมลงตัวได้เร็วกว่าคู่แข่งหลายทีมที่ต้องปรับตัวกับโค้ชใหม่ระหว่างฤดูกาล

แนวรุกกับกองกลางเชื่อมกันแบบไหน

เสาไฟสปอตไลท์ของสนามฟุตบอลที่ส่องสว่างกลางความมืดยามค่ำคืน
ไฟสปอตไลท์เหนืออัฒจันทร์ของสนามฟุตบอลแห่งหนึ่งในค่ำคืนหนึ่ง

นอกจากเกมลีกที่นำมาซึ่งแชมป์ ล็องส์ในฤดูกาลเดียวกันนี้ยังลงเล่นในคูปเดอฟรองซ์จนถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะแพ้ให้กับปารีส แซงต์แชร์กแมง 1 ต่อ 2 และยังเข้าถึงรอบรองชนะเลิศของคูปเดอลาลีกในฤดูกาลเดียวกันอีกด้วย การที่ทีมสามารถแข่งขันในสามรายการพร้อมกันตลอดฤดูกาลได้อย่างมีผลงานทุกรายการ สะท้อนว่าระบบการเล่นที่เลอแกลร์กวางไว้ไม่ได้พึ่งพาผู้เล่นเพียงชุดเดียว แต่มีความยืดหยุ่นพอจะสลับสับเปลี่ยนกำลังพลระหว่างรายการต่าง ๆ ได้โดยไม่เสียจังหวะการเล่นโดยรวม การเชื่อมระหว่างแนวรุกกับกองกลางของทีมจึงต้องอาศัยผู้เล่นที่เข้าใจบทบาทได้หลากหลายตำแหน่ง มากกว่าจะเป็นระบบที่ตายตัวตามแผนใดแผนหนึ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะกับทีมที่ต้องแบกรับโปรแกรมแข่งขันหนาแน่นตลอดทั้งฤดูกาล การเข้ารอบลึกในสามรายการพร้อมกันยังเป็นเครื่องยืนยันว่าผู้เล่นสำรองของทีมมีคุณภาพเพียงพอจะลงเล่นแทนตัวหลักได้โดยไม่ทำให้ผลงานโดยรวมตกลง ซึ่งต่างจากทีมที่มักมีผลงานดีเฉพาะในรายการเดียวแล้วตกรอบเร็วในรายการอื่นเพราะขาดความลึกของทีม

ก่อนนัดสุดท้ายทีมต้องการผลใด

ก่อนจะถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล ล็องส์กับเอฟซี เม็ตซ์ต่างมีคะแนนสะสมใกล้เคียงกันจนต้องรอผลนัดสุดท้ายเพื่อตัดสินแชมป์ เอฟซี เม็ตซ์ชนะในนัดปิดฤดูกาลของตัวเอง แต่จบด้วยคะแนนเท่ากับล็องส์ที่ 68 แต้ม ความแตกต่างที่ตัดสินตำแหน่งแชมป์จึงตกอยู่ที่ผลต่างประตูได้เสีย ซึ่งล็องส์ทำได้ +25 ในขณะที่เม็ตซ์ทำได้ +20 นั่นหมายความว่าล็องส์ไม่จำเป็นต้องชนะในนัดสุดท้ายเพื่อคว้าแชมป์ เพียงแค่ต้องไม่แพ้และรักษาผลต่างประตูให้เหนือกว่าคู่แข่งไว้ได้ก็เพียงพอแล้ว สถานการณ์เช่นนี้ต่างจากกรณีของเม็ตซ์ที่ต้องพึ่งพาเกณฑ์อันดับรองจากคะแนนเพื่อชี้ขาดผลลัพธ์ ซึ่งเป็นคนละสถานการณ์กับทีมที่นำห่างคู่แข่งด้วยคะแนนอย่างชัดเจนตั้งแต่ก่อนนัดสุดท้าย ความกดดันในนัดปิดฤดูกาลจึงตกอยู่ที่ทั้งสองทีมพร้อมกัน เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าผลการแข่งขันของตัวเองเพียงอย่างเดียวไม่อาจตัดสินทุกอย่างได้ ต้องรอดูผลของอีกสนามหนึ่งประกอบกันไปด้วย สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ทั้งสองทีมต้องเล่นด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่กล้าเสี่ยงเปิดเกมรับจนอาจถูกทำประตูเพิ่มซึ่งจะกระทบต่อผลต่างประตูที่เป็นตัวชี้ขาดสุดท้าย

ประตูลาชอร์ยืนยันแชมป์อย่างไร

ผู้รักษาประตูสวมชุดสีชมพูกระโดดขึ้นรับบอลกลางอากาศเหนือกองหน้าคู่แข่ง
จังหวะผู้รักษาประตูกระโดดรับบอลในเกมฟุตบอลระดับสโมสร

ในวันที่ 9 พฤษภาคม 1998 ล็องส์ลงเล่นนัดสุดท้ายของฤดูกาลในฐานะทีมเยือนที่สนามอับเบเดช็องส์ เมืองโอแซร์ ผลการแข่งขันจบลงด้วยการเสมอกัน 1 ต่อ 1 ซึ่งเพียงพอให้ล็องส์คว้าแชมป์ลีกเอิงสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ ประตูของทีมในนัดนี้มาจากโยอัน ลาชอร์ ผู้เล่นที่เริ่มต้นเส้นทางนักเตะอาชีพกับล็องส์เอง การที่ผู้เล่นที่เติบโตมาจากระบบเยาวชนของสโมสรเป็นผู้ทำประตูสำคัญที่ยืนยันแชมป์ในนัดชี้ชะตาเช่นนี้ทำให้เรื่องราวของฤดูกาลนี้มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับแฟนบอลของทีม ผลเสมอในค่ำคืนนั้นยังหมายความว่าเอฟซี เม็ตซ์ที่ชนะในนัดของตัวเองต้องยอมรับตำแหน่งรองแชมป์ไปด้วยผลต่างประตูที่ตามหลังอยู่ห้าลูก แชมป์ครั้งนี้จึงกลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดหน้าหนึ่งของสโมสรจนถึงทุกวันนี้ และยังคงเป็นแชมป์ลีกสูงสุดเพียงสมัยเดียวที่ล็องส์เคยคว้ามาครองได้ ตั้งแต่นั้นมาแฟนบอลของสโมสรก็มักย้อนกลับไปพูดถึงค่ำคืนที่โอแซร์ในฐานะจุดสูงสุดของประวัติศาสตร์สโมสร ซึ่งยังไม่มีฤดูกาลใดในเวลาต่อมาที่สามารถก้าวขึ้นมาเทียบเคียงความสำเร็จครั้งนี้ได้อีกเลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO