มงต์เปลลิเยร์2012 เป็นเรื่องของทีมที่เปลี่ยนจากอันดับ 14 ในฤดูกาลก่อนมาเป็นแชมป์ลีกเอิงครั้งแรก เรอเน ชีราร์พาทีมเก็บ 82 คะแนนจากชัยชนะ 25 เสมอ 7 แพ้ 6 ยิง 68 และเสีย 34 ประตู มากกว่าปารีส แซงต์-แชร์กแมงสามคะแนน ความก้าวหน้า 35 คะแนนในปีเดียวเกิดจากทั้งประสิทธิภาพเกมรุกและโครงสร้างที่มั่นคงเมื่อเกมสูสี
ชื่อของโอลิวิเยร์ ชิรูด์กับยูเนส เบลอองดาโดดเด่นด้วย 21 และ 12 ประตู แต่ฐานของทีมอยู่ลึกกว่านั้น วิตอริโน ฮิลตันลงลีก 35 นัด มาปู ย็องกา-เอ็มบีวาลง 34 นัด อองรี เบดิโม 36 นัด และจอฟฟรีย์ ชูร์ดร็องเฝ้าประตู 34 นัด ตัวเลขเหล่านี้แสดงว่าชีราร์ใช้แนวรับแกนหลักต่อเนื่องตลอดการแข่งขัน 38 นัด
มงต์เปลลิเยร์2012 วางฐานเกมรับของทีมท้าชิง
ตารางสุดท้ายบันทึกว่ามงต์เปลลิเยร์เสีย 34 ประตู เท่ากับตูลูสซึ่งเป็นยอดต่ำสุดร่วมของลีก ความสมดุลนี้เปิดทางให้ทีมชนะด้วยประตูเดียวเมื่อแนวหลังจำกัดความเสียหายไว้
ฮิลตันกับย็องกา-เอ็มบีวาแบ่งงานกันอย่างไร
รายงานเชิงแท็กติกย้อนหลังของ So Foot อธิบายคู่เซนเตอร์ผ่านคุณสมบัติที่ต่างกัน ย็องกา-เอ็มบีวามอบพลังและความกระตือรือร้น ขณะที่ฮิลตันเติมประสบการณ์ ด้านข้าง เบดิโมกับแกรี โบกาลีสามารถขยับสูงได้ โครงสร้างนี้ทำให้คู่กลางต้องรักษาพื้นที่ด้านหลังและช่วยกันรับมือเมื่อลูกบอลถูกส่งกลับเข้ามา
เกมลีกกับโซโชซ์วันที่ 7 เมษายน ชูร์ดร็องอยู่หน้าประตู โดยมีซีริล เฌินช็องป์, ย็องกา-เอ็มบีวา, ฮิลตัน และเบดิโมเป็นแนวรับ โดยมีจาเมล ไซอีและมาร์โก เอสตราดาอยู่แดนกลางด้านหน้า ทีมชนะ 2-1 จากประตูของเบลอองดาและซูเลย์มาน กามารา คู่เซนเตอร์จึงทำงานอยู่ในหน่วยที่มีทั้งฟูลแบ็กและกองกลางช่วยปิดพื้นที่
ฮิลตันกับย็องกา-เอ็มบีวาเป็นแกนหลักจากจำนวนการลงสนาม ฮิลตันกับย็องกา-เอ็มบีวาไม่ได้ลงครบทุกนาทีหรือเริ่มร่วมกันทุกเกม แต่ทั้งคู่ติดกลุ่มห้าผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ที่ลงลีกมากที่สุดของสโมสร

แต้มที่มาถึงนาทีสุดท้าย
ยูฟ่าระบุว่ามงต์เปลลิเยร์เก็บได้ 10 คะแนนจากประตูช่วงทดเวลาในฤดูกาลนั้น ตัวอย่างสำคัญที่สุดก่อนนัดสุดท้ายเกิดวันที่ 13 พฤษภาคม เมื่อทีมเปิดบ้านพบลีลล์ แชมป์เก่า เกมยัง 0-0 จนถึงนาที 90+4 ชิรูด์รับบอลทะลุช่อง ใช้ร่างกายกันโอเรเลียง เชดฌู แล้วจ่ายให้คาริม ไอต์-ฟานายิงประตูชัย
ไม่เสียทรงเมื่อเกมตัน
ประตูดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการยิงเร่งรีบตั้งแต่ไกล ชิรูด์รับบอลภายใต้แรงปะทะและรักษาการครองบอลก่อนหาเพื่อนที่เข้าพื้นที่ยิง ชัยชนะ 1-0 ทำให้มงต์เปลลิเยร์ยังนำเปแอสเชสามคะแนนก่อนรอบสุดท้าย หลังคู่แข่งชนะ แรนส์ 3-0 ในวันเดียวกัน แต้มท้ายเกมครั้งนั้นจึงรักษาเงื่อนไขที่ทีมต้องการเพียงผลเสมอที่โอแซร์
อย่างไรก็ตาม การพยายามจนวินาทีสุดท้ายไม่ได้จบด้วยสามคะแนนเสมอไป เกมกับเอวิยงวันที่ 1 พฤษภาคมเริ่มจากเบลอองดายิงจุดโทษนำ ก่อนเอวิยงตีเสมอภายในสองนาทีและแซงนำในครึ่งหลัง ชิรูด์ประสานกับกามาราก่อนตีเสมอ 2-2 แต่กามาราพลาดจุดโทษในช่วงทดเวลา เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นทั้งความสามารถในการกลับมาและความเสี่ยงของเกมที่ต้องฝากผลไว้กับจังหวะสุดท้าย
ผลงานในบ้านเป็นฐานรองรับความกล้าเล่นจนจบ มงต์เปลลิเยร์เก็บ 50 คะแนนจาก 19 นัดที่ลามอสซง ด้วยชัยชนะ 16 เสมอ 2 แพ้ 1 ส่วนเกมเยือนเก็บ 32 คะแนนจากชัยชนะ 9 เสมอ 5 แพ้ 5 ทีมจึงเก็บแต้มในบ้านมากกว่าเกมเยือน 18 คะแนน

เกมที่โอแซร์หยุดแล้วเริ่มใหม่
วันที่ 20 พฤษภาคม มงต์เปลลิเยร์ไปเยือนโอแซร์ด้วย 79 คะแนน นำเปแอสเชสามคะแนน ผลเสมอเพียงพอสำหรับแชมป์ตามบันทึกของสโมสร แต่เกมเริ่มผิดแผนเมื่อโอลิวิเยร์ กาโปทำประตูให้เจ้าบ้านก่อน จอห์น อูตากาตีเสมอในครึ่งแรก ทำให้สกอร์กลับมาอยู่ในเงื่อนไขที่มงต์เปลลิเยร์ต้องรักษา
อูตากาพาทีมผ่านแรงกดดัน
เกมหยุดเกือบ 20 นาทีขณะสกอร์ 1-1 เพราะมีสิ่งของถูกขว้างลงสนาม เมื่อกลับมาแข่งขัน นัดอื่นจบไปแล้วและเปแอสเชชนะลอริยองต์ 2-1 หากมงต์เปลลิเยร์แพ้ ทั้งสองทีมจะมี 79 คะแนนและสถานการณ์แชมป์จะเปลี่ยนทันที อูตากาจึงทำมากกว่ารักษาผลเสมอ เขายิงประตูที่สองของตนในนาที 76 ของเวลาแข่งขัน พาทีมชนะ 2-1
อูตากาลงลีก 35 นัดและยิง 7 ประตูในฤดูกาลนั้น สองประตูที่โอแซร์คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของยอดทั้งปีของเขา และเกิดในเกมเดียวที่มีทั้งการตามหลัง การหยุดแข่งขันยาว และข่าวผลของคู่แข่งจากอีกสนาม ผลงานของอูตากาที่โอแซร์จึงเป็นภาพจำของแชมป์ แม้ความสำเร็จตลอดปีจะสร้างจากผู้เล่นมากกว่า 20 คน
ชัยชนะส่งมงต์เปลลิเยร์ไปถึง 82 คะแนน ขณะที่เปแอสเชจบที่ 79 ชิรูด์ครองดาวซัลโวด้วย 21 ประตูและ 9 แอสซิสต์ โดยยิงจุดโทษเพียง 2 ลูก เทียบกับ 9 ลูกของเนเน่ซึ่งยิงรวม 21 ประตูเท่ากัน ชิรูด์จึงมีประตูที่ไม่ใช่จุดโทษมากกว่า 19 ต่อ 12 ย็องกา-เอ็มบีวาได้รับเรียกติดรายชื่อเบื้องต้นทีมชาติฝรั่งเศสก่อนนัดสุดท้ายของฤดูกาลเพียงไม่กี่วัน สะท้อนว่าความสำเร็จของทีมดันผู้เล่นแนวรับเข้าสู่เวทีระดับชาติด้วย
มงต์เปลลิเยร์แชมป์ไม่ได้เกิดจากคืนเดียวที่โอแซร์ ทีมขยับจาก 47 คะแนนและ 32 ประตูในฤดูกาลก่อนมาเป็น 82 คะแนนและ 68 ประตู ขณะเสียเพียง 34 ลูก ฮิลตันกับย็องกา-เอ็มบีวายึดแกนกลาง แนวรับช่วยให้เกมสูสียังเปิดทางแก่ประตูท้ายเกม และอูตากาปิดงานหลังทีมผ่านช่วงหยุดแข่งขัน แชมป์แรกจึงเป็นผลรวมของโครงสร้างทั้งฤดูกาลกับการตัดสินใจที่ถูกต้องในนัดสุดท้าย

