นาโปลี 1987 คือฤดูกาลที่ทีมรอบตัวดิเอโก มาราโดนาแปลงความสามารถส่วนตัวของเขาให้กลายเป็นแชมป์เซเรีย อาสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ภายใต้การคุมทีมของออตตาวิโอ เบียงคี ที่ใช้เวลาสามปีนับจากมาราโดนาย้ายเข้ามาร่วมทีมจนถึงวันที่นาโปลียืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการฟุตบอลอิตาลี เป็นการปิดฉากรอคอยอันยาวนานของแฟนบอลนาโปลีที่ไม่เคยเห็นสโมสรของตัวเองคว้าแชมป์ลีกมาก่อนเลย
นาโปลี 1987 สามปีจากการมาถึงของมาราโดนา
มาราโดนาย้ายมาร่วมนาโปลีหลังจากเป็นผู้เล่นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการฟุตบอลยุโรป และก่อนเปิดฤดูกาล 1986-87 เขาเพิ่งคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1986 มาครองกับทีมชาติอาร์เจนตินา สถานะของเขาในตอนนั้นจึงเป็นทั้งผู้เล่นระดับโลกและกัปตันทีมที่แฟนบอลนาโปลีฝากความหวังไว้เต็มที่ ฤดูกาล 1986-87 มาราโดนาทำหน้าที่ทั้งกัปตันทีมและผู้ทำประตูสูงสุดของสโมสรด้วย 10 ประตูในลีก และ 17 ประตูเมื่อนับทุกรายการ
ก่อนหน้าฤดูกาลนี้ นาโปลีเป็นสโมสรที่มีฐานแฟนบอลใหญ่ในภาคใต้ของอิตาลีแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จระดับแชมป์ลีกมาก่อน การมาถึงของมาราโดนาจึงเปรียบเสมือนจุดเปลี่ยนที่ทำให้สโมสรมีความหวังจริงจังเป็นครั้งแรก และใช้เวลาสามฤดูกาลเต็มกว่าที่ความหวังนั้นจะกลายเป็นความจริงในรูปแบบของถ้วยแชมป์
ผลงานรวมทั้งฤดูกาลของนาโปลีจบลงด้วย 42 คะแนนจาก 30 นัด ชนะ 15 เสมอ 12 แพ้ 3 นำหน้ายูเวนตุสที่รั้งอันดับสองอยู่ 3 คะแนน นี่คือแชมป์เซเรีย อาสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่ก่อตั้งมาหลายสิบปี และเป็นฤดูกาลที่นาโปลียังคว้าโคปปา อิตาเลียมาครองคู่กันอีกด้วย ทำให้ปี 1987 กลายเป็นปีแห่งดับเบิลแชมป์ในประวัติศาสตร์สโมสร
ออตตาวิโอ เบียงคีจัดสมดุลทีมอย่างไร
แม้มาราโดนาจะเป็นศูนย์กลางของทีม แต่เบียงคีไม่ได้สร้างทีมที่พึ่งพาผู้เล่นคนเดียวเพียงอย่างเดียว เขาจัดวางผู้เล่นรอบตัวมาราโดนาให้ทำหน้าที่ประคับประคองทั้งเกมรุกและเกมรับไปพร้อมกัน หนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับโอกาสสำคัญในฤดูกาลนี้คือซีโร แฟร์รารา กองหลังดาวรุ่งที่ได้จุดเริ่มต้นในทีมชุดใหญ่ระหว่างการลุ้นแชมป์ครั้งนี้

การมีนักเตะรุ่นใหม่แจ้งเกิดควบคู่ไปกับผู้เล่นที่มีประสบการณ์ทำให้ทีมของเบียงคีมีความยืดหยุ่นมากขึ้นตลอดฤดูกาลอันยาวนาน แนวทางนี้ยังช่วยลดแรงกดดันที่จะตกอยู่กับมาราโดนาเพียงคนเดียว เพราะทีมมีผู้เล่นหลายคนที่พร้อมรับผิดชอบบทบาทสำคัญในแต่ละนัด
เบียงคียังต้องบริหารความคาดหวังมหาศาลที่แฟนบอลฝากไว้กับมาราโดนาให้เป็นแรงผลักดันของทีมโดยไม่ให้กลายเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับผู้เล่นคนเดียว การจัดวางโครงสร้างทีมให้ทุกตำแหน่งมีบทบาทชัดเจนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้นาโปลีสามารถแข่งขันได้ตลอดทั้งฤดูกาลอันยาวนานถึง 30 นัด
เพื่อนร่วมทีมที่ทำให้เกมรุกทำงาน
เกมรุกของนาโปลีในฤดูกาลนี้ไม่ได้มีเพียงมาราโดนาเป็นผู้ทำประตูหลัก บรูโน จอร์ดาโนทำประตูรวมได้ถึง 15 ลูกตลอดฤดูกาล ส่วนอันเดรอา การ์เนวาเลทำได้ 14 ประตู ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่านาโปลีมีผู้ทำประตูกระจายอยู่หลายคน ไม่ได้ยิงประตูส่วนใหญ่มาจากมาราโดนาเพียงผู้เดียวอย่างที่หลายคนอาจเข้าใจ

การมีผู้ทำประตูหลายจุดยังช่วยให้ทีมรับมือกับสถานการณ์ที่มาราโดนาถูกคู่แข่งจับตาเป็นพิเศษในแต่ละนัดได้ดีขึ้น เมื่อคู่ต่อสู้ทุ่มกำลังปิดกั้นมาราโดนา จอร์ดาโนและการ์เนวาเลก็ยังเป็นทางเลือกที่ทำให้เกมรุกของนาโปลีเดินหน้าต่อไปได้ นี่คือส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมรอบตัวมาราโดนาแปลงพรสวรรค์ส่วนตัวของเขาให้กลายเป็นผลงานของทั้งทีมได้จริง
หากมองในภาพรวม ตัวเลขประตูของจอร์ดาโนและการ์เนวาเลรวมกันแล้วมากกว่าประตูในลีกของมาราโดนาเสียอีก แสดงให้เห็นชัดเจนว่าความสำเร็จของนาโปลีในฤดูกาลนี้เป็นผลงานร่วมกันของทั้งทีม ไม่ใช่การพึ่งพาผู้เล่นเพียงคนเดียวตามที่ภาพจำของหลายคนอาจเข้าใจไปเองจากชื่อเสียงของมาราโดนา
เสมอฟิออเรนตินาแล้วได้แชมป์ได้อย่างไร
วันที่ 10 พฤษภาคม 1987 นาโปลีลงเล่นเกมเหย้าพบฟิออเรนตินาที่สนามซาน เปาโล และจบเกมด้วยผลเสมอ 1 ต่อ 1 โดยการ์เนวาเลเป็นผู้ทำประตูให้นาโปลีในนัดนั้น ผลเสมอนัดนี้เพียงพอให้นาโปลีคว้าแชมป์ลีกได้อย่างเป็นทางการ เพราะคะแนนสะสมที่ทำไว้ทำให้ทีมอันดับรองอย่างยูเวนตุสไม่สามารถไล่ตามทันได้แล้วในตารางคะแนน
ผลเสมอที่ดูเหมือนธรรมดาในสายตาคนทั่วไปกลับกลายเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของสโมสร เพราะนี่คือแชมป์เซเรีย อาสมัยแรกของนาโปลี หลังจากเดินทางมาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร การที่ทีมสามารถปิดฉากฤดูกาลด้วยทั้งแชมป์ลีกและโคปปา อิตาเลียในปีเดียวกันยิ่งตอกย้ำว่าฤดูกาล 1986-87 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อของนาโปลีถูกจดจำในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลอิตาลีตลอดไป
ภาพของแฟนบอลที่เต็มสนามซาน เปาโลในวันนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมของเมืองเนเปิลส์ทั้งเมือง เพราะแชมป์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่ถ้วยรางวัลของสโมสรฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าทีมจากภาคใต้ของอิตาลีก็สามารถขึ้นไปยืนอยู่จุดสูงสุดของวงการได้เช่นเดียวกับสโมสรใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ

