บอลเยอรมันก่อนลีกกลางมีวิธีหาแชมป์ประเทศอยู่แล้ว สโมสรแข่งขันในพื้นที่ของตนก่อน แล้วตัวแทนจึงเข้ามาพบกันในรอบชิงแชมป์ระดับประเทศ แชมป์เยอรมันจึงเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีตารางลีกเดียวที่ทุกทีมชั้นนำเล่นร่วมกันตั้งแต่ต้นจนจบฤดูกาล
คำว่าบอลเยอรมันก่อนลีกในที่นี้หมายถึงช่วงก่อนจัดบุนเดสลีกา ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการแข่งขันแบบลีกมาก่อน รูปแบบรอบสุดท้ายและขอบเขตขององค์กรเปลี่ยนไปตามยุค ตั้งแต่แชมป์แรกปี 1903 จนถึงชัยชนะของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ในปี 1963 จึงไม่ควรนำกติกาของปีใดปีหนึ่งไปอธิบายทั้งหมด
บอลเยอรมันก่อนลีกเริ่มหาแชมป์ประเทศในปี 1903
สมาคมฟุตบอลเยอรมันหรือเดเอฟเบก่อตั้งที่ไลป์ซิกวันที่ 28 มกราคม 1900 โดยมีตัวแทนสมาคมระดับภูมิภาคและสโมสรรวมตัวกันสร้างองค์กรกลาง ต่อมาในปี 1903 จึงมีการแข่งขันหาแชมป์เยอรมันครั้งแรก โดยนำตัวแทนจากเครือข่ายสมาคมมาพบกันในรอบสุดท้าย
นัดชิงวันที่ 31 พฤษภาคม 1903 ที่อัลโทนา เฟาเอฟเบ ไลป์ซิกชนะเดเอฟซี ปราก 7–2 และเป็นแชมป์รายแรก ผลในนัดชิงเป็นตัวตัดสินตำแหน่ง ไม่ใช่คะแนนรวมจากลีกระดับประเทศซึ่งมีสองทีมนี้เล่นร่วมกันตลอดฤดูกาล
เหตุใดทีมจากปรากจึงอยู่ในนัดชิงเยอรมัน
เดเอฟซี ปรากเป็นสโมสรของชุมชนชาวเยอรมันในปราก และอยู่ในเครือข่ายที่ร่วมก่อตั้งเดเอฟเบ เฟอร์ดินานด์ ฮึพเพอจากสโมสรยังเป็นประธานคนแรกของสมาคมด้วย การมีชื่อปรากในนัดชิงจึงสะท้อนขอบเขตสมาชิกในระยะเริ่มต้น ซึ่งไม่ได้ตรงกับแผนที่สโมสรเยอรมันที่คุ้นเคยในเวลาต่อมา
ชัยชนะของไลป์ซิกทำให้เกิดลำดับแชมป์ประเทศก่อนบุนเดสลีกาถึงหกสิบปี แต่ระบบปี 1903 ก็ไม่ใช่ระบบโอเบอร์ลีกาห้าภูมิภาคแบบที่ใช้ก่อนเปิดบุนเดสลีกาโดยตรง ระหว่างสองช่วงนี้ ฟุตบอลเยอรมันผ่านการจัดระเบียบใหม่หลายครั้ง รวมทั้งผลกระทบจากสงครามและการแบ่งประเทศ
หลังสงคราม การแข่งขันและองค์กรค่อย ๆ กลับมา
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง การหาแชมป์ประเทศกลับมาปรากฏในปี 1948 โดยเนิร์นแบร์กเอาชนะไกเซอร์สเลาเทิร์น 2–1 ในนัดชิงที่โคโลญจน์วันที่ 8 สิงหาคม การแข่งขันฟุตบอลกลับมาดำเนินได้ก่อนการจัดตั้งเดเอฟเบขึ้นใหม่อย่างมีผลทางกฎหมายในปี 1951
ลำดับดังกล่าวช่วยแยกประวัติองค์กรออกจากประวัติการแข่งขัน สมาคมระบุว่าการชิงแชมป์ปี 1949 และ 1950 ใช้ชื่อเดเอฟเบแล้ว แต่การก่อตั้งใหม่ทางกฎหมายเกิดวันที่ 21 มกราคม 1951 จึงไม่ควรใช้ปีจัดตั้งองค์กรเพียงปีเดียวเป็นจุดเริ่มของฟุตบอลหลังสงครามทั้งหมด
ในยุคแบ่งประเทศ ฝั่งตะวันออกมีการแข่งขันโอเบอร์ลีกาและแชมป์ของตนเอง ส่วนเส้นทางที่จะเปลี่ยนเป็นบุนเดสลีกาในปี 1963 เป็นระบบของเยอรมนีตะวันตกและเบอร์ลินตะวันตก ชื่อโอเบอร์ลีกาจึงต้องอ่านพร้อมพื้นที่และองค์กรที่จัด ไม่ใช่ถือว่าเป็นรายการเดียวกันเพียงเพราะใช้คำเดียวกัน
ลีกภูมิภาคเป็นด่านแรก รอบสุดท้ายเป็นด่านหาแชมป์
ก่อนบุนเดสลีกาเริ่ม สโมสรในระบบตะวันตกแข่งขันกันผ่านโอเบอร์ลีกาห้าภูมิภาค แล้วทีมที่ได้สิทธิ์จึงเข้าสู่รอบหาแชมป์เยอรมัน ผลงานในภูมิภาคทำหน้าที่เปิดทางสู่รอบต่อไป แต่ยังไม่มอบตำแหน่งแชมป์ประเทศทันที
ดอร์ทมุนด์เป็นตัวอย่างของสโมสรที่เติบโตผ่านเส้นทางนี้ เกมเหย้าในโอเบอร์ลีกาเวสต์ที่นำไปสู่แชมป์ประเทศปี 1956 และ 1957 เล่นที่สนามโรเทอ แอร์เดอ สนามเหย้าจึงเป็นพื้นที่สะสมผลงานในลีกภูมิภาค ก่อนที่ทีมจะไปตัดสินความสำเร็จกับคู่แข่งจากนอกกลุ่มของตน

ระบบนี้ทำให้คำว่าแชมป์ภูมิภาคกับแชมป์ประเทศเป็นคนละความสำเร็จ และผู้ที่จบรองแชมป์ภูมิภาคก็อาจมีโอกาสไปถึงถ้วยระดับประเทศได้ หากได้สิทธิ์เข้ารอบสุดท้าย ดอร์ทมุนด์ในปี 1963 แสดงให้เห็นเรื่องนี้อย่างชัดเจน
ดอร์ทมุนด์ปี 1963 จากรองแชมป์ภูมิภาคสู่ผู้ชนะประเทศ
ดอร์ทมุนด์จบอันดับสองของโอเบอร์ลีกาเวสต์ในฤดูกาล 1962/63 แล้วผ่านเข้าสู่รอบชิงแชมป์เยอรมัน รอบสุดท้ายปีนั้นมีการแบ่งกลุ่ม ไม่ได้เริ่มด้วยนัดชิงทันที ทีมต้องแข่งขันต่อกับคู่แข่งจากหลายพื้นที่ก่อนจะได้ผู้ชนะกลุ่มไปพบกัน
| กลุ่ม | สโมสร | ทีมที่ผ่านสู่นัดชิง |
|---|---|---|
| กลุ่มหนึ่ง | โคโลญจน์ เนิร์นแบร์ก ไกเซอร์สเลาเทิร์น แฮร์ธา เบอร์ลิน | โคโลญจน์ |
| กลุ่มสอง | ดอร์ทมุนด์ 1860 มิวนิก ฮัมบูร์ก โบรุสเซีย นอยน์เคียร์เชิน | ดอร์ทมุนด์ |
ดอร์ทมุนด์เริ่มรอบกลุ่มด้วยการแพ้ 1860 มิวนิก 2–3 และเสมอนอยน์เคียร์เชิน 0–0 แต่ยังมีเกมเหลือให้แก้ตัว เมื่อกลับมาพบ 1860 ในนัดท้ายของกลุ่ม ดอร์ทมุนด์ชนะ 4–0 ผลเหล่านี้แสดงว่ารอบสุดท้ายปีนั้นยังมีการสะสมผลงานหลายเกม ไม่ใช่แพ้ครั้งเดียวแล้วหมดเส้นทางทันที
วันที่ 29 มิถุนายน 1963 ดอร์ทมุนด์พบโคโลญจน์ในนัดชิงที่เน็คคาร์ชตาดิโอน เมืองสตุ๊ตการ์ท และชนะ 3–1 สนามกลางแห่งนี้เป็นสถานที่ตัดสินแชมป์ ต่างจากโรเทอ แอร์เดอซึ่งเป็นบ้านของดอร์ทมุนด์ในระหว่างฤดูกาล

เส้นทางของดอร์ทมุนด์จึงมีสามขั้นที่แยกกันได้ คือทำอันดับในโอเบอร์ลีกา ผ่านรอบกลุ่มของการชิงแชมป์ประเทศ แล้วชนะนัดชิง การจบอันดับสองในภูมิภาคไม่ได้ขัดกับการเป็นแชมป์เยอรมัน เพราะทั้งสองตำแหน่งเกิดจากคนละช่วงของการแข่งขัน
ปี 1963 เป็นรอยต่อระหว่างแชมป์สองวิธี
ชัยชนะของดอร์ทมุนด์เกิดก่อนบุนเดสลีกาเปิดสนามวันที่ 24 สิงหาคม 1963 จึงเป็นแชมป์เยอรมันครั้งสุดท้ายของระบบเดิม เมื่อลีกกลางเริ่มขึ้น การหาแชมป์ระดับสูงสุดเปลี่ยนไปใช้ตารางแข่งขันร่วมกันตลอดฤดูกาล และโคโลญจน์เป็นแชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาลแรกในปี 1964
การเปลี่ยนวิธีแข่งขันไม่ได้ลบแชมป์ก่อนหน้า ไลป์ซิกปี 1903 เนิร์นแบร์กปี 1948 และดอร์ทมุนด์ปี 1963 ต่างเป็นผู้ชนะภายใต้ระบบในเวลาของตน การเข้าใจว่ามีลีกภูมิภาคและรอบชิงแชมป์ต่อกันอยู่ จึงตอบได้ว่าทำไมประวัติแชมป์เยอรมันยาวกว่าประวัติบุนเดสลีกา

