ลีกอิตาลีหลังสงคราม กลับมาในฤดูกาล1945–46ด้วยรูปแบบที่ต่างจากตารางเซเรีย อาซึ่งคุ้นเคยในปัจจุบัน สโมสรเริ่มแข่งขันในกลุ่มเหนือกับกลุ่มกลางและใต้ แล้วคัดตัวแทนเข้าสู่รอบสุดท้ายเพื่อหาแชมป์ประเทศ เหตุผลสำคัญคือข้อจำกัดด้านการเดินทางและการจัดการแข่งขันหลังสงคราม การกลับมาเตะฟุตบอลระดับชาติได้จึงไม่ได้หมายความว่าทุกสโมสรพร้อมเดินทางพบกันทั่วประเทศตั้งแต่นัดแรก
ลีกอิตาลีหลังสงครามต้องเริ่มจากสิ่งที่จัดได้
การแข่งขันลีกปกติหยุดชะงักไปตั้งแต่ปี1943 แม้จะมีฟุตบอลบางรายการเกิดขึ้นระหว่างสงคราม แต่การรวมทีมจากพื้นที่ต่างกันไว้ในโครงสร้างเดียวอีกครั้งเป็นงานคนละขั้นกับการจัดเกมภายในภูมิภาค ฤดูกาล1945–46จึงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่ต้องทำให้การแข่งขันกลับมาเดินหน้า พร้อมคงปลายทางเป็นแชมป์ระดับชาติหนึ่งทีม
ประวัติของโตริโนระบุว่าปัญหาด้านการจัดการและการเดินทางทำให้ต้องใช้รอบต้นตามภูมิภาค ก่อนรวมทีมที่ผ่านเข้ารอบ การแบ่งพื้นที่ไม่ได้ทำให้ทุกการเดินทางสั้นลงเสมอไป แต่ช่วยลดจำนวนคู่ที่ต้องข้ามระหว่างเหนือกับใต้ตั้งแต่ช่วงแรกของฤดูกาล การแข่งขันระดับประเทศจึงถูกวางไว้ในช่วงท้ายซึ่งมีผู้เข้าร่วมน้อยกว่า
รูปแบบนี้มีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนจำนวนสโมสรในลีก ผู้จัดต้องแยกหน้าที่ของสองรอบให้ชัด รอบแรกใช้คัดผู้มีสิทธิ์ไปต่อ ส่วนรอบสุดท้ายใช้ตัดสินตำแหน่งแชมป์ คะแนนที่ได้จากคู่แข่งในภูมิภาคจึงไม่ได้ถูกนำมาบวกกับคะแนนรอบสุดท้ายเป็นตารางใหญ่หนึ่งชุด หากมองสองช่วงรวมกันโดยไม่แยก จะอ่านเส้นทางแชมป์ผิดได้ง่าย
โครงสร้างรอบต้นและรอบตัดสิน
กลุ่มเหนือมี14ทีม แต่ละทีมพบคู่แข่งแบบเหย้าและเยือนรวม26นัด ส่วนกลุ่มกลางและใต้มี11ทีม จึงลงเล่นทีมละ20นัด กลุ่มหลังเป็นการแข่งขันผสมสโมสรจากเซเรีย อากับเซเรีย บี ความต่างของจำนวนเกมและองค์ประกอบผู้เข้าร่วมทำให้คะแนนดิบระหว่างสองกลุ่มไม่เหมาะจะนำมาเทียบกันเพื่อจัดอันดับประเทศทันที
โตริโนจบกลุ่มเหนือด้วย42คะแนน ตามด้วยอินเตอร์39และยูเวนตุส35 ส่วนมิลานกับเบรสชามี30คะแนนเท่ากันในตำแหน่งสุดท้ายที่จะได้ผ่านเข้ารอบ ทั้งสองทีมจึงต้องเล่นนัดตัดสินเพิ่มเติม มิลานเป็นฝ่ายผ่านไปหลังเกมแรกเสมอและมีการแข่งขันซ้ำ เหตุการณ์นี้แสดงว่าการจบอันดับสี่มีความสำคัญมากกว่าความต่างเล็กน้อยระหว่างทีมกลางตารางทั่วไป
ตัวแทนจากกลุ่มกลางและใต้ได้แก่นาโปลี บารี โรมา และโปร ลิวอร์โน เมื่อรวมกับสี่ทีมจากเหนือจึงเป็นรอบสุดท้ายแปดทีม ซึ่งพบกันแบบเหย้าและเยือนรวมทีมละ14นัด ไม่มีนัดชิงแบบแพ้คัดออกเพียงเกมเดียว และการชนะกลุ่มภูมิภาคก็ยังไม่ใช่การได้สคูเด็ตโต้ระดับประเทศ

โตริโนกับยูเวนตุสเป็นตัวอย่างชัดเจนของการเริ่มนับใหม่ แม้รอบเหนือจะจบห่างกันเจ็ดคะแนน แต่ยูเวนตุสยังมีโอกาสลุ้นแชมป์เต็มตัวในรอบสุดท้าย ระบบนี้ให้รางวัลกับการผ่านด่านแรก แล้วบังคับให้ทีมแสดงผลงานอีกครั้งกับตัวแทนจากทั้งประเทศ แชมป์จึงต้องรับมือทั้งความยาวของรอบคัดเลือกและความเข้มข้นของกลุ่มตัดสิน
เส้นทางโตริโนกับยูเวนตุสกลับมาใกล้กัน
ในรอบสุดท้าย โตริโนไม่ได้รักษาระยะนำแบบเดียวกับตารางเหนือไว้ตลอด ก่อนสองนัดสุดท้ายยูเวนตุสมี20คะแนน ส่วนโตริโนมี18คะแนน โปรแกรมวันที่21กรกฎาคม1946นำทั้งสองทีมมาพบกันพอดี จึงเป็นโอกาสที่ทีมตามสามารถลดช่องว่างได้ด้วยการเอาชนะคู่แข่งโดยตรง
โตริโนชนะดาร์บี1–0จากประตูของกุลเยลโม กาเบตโต ทำให้ทั้งสองทีมมี20คะแนนเท่ากันก่อนวันสุดท้าย ในระบบชนะได้สองคะแนน ผลการแข่งขันนี้ไม่ได้ทำให้โตริโนคว้าแชมป์ทันที แต่เปลี่ยนสถานการณ์จากการต้องไล่ตามมาเป็นการเริ่มนัดสุดท้ายด้วยแต้มเสมอกัน ความต่างดังกล่าวสำคัญต่อการเข้าใจว่าทำไมฤดูกาลยังต้องตัดสินในสัปดาห์ถัดไป
วันที่28กรกฎาคม โตริโนชนะโปร ลิวอร์โน9–1 ขณะที่ยูเวนตุสออกไปเสมอนาโปลี1–1 โตริโนจึงจบรอบสุดท้ายด้วย22คะแนนเหนือยูเวนตุส21คะแนน การได้แชมป์เกิดจากคะแนนที่มากกว่า ไม่ใช่การนำจำนวนประตูในชัยชนะ9–1ไปเปรียบกับผลเสมออีกสนามเพื่อใช้ตัดสินทีมที่แต้มเท่ากัน

หากดูเฉพาะรอบสุดท้าย โตริโนชนะ11และแพ้สามจาก14เกมโดยไม่มีผลเสมอ ส่วนยูเวนตุสชนะเก้า เสมอสาม และแพ้สอง ทีมแชมป์จึงแพ้มากกว่ารองแชมป์หนึ่งครั้ง แต่ชนะมากกว่าสองครั้งจนเก็บคะแนนรวมเหนือกว่า สถิตินี้อธิบายการแข่งขันได้ตรงกว่าการมองว่าทีมซึ่งแพ้น้อยที่สุดต้องเป็นแชมป์เสมอ
การกลับสู่ตารางเดียวต้องมีองค์กรรองรับ
ระหว่างที่ฤดูกาลกำลังดำเนินอยู่ วันที่16พฤษภาคม1946มีการก่อตั้งเลกา นาซิโอนาเล โปรเฟสซิโอนิสตีที่สำนักงานฟิออเรนตินา โดยมีผู้แทนเซเรีย อา16คนและเซเรีย บี11คนเข้าร่วม องค์กรตั้งสำนักงานที่มิลาน และมีปีเอโร เปโดรนีเป็นประธานคนแรก การฟื้นฟุตบอลจึงเกิดขึ้นทั้งในสนามและในโครงสร้างที่ใช้ประสานงานระหว่างสโมสร
ฤดูกาล1946–47การแข่งขันกลับสู่ตารางเดียวทั่วประเทศ มี20ทีมพบกันเหย้าและเยือนทีมละ38นัด ต่างจากปีเปลี่ยนผ่านซึ่งบางทีมลงแข่งเฉพาะรอบภูมิภาคและบางทีมได้เล่นต่อในรอบสุดท้าย การกลับมาของตารางร่วมทำให้สโมสรในลีกสูงสุดเผชิญชุดคู่แข่งเดียวกันตลอดฤดูกาลอีกครั้ง
ปี1945–46จึงไม่ใช่การแข่งขันที่มีแชมป์เหนือและแชมป์ใต้แยกกันเป็นปลายทางถาวร และไม่ควรถูกมองว่าเป็นฤดูกาลปกติที่เพียงมีเกมมากขึ้น รอบภูมิภาคเป็นวิธีพาฟุตบอลกลับมาดำเนินได้ ส่วนรอบแปดทีมเชื่อมการกลับมานั้นเข้ากับการหาแชมป์ประเทศ โตริโนต้องชนะภายใต้โครงสร้างสองขั้นนี้ก่อนที่ลีกจะกลับไปใช้ตารางเดียวในปีถัดมา

