ลิขสิทธิ์ลาลีกาเปลี่ยนโครงสร้างครั้งสำคัญเมื่อพระราชกำหนดกฎหมาย 5/2015 วางระบบขายสิทธิ์ภาพและเสียงร่วมกัน จากเดิมที่สโมสรเจรจาสัญญาของตนเอง การรวมสิทธิ์ทำให้ลาลีกานำการแข่งขันไปเสนอเป็นแพ็กเกจเดียว แต่ไม่ได้แปลว่าทุกทีมรับเงินเท่ากัน กฎหมายกำหนดให้ครึ่งหนึ่งของเงินส่วนลีกสูงสุดแบ่งเท่ากัน ส่วนที่เหลือแบ่งตามผลงานกีฬาและฐานความนิยม จึงสร้างทั้งรายได้พื้นฐานและความแตกต่างระหว่างสโมสร
จากสโมสรขายเองสู่ขายร่วม
ลิขสิทธิ์ลาลีกากับเหตุผลของการรวมสิทธิ์
ระบบขายแยกทำให้แต่ละสโมสรนำเกมเหย้าของตนไปต่อรองกับผู้ถ่ายทอด ทีมที่มีผู้ชมมากย่อมมีอำนาจเจรจาสูงกว่า ขณะที่ผู้ซื้อจำเป็นต้องทำสัญญาหลายชุดเพื่อรวบรวมการแข่งขัน ความแตกต่างนี้กระทบทั้งราคาของแพ็กเกจ ความแน่นอนของตารางถ่ายทอด และส่วนแบ่งที่ทีมขนาดกลางได้รับ
พระราชกำหนดวันที่ 30 เมษายน 2015 รวมอำนาจการทำตลาด โดยให้สโมสรโอนสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนดแก่หน่วยงานจัดการแข่งขัน ลาลีกาดูแลสิทธิ์ของลีกอาชีพ ส่วนสหพันธ์ฟุตบอลสเปนดูแลรายการที่อยู่ในขอบเขตของตน สโมสรยังเป็นเจ้าของเนื้อหาตามกรอบกฎหมาย แต่การขายแก่ผู้ประกอบการเกิดร่วมกันแทนการแยกสัญญารายทีม
ข้อดีด้านการขายคือผู้ซื้อประเมินผลิตภัณฑ์ทั้งฤดูกาลได้ ลาลีกาสามารถกำหนดแพ็กเกจ พื้นที่ ระยะสัญญา และเงื่อนไขการใช้ภาพให้สอดคล้องกัน รายได้จึงมาจากมูลค่าของการแข่งขันรวม ไม่ใช่เพียงเกมเหย้าของสโมสรหนึ่ง การรวมตลาดยังช่วยให้คู่แข่งขันทั่วไปอยู่ในแพ็กเกจเดียวกับเกมที่มีผู้ชมสูง
อย่างไรก็ดี การขายร่วมกับการแบ่งเงินเป็นคนละขั้น ขั้นแรกคือรวบรวมสิทธิ์ไปเสนอขาย เมื่อมีรายได้แล้วจึงจัดสรรระหว่างสองดิวิชัน ก่อนคำนวณส่วนของแต่ละสโมสรตามสูตร หลังรู้ยอดที่แต่ละทีมได้รับแล้ว สโมสรจึงนำส่งเงินตามภาระในมาตรา 6 ตามสัดส่วนรายได้ของตน การบอกว่าขายร่วมจึงแบ่งเท่ากันทั้งหมดจึงไม่ถูกต้อง
กฎหมายยังต้องคำนึงถึงสัญญาเดิมและการเปลี่ยนผ่าน ระบบใหม่ไม่สามารถทำให้รายได้ทุกทีมเปลี่ยนทันทีโดยไม่รักษาข้อตกลงที่มีอยู่ รายงานลาลีกาฤดูกาล 2014/15 จึงมองกฎหมายเป็นจุดเริ่มต้นของกรอบใหม่ มากกว่าจะเป็นผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ในวันประกาศ
เงินกองกลางแบ่งอย่างไร
ส่วนเท่ากันกับส่วนผลงาน
สำหรับดิวิชันหนึ่ง กฎหมายกำหนดให้ 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่จัดไว้แก่ลีกสูงสุดแบ่งเท่ากันระหว่างผู้เข้าร่วม อีก 50 เปอร์เซ็นต์เป็นส่วนผันแปร โดยแบ่งครึ่งอีกครั้ง เท่ากับประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ตามผลงานกีฬา และ 25 เปอร์เซ็นต์ตามการฝังรากทางสังคมหรือฐานความนิยม
ส่วนผลงานไม่ได้ดูอันดับปีเดียว กฎหมายให้น้ำหนักผลห้าฤดูกาล โดยฤดูกาลล่าสุดมีน้ำหนักมากที่สุด แล้วลดลงในปีก่อนหน้า วิธีนี้ทำให้การจบอันดับสูงเพิ่มรายได้ แต่ลดการเหวี่ยงจากผลงานผิดปกติเพียงปีเดียว สโมสรที่สร้างผลงานต่อเนื่องจึงมีข้อได้เปรียบเหนือทีมที่เพิ่งมีฤดูกาลดีครั้งแรก
ส่วนฐานความนิยมใช้รายได้จากสมาชิกและตั๋วเฉลี่ยห้าฤดูกาลเป็นหนึ่งในสาม อีกสองในสามเชื่อมกับการมีส่วนสร้างทรัพยากรจากการถ่ายทอด ซึ่งพิจารณาผู้ชมและองค์ประกอบที่ที่ประชุมดิวิชันอนุมัติ จึงยังสะท้อนขนาดฐานแฟนบอล แม้ทุกทีมได้รับส่วนเท่ากันก้อนแรกแล้ว

ตัวเลขฤดูกาล 2022/23 แสดงผลจริงก่อนการปรับตามข้อตกลง Boost LaLiga เรอัล มาดริดได้รับ 155.79 ล้านยูโร บาร์เซโลนา 155.10 ล้าน แอตเลติโก มาดริด 120.43 ล้าน ขณะที่กาดิซ 45.64 ล้าน มายอร์กา 45.04 ล้าน และอัลเมเรีย 45.09 ล้าน จำนวนไม่เท่ากันเพราะสูตรมีส่วนผลงานและฐานสังคมอยู่ด้วย
ตารางเดียวกันระบุยอดรวมลีกสูงสุด 1,372.59 ล้านยูโรก่อนรายการปรับ และแสดงภาระที่แต่ละสโมสรต้องนำส่งตามมาตรา 6.1 ตัวเลข “รายได้” จึงไม่ควรถูกอ่านเป็นเงินสุทธิที่ใช้ซื้อผู้เล่นได้ทั้งหมด สโมสรยังมีต้นทุนดำเนินงาน หนี้ ภาษี และข้อจำกัดต้นทุนขุมกำลังแยกต่างหาก
ภาพก่อนและหลังช่วยบอกขนาดการเปลี่ยนแปลงได้อีกชั้น ฤดูกาล 2014/15 สโมสรทั้งหมดรับรายได้สิทธิ์ภาพและเสียงรวม 860 ล้านยูโร ส่วนปี 2023/24 เพิ่มเป็น 1,351 ล้านยูโร หรือสูงขึ้น 57 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2023/24 ผู้รับสูงสุดคือบาร์เซโลนา 153.82 ล้านยูโร และต่ำสุดคืออัลเมเรีย 43.40 ล้าน อัตราส่วนจึงอยู่ที่ 3.5 เท่า ขณะที่ลาลีการะบุว่าอัตราส่วนในปี 2013/14 สูงประมาณสองเท่าของระดับนี้
รายได้เพิ่มแล้วช่องว่างลดหรือไม่
มุมของสโมสรกลางตาราง
ส่วนแบ่งเท่ากันสร้างฐานรายได้ที่คาดการณ์ได้มากขึ้นสำหรับทีมกลางและทีมเล็ก เมื่อรู้กรอบเงินถ่ายทอด สโมสรสามารถวางสัญญาผู้เล่น งานเยาวชน และการปรับสนามล่วงหน้าได้ดีขึ้น ลาลีการะบุว่าสิทธิ์ภาพและเสียงเป็นรายได้หลักของสโมสรส่วนใหญ่ และในวงจรปัจจุบันมีสัดส่วนเกิน 60 เปอร์เซ็นต์สำหรับหลายทีม
แต่ช่องว่างไม่ได้หายไป สโมสรใหญ่ยังได้ส่วนผลงานและฐานความนิยมสูงกว่า อีกทั้งมีรายได้จากสนาม ผู้สนับสนุน สินค้า และการแข่งขันยุโรปมากกว่า ตัวอย่าง 2022/23 เรอัล โซเซียดาดได้รับ 65.91 ล้านยูโรก่อนปรับ ขณะที่เคตาเฟได้รับ 53.38 ล้าน ความต่างนี้อยู่ภายในระบบขายร่วมและสะท้อนสูตร ไม่ใช่การกลับไปขายสิทธิ์เดี่ยว

กฎหมายยังวางกรอบจำกัดช่องว่างระหว่างผู้รับสูงสุดกับต่ำสุด โดยคำนวณร่วมกับกองทุนชดเชยและรายได้บางประเภทจากผู้ถือสิทธิ์ ข้อกำหนดนี้ช่วยกันไม่ให้ความต่างขยายอย่างไร้ขอบเขต แต่ไม่ได้กำหนดให้ทีมท้ายตารางมีงบรวมใกล้ทีมแชมป์ เพราะรายได้อื่นยังต่างกันมาก
สำหรับสโมสรกลางตาราง คุณค่าหลักจึงอยู่ที่ความแน่นอนและฐานขั้นต่ำ มากกว่าคำสัญญาว่าจะขึ้นอันดับทันที เงินถ่ายทอดอาจช่วยรักษาผู้เล่น ลงทุนข้อมูล หรือปรับโครงสร้างพื้นฐาน แต่ผลงานยังขึ้นกับการสรรหา โค้ช อาการบาดเจ็บ และการตัดสินใจระหว่างฤดูกาล การเพิ่มรายได้เพียงปัจจัยเดียวไม่กำหนดผลฟุตบอล
ลิขสิทธิ์ลาลีกาหลังปี 2015 จึงต้องอ่านเป็นสองกลไกพร้อมกัน การขายร่วมรวมอำนาจต่อรองและทำให้ลีกเสนอผลิตภัณฑ์ทั้งชุด ส่วนสูตรแบ่งเงินรักษาส่วนเท่ากันควบคู่รางวัลจากผลงานและฐานผู้ชม สโมสรขนาดกลางได้รายได้ที่วางแผนง่ายขึ้น แต่ยังแข่งขันในระบบที่ขนาดตลาดและผลงานหลายปีสร้างความแตกต่างอยู่

