บาร์เซโลนาแชมป์ปี 1945 การกลับมาก่อนยุคดาวต่างชาติ

สนามแลส์ กอร์ตส์ รังเหย้าของบาร์เซโลนา

บาร์เซโลนาแชมป์ 1945 เกิดขึ้นก่อนยุคของลาสโล กุบาลาหรือนักเตะต่างชาติชื่อดังคนอื่น ๆ ของสโมสรหลายปี ทีมคว้าแชมป์ลาลีกาฤดูกาล 1944-45 ด้วยคะแนนนำเรอัลมาดริดเพียงแต้มเดียว หลังผ่านช่วงเวลาที่สโมสรเคยตกไปอยู่อันดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ของตัวเองมาก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ปี

บาร์เซโลนาอยู่จุดไหนเมื่อลีกกลับมาแข่ง

ช่วงห้าฤดูกาลแรกหลังลีกสเปนกลับมาแข่งขัน บาร์เซโลนาไม่ได้อยู่ในกลุ่มทีมลุ้นแชมป์เลย ฤดูกาล 1939-40 ทีมจบอันดับ 9 ฤดูกาล 1940-41 ขยับขึ้นมาอันดับ 4 แต่ฤดูกาล 1941-42 กลับร่วงลงไปอยู่อันดับ 12 ซึ่งยังคงเป็นอันดับต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรมาจนถึงปัจจุบัน จากนั้นทีมค่อย ๆ ไต่กลับขึ้นมา อันดับ 3 ในฤดูกาล 1942-43 และอันดับ 6 ในฤดูกาล 1943-44 ก่อนจะระเบิดฟอร์มคว้าแชมป์ในฤดูกาล 1944-45 ทันที เส้นทางแบบนี้ไม่ใช่เส้นทางของทีมที่แข็งแกร่งต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้น แต่เป็นทีมที่ล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ภายในเวลาไม่กี่ฤดูกาล การไต่จากอันดับ 12 ขึ้นมาเป็นแชมป์ภายในสามฤดูกาลยังบอกอีกอย่างหนึ่งด้วยว่า ทีมที่เคยมีปัญหาในสนามจริง ๆ ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีทางกลับมาเป็นทีมชั้นนำของลีกได้อีก เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาในการจัดทัพใหม่และหาคนคุมทีมที่เหมาะสม

ฤดูกาล 1944-45 ตัดสินกันที่แต้มห่างเท่าไร

ลีกฤดูกาลนั้นมี 14 ทีม แข่งรวม 182 นัด ยิงประตูรวมกัน 656 ลูก เฉลี่ย 3.6 ประตูต่อนัด การลุ้นแชมป์จบลงแบบเฉียดฉิวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ บาร์เซโลนาจบด้วย 39 คะแนน จากชนะ 17 เสมอ 5 แพ้ 4 ได้ประตู 50 เสีย 30 ส่วนเรอัลมาดริดตามมาห่างเพียง 1 คะแนนด้วย 38 คะแนน จากชนะ 18 เสมอ 2 แพ้ 6 ได้ประตูมากกว่าถึง 68 ลูกแต่เสียไปถึง 35 ลูก ตัวเลขนี้บอกอะไรได้ชัดเจน เรอัลมาดริดชนะมากกว่าและยิงประตูดุดันกว่า แต่บาร์เซโลนาเก็บแต้มจากการเสมอได้มากกว่าและรักษาประตูได้ดีกว่า สุดท้ายผลต่างเพียงแต้มเดียวก็เพียงพอให้บาร์เซโลนาคว้าแชมป์ลีกสมัยที่สองของสโมสร ห่างจากแชมป์สมัยแรกในฤดูกาลเปิดลีกปี 1929 ราว 15 ปี

ด้านนอกสนามคัมป์นูในบาร์เซโลนา มองผ่านรั้วลวดตาข่าย
ด้านนอกสนามคัมป์นูในย่านเลส กอร์ตส์ เมืองบาร์เซโลนา ภาพถ่ายปี 2010

ดาวซัลโวของลีกฤดูกาลนั้นไม่ใช่นักเตะบาร์เซโลนา แต่เป็นเตลโม ซาร์ราของแอธเลติก บิลเบา ที่ยิงได้ 20 ประตู สะท้อนว่าแชมป์ของบาร์เซโลนาปีนี้มาจากความสม่ำเสมอของทั้งทีมมากกว่าการพึ่งพากองหน้าคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ

ซามิเตียร์ในบทบาทคนคุมทีมทำอะไรกับทีมชุดนี้

ฆูเซป ซามิเตียร์ คือผู้จัดการทีมที่พาบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ เขาคุมทีมระหว่างปี 1944 ถึง 1947 แต่ก่อนหน้านั้นเขาคือตำนานนักเตะของสโมสรเอง ลงเล่นให้บาร์เซโลนาระหว่างปี 1919 ถึง 1932 รวม 174 นัดในลีก ยิง 133 ประตู และยิงรวมทุกรายการ 187 ประตู ซึ่งทำให้เขาเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของสโมสรในตอนที่แขวนสตั๊ด พร้อมแชมป์ลีกฤดูกาลแรกปี 1929 และโกปาเดลเรย์อีก 5 สมัยในฐานะนักเตะ ช่วงสงครามกลางเมือง เขาหนีออกจากสเปนไปเล่นให้สโมสรนีซในฝรั่งเศสระหว่างปี 1936 ถึง 1939 ก่อนกลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมบาร์เซโลนาในปี 1944

บทบาทของซามิเตียร์ไม่ได้จบแค่การคุมทีมคว้าแชมป์ลีก หลังจากนั้นเขายังทำงานเป็นหัวหน้าแมวมองของสโมสร และมีส่วนสำคัญในการดึงตัวลาสโล กุบาลา นักเตะระดับตำนานอีกคนของบาร์เซโลนาเข้าสู่สโมสรในเวลาต่อมา โดยอาศัยเครือข่ายความสัมพันธ์ที่เขามีในสเปนยุคฟรังโกช่วยจัดการเรื่องการย้ายทีม นั่นทำให้ซามิเตียร์เป็นบุคคลที่เชื่อมโยงบาร์เซโลนาสองยุค คือยุคที่เขาเป็นดาวซัลโวในสนามเอง กับยุคที่เขาวางรากฐานให้นักเตะระดับตำนานรุ่นถัดไปเข้ามาเสริมทัพ

สนามเลส กอร์ตส์ รองรับความสำเร็จนี้ได้แค่ไหน

ฤดูกาลแชมป์ 1944-45 บาร์เซโลนายังเล่นเกมเหย้าที่สนามเลส กอร์ตส์ ซึ่งเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1922 ด้วยความจุเริ่มต้นราว 20,000 คน สนามแห่งนี้ถูกขยายหลายครั้งตลอดช่วงที่ใช้งาน จนความจุสูงสุดไปแตะราว 60,000 คนในช่วงหลัง แต่ปัญหาก็ตามมาในเวลาไม่นาน เพราะพอถึงปลายทศวรรษ 1940 สโมสรเริ่มเผชิญปัญหาความจุไม่เพียงพอ และตัวสนามเองก็ไม่มีพื้นที่เหลือให้ขยายเพิ่มอีกแล้ว

อัฒจันทร์สนามคัมป์นูพร้อมข้อความ เมส เก อุน กลุบ สีเหลืองบนพื้นสีน้ำเงิน
อัฒจันทร์สนามคัมป์นูพร้อมคำขวัญประจำสโมสรที่เขียนว่า เมส เก อุน กลุบ

ทางแก้ที่สโมสรเลือกคือการเริ่มวางแผนสร้างสนามใหม่ตั้งแต่ปี 1950 ก่อนจะย้ายไปใช้คัมป์นูอย่างเป็นทางการเมื่อสนามเปิดใช้งานวันที่ 24 กันยายน 1957 ปิดฉากการใช้เลส กอร์ตส์เป็นสนามเหย้านาน 35 ปี พูดอีกแบบคือ แชมป์ปี 1945 เป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ครั้งสุดท้าย ๆ ที่เกิดขึ้นในสนามเดิมของสโมสร ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในอีกสิบกว่าปีถัดมา

แชมป์ปีนี้ปูทางไปสู่อะไรในช่วงปลายทศวรรษ

หลังคว้าแชมป์ฤดูกาล 1944-45 บาร์เซโลนาไม่ได้หายไปจากกลุ่มลุ้นแชมป์อีกเลย ฤดูกาล 1945-46 ทีมจบอันดับ 2 ฤดูกาล 1946-47 จบอันดับ 4 ก่อนจะกลับมาคว้าแชมป์ลีกติดต่อกันสองสมัยในฤดูกาล 1947-48 และ 1948-49 นั่นหมายความว่าภายในเวลาไม่ถึงสิบปีหลังจบสงครามกลางเมือง บาร์เซโลนาเปลี่ยนตัวเองจากทีมที่เคยจบอันดับ 12 มาเป็นทีมที่คว้าแชมป์ลีกได้ถึงสามสมัยภายในห้าฤดูกาล เรื่องราวของทีมชุดปี 1945 จึงไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นของความสำเร็จครั้งเดียว แต่เป็นรากฐานที่ทำให้สโมสรกลับมายืนอยู่แถวหน้าของลาลีกาได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปลายทศวรรษ 1940 ก่อนยุคของกุบาลาจะเริ่มต้นขึ้นในทศวรรษถัดมา เมื่อมองย้อนกลับไปทั้งเส้นทาง จุดเริ่มต้นจริง ๆ ของยุคทองครั้งนั้นไม่ได้อยู่ที่นักเตะต่างชาติคนดังคนไหน แต่อยู่ที่ทีมชุดที่ไต่อันดับขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ ภายใต้การคุมทีมของอดีตดาวซัลโวของสโมสรเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO