บาเลนเซียสองถ้วย2004 เบนิเตซหมุนทีมคว้าลีกและยูฟ่าคัพ

ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ บาเลนเซีย

บาเลนเซียสองถ้วย2004 คือฤดูกาลที่ทีมภายใต้การคุมทัพของราฟาเอล เบนิเตซ สามารถคว้าทั้งแชมป์ลาลีกาและยูฟ่าคัพได้ในฤดูกาลเดียวกัน ซึ่งต่างจากแชมป์ลีกสมัยแรกเมื่อปี 2002 ที่โฟกัสอยู่กับรายการเดียว เพราะครั้งนี้ทีมต้องบริหารจัดการหลายรายการไปพร้อมกันตลอดทั้งฤดูกาล

ทีมที่ต้องแก้หลังปีไม่สำเร็จ

บทเรียนปี2002–03

ฤดูกาลก่อนหน้านั้นบาเลนเซียไม่สามารถป้องกันแชมป์ลาลีกาไว้ได้ ทำให้เบนิเตซและทีมงานต้องกลับมาทบทวนวิธีบริหารจัดการนักเตะใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องการแบ่งเวลาลงเล่นในฤดูกาลที่ทีมต้องแข่งขันทั้งในลีกและรายการยุโรปไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นภาระที่หนักกว่าฤดูกาลแชมป์สมัยแรกอย่างชัดเจน

ความผิดหวังจากฤดูกาลที่ป้องกันแชมป์ไม่สำเร็จ กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เบนิเตซตัดสินใจปรับวิธีบริหารทีมใหม่ทั้งระบบ แทนที่จะยึดติดกับสูตรสำเร็จเดิมที่เคยพาทีมคว้าแชมป์มาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะฤดูกาลที่มีทั้งลีกและรายการยุโรปพร้อมกันย่อมต้องการวิธีบริหารจัดการที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

บทเรียนสำคัญที่ทีมนำมาปรับใช้คือการไม่พึ่งพาผู้เล่นชุดเดิมในทุกนัด แต่เริ่มหมุนเวียนตัวผู้เล่นตามความเหมาะสมของแต่ละรายการ เพื่อรักษาความสดของนักเตะหลักให้พร้อมสำหรับเกมสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดทั้งฤดูกาลที่ยาวนานกว่าปกติ

การปรับตัวเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้เล่นหลายคนเคยชินกับการเป็นตัวจริงทุกนัดในฤดูกาลที่ทีมคว้าแชมป์สมัยแรก การให้พวกเขายอมรับบทบาทที่ต้องพักบ้างสลับกันไปตามตารางแข่งที่แน่นขึ้น จึงต้องอาศัยความไว้วางใจระหว่างโค้ชกับนักเตะที่สั่งสมมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อนหน้าเป็นพื้นฐานสำคัญ

การแบ่งงานหลายรายการ

อัฒจันทร์หลักของสนามเมสตายาที่มีลวดลายตัวอักษร VCF และป้ายปีแชมป์ของสโมสรเรียงอยู่ด้านบนอัฒจันทร์
อัฒจันทร์หลักของสนามเมสตายา พร้อมลวดลาย VCF บนเบาะที่นั่ง

มิสตาและบิเซนเตรับบทเด่น

การมีตัวเลือกแนวรุกที่หลากหลายทำให้เบนิเตซสามารถปรับแผนการเล่นได้ตามคู่แข่งในแต่ละนัด ไม่ว่าจะเป็นเกมที่ต้องเจาะเกมรับที่ตั้งลึก หรือเกมที่ต้องอาศัยความเร็วสวนกลับ ซึ่งความยืดหยุ่นเช่นนี้เป็นสิ่งที่หลายทีมในยุคนั้นยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มรูปแบบ แนวรุกของบาเลนเซียฤดูกาลนั้นมีมิสตาและบิเซนเตเป็นกำลังหลักในการทำประตู ทั้งสองคนถูกใช้งานสลับกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละนัด บางเกมในลีกใช้ผู้เล่นชุดหนึ่ง ขณะที่เกมยูฟ่าคัพก็ปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นบางตำแหน่งเพื่อรักษาความสดของทีมไว้ให้ได้มากที่สุด

รูเบน บาราฆายังคงเป็นแกนหลักในกลางสนามเช่นเดียวกับฤดูกาลแชมป์สมัยแรก แต่คราวนี้ต้องแบกภาระหนักกว่าเดิม เพราะทีมต้องลงเล่นถี่ขึ้นจากการที่ต้องแข่งขันในยูฟ่าคัพควบคู่ไปกับลีกในประเทศ การที่ทีมยังคงรักษามาตรฐานผลงานได้ตลอดฤดูกาล จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือการบริหารทีมของเบนิเตซได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่การจัดตัวผู้เล่นและการดูแลสภาพร่างกายของนักเตะหลักตลอดฤดูกาลที่ยาวนานกว่าปกติ

การแบ่งบทบาทเช่นนี้ทำให้ทีมไม่ต้องเจอกับปัญหาผู้เล่นหลักบาดเจ็บหรือหมดแรงในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายทีมที่ลงเล่นหลายรายการพร้อมกันมักจะเจอเมื่อฤดูกาลเดินทางมาถึงช่วงสำคัญที่สุดของทั้งฤดูกาล

นอกจากนี้ การมีผู้เล่นสำรองที่พร้อมลงเล่นได้ในระดับใกล้เคียงตัวจริง ยังทำให้เบนิเตซกล้าตัดสินใจปรับแผนการเล่นในบางนัดโดยไม่ต้องกังวลว่าคุณภาพของทีมจะลดลง ซึ่งเป็นความยืดหยุ่นที่ทีมคู่แข่งหลายทีมในฤดูกาลนั้นไม่มีเมื่อต้องแข่งขันหลายรายการพร้อมกันเช่นเดียวกัน

สองถ้วยไม่ใช่สองฤดูกาล

ป้ายชื่อ MESTALLA ขนาดใหญ่ติดอยู่บนอาคารสนาม พร้อมตราสโมสรบาเลนเซียซีเอฟด้านบน
ป้ายชื่อสนามเมสตายาบนอาคารสนามเหย้าของบาเลนเซีย

เซบียาก่อนนัดชิงยูฟ่า

ในลีกภายในประเทศ บาเลนเซียจบฤดูกาลด้วยสถิติ 23 ชนะ 8 เสมอ 7 แพ้ รวม 77 คะแนน คว้าแชมป์ลาลีกาสมัยที่สองภายใต้เบนิเตซได้สำเร็จ ทั้งที่เรอัล มาดริดเคยนำห่างถึง 8 แต้มในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่มาดริดจะแพ้ติดต่อกันหลายนัดในช่วงท้ายฤดูกาล เปิดทางให้บาเลนเซียไล่ตามและแซงขึ้นเป็นแชมป์ได้ในที่สุด

ส่วนในรายการยูฟ่าคัพ บาเลนเซียเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศและพบกับมาร์กเซยที่สนามอุลเลวี เมืองโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2004 ผลการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะ 2-0 จากประตูของบิเซนเตในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก และมิสตาในครึ่งหลัง ทำให้ทีมคว้าแชมป์ยุโรปรายการนี้มาครองได้สำเร็จ

บาเลนเซียสองถ้วย2004 จึงไม่ใช่เรื่องของโชคหรือฤดูกาลที่ทุกอย่างลงตัวโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากการบริหารจัดการทีมอย่างเป็นระบบตลอดทั้งฤดูกาลที่ยาวนานและหนักหน่วงกว่าปกติ ก่อนที่เบนิเตซจะตัดสินใจแยกทางกับสโมสรในช่วงกลางปีเดียวกันนั้นเอง เพราะความเห็นที่ไม่ตรงกันเรื่องนโยบายซื้อขายนักเตะกับฝ่ายบริหาร

การจบฤดูกาลด้วยสองแชมป์พร้อมกันเช่นนี้ ทำให้ฤดูกาล 2003-04 ถูกจดจำในฐานะจุดสูงสุดของบาเลนเซียยุคนั้น และเป็นมาตรฐานที่ยากจะทำซ้ำได้อีกในเวลาต่อมา เพราะนอกจากต้องมีผู้เล่นที่มีคุณภาพเพียงพอแล้ว ยังต้องอาศัยการบริหารจัดการที่แม่นยำตลอดทั้งฤดูกาลอย่างที่เบนิเตซทำได้ในปีนั้นด้วย

เมื่อเทียบกับแชมป์สมัยแรกในปี 2002 ซึ่งเป็นเรื่องของการปิดฉากการรอคอยที่ยาวนานของแฟนบอล แชมป์สมัยที่สองในปี 2004 กลับเป็นเรื่องของการพิสูจน์ว่าความสำเร็จครั้งแรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และทีมชุดนี้สามารถแข่งขันในระดับสูงสุดได้อย่างต่อเนื่องแม้ต้องแบกภาระหลายรายการพร้อมกันตลอดทั้งฤดูกาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO