นาโปลีคืนลีกสูงสุด ในปี 2007 หลังใช้เวลาสองฤดูกาลไต่จากเซเรีย ซี1 ผ่านเซเรีย บี ทีมของเอดี เรยาจบเซเรีย บี 2006–07 เป็นรองแชมป์และเลื่อนชั้นพร้อมยูเวนตุสกับเจนัว จากนั้นสโมสรเพิ่มมาเร็ค ฮัมชิค เอเซเกล ลาเวซซี และวอลเตอร์ การ์กาโน ก่อนจบอันดับแปดในฤดูกาลแรกที่กลับมา
เส้นทางต่อจากนั้นไม่ได้ขึ้นเป็นเส้นตรง นาโปลีได้กลับฟุตบอลยุโรปในปี 2008 แต่จบอันดับ 12 ในลีก 2008–09 แล้วจึงขึ้นอันดับหกในปี 2009–10 และอันดับสามในปี 2010–11 การกลับลีกสูงสุดจึงเป็นจุดเริ่มของการสร้างแกนทีมหลายปี ไม่ใช่ผลสำเร็จที่จบในวันเลื่อนชั้น
นาโปลีคืนลีกสูงสุด ทีมที่ออกจากเซเรียบีมีแกนใด
เรยารักษาผู้เล่นจากช่วงฟื้นสโมสร
แกนของทีมเลื่อนชั้นมีเปาโล คันนาวาโรในแนวรับ เมาริซิโอ โดมิซซีช่วยงานร่วมกับเขา แดนกลางมีมาเรียโน โบกลิอาชิโนและแซมมูเอเล ดัลลา โบนา ส่วนโรแบร์โต โซซากับเอมานูเอเล คาลาโยรับผิดชอบประตูในแนวรุก เรยาจึงมีผู้เล่นที่ผ่านการแข่งขันเลื่อนชั้นร่วมกันก่อนเสริมทีมสำหรับเซเรีย อา
นาโปลีเก็บ 79 คะแนนจาก 42 นัดในเซเรีย บี จบอันดับสองตามหลังยูเวนตุส ทีมชนะ 21 เสมอ 16 และแพ้ 5 การเสมอจำนวนมากทำให้การเลื่อนชั้นยังไม่ยืนยันจนถึงช่วงท้าย แม้ระยะห่างจากทีมลุ้นอันดับถัดไปจะเปิดกว้างขึ้นแล้ว
ระบบเลื่อนชั้นให้สองอันดับแรกขึ้นโดยตรง หากอันดับสามนำอันดับสี่อย่างน้อยสิบคะแนน ทีมอันดับสามก็ขึ้นอัตโนมัติและไม่ต้องเพลย์ออฟ ก่อนนัดสุดท้าย เจนัวอันดับสามนำปิอาเชนซาอันดับสี่สิบคะแนน ขณะที่นาโปลีอยู่เหนือเจนัวหนึ่งคะแนน

ผลเสมอเจนัวทำให้เลื่อนชั้นได้อย่างไร
สองทีมได้ผลที่เพียงพอในวันที่10มิถุนายน
วันที่ 10 มิถุนายน 2007 เจนัวพบกับนาโปลีในนัดสุดท้าย ทั้งสองทีมเสมอ 0–0 ขณะเดียวกันปิอาเชนซาไม่สามารถลดช่องว่างให้ต่ำกว่าเกณฑ์ได้ ผลเสมอจึงทำให้นาโปลีรักษาอันดับสองและเจนัวรักษาระยะสิบคะแนนเหนืออันดับสี่
ผลเดียวกันให้สิทธิ์เลื่อนชั้นคนละทาง นาโปลีขึ้นโดยตรงจากอันดับสอง ส่วนเจนัวขึ้นจากอันดับสามเพราะช่องว่างถึงเกณฑ์ยกเลิกเพลย์ออฟ จุดสำคัญจึงอยู่ที่คะแนนเทียบอันดับสี่ ไม่ใช่การที่สองทีมจำเป็นต้องหาผู้ชนะในสนาม
นาโปลีจบด้วย 79 คะแนน เจนัว 78 และปิอาเชนซา 68 ช่องว่างเจนัวกับปิอาเชนซาเท่ากับสิบคะแนนพอดี หลังเคยอยู่ในเซเรีย ซี1 เมื่อสองปีก่อน นาโปลีจึงกลับสู่เซเรีย อาโดยมีเรยาเป็นโค้ชต่อเนื่อง

การเสริมทีมหลังขึ้นชั้น
ฮัมชิค ลาเวซซีและการ์กาโนเพิ่มสามพื้นที่
ฤดูร้อน 2007 ฮัมชิคเข้ามาเพิ่มการเคลื่อนจากแดนกลาง ลาเวซซีเพิ่มการพาบอลและสร้างจังหวะหน้าเขตโทษ ส่วนการ์กาโนเพิ่มตัวเลือกกลางสนาม สโมสรยังได้มัตเตโอ คอนตินีในแนวรับและมาร์เซโล ซาลาเยตาเป็นกองหน้า ผู้เล่นใหม่จึงกระจายตั้งแต่ฐานกลางไปถึงแนวรุก
เกมเยือนอูดิเนเซวันที่ 2 กันยายนแสดงผลทันที นาโปลีชนะ 5–0 ลาเวซซีจ่ายให้ซาลาเยตายิงประตูแรกนาที 16 ก่อนยิงเองในครึ่งหลัง เมื่อจบฤดูกาลแรก เขามี 8 ประตูกับ 8 แอสซิสต์จาก 35 นัดเซเรีย อา
อีกตัวอย่างคือชัยชนะอินเตอร์ 1–0 วันที่ 2 มีนาคม 2008 ซาลาเยตายิงตั้งแต่นาที 3 ฮัมชิคมีโอกาสยิงในครึ่งหลัง ส่วนการ์กาโนเรียกจุดโทษนาที 75 แม้ซาลาเยตาจะยิงไม่เข้า เหตุการณ์ในเกมเดียวทำให้เห็นผู้เล่นเก่าและใหม่อยู่ในจังหวะรุกหลายแบบ
นาโปลีจบอันดับแปดด้วย 50 คะแนนจาก 38 นัด ชนะ 14 เสมอ 8 แพ้ 16 ได้ 50 เสีย 53 อันดับดังกล่าวให้สิทธิ์ไปยูฟ่าอินเตอร์โตโตคัพ จึงเปลี่ยนจากทีมเลื่อนชั้นเป็นทีมที่มีเส้นทางกลับการแข่งขันยุโรปภายในหนึ่งฤดูกาล
จากอยู่รอดสู่การกลับยุโรป
ถ้วยยุโรปเป็นขั้นก่อนอันดับสาม
ปี 2008 นาโปลีผ่านอินเตอร์โตโตและรอบคัดเลือกยูฟ่าคัพ ทีมชนะวลาซเนีย 3–0 นัดแรกและ 5–0 นัดกลับ เกมที่ซานเปาโลมีประตูของลาเวซซีกับฮัมชิค พร้อมฟรีคิกและเตะมุมของการ์กาโนซึ่งนำไปสู่สองประตูของเลอันโดร รินาอูโด
นาโปลีตกรอบยูฟ่าคัพต่อเบนฟิกาและผลงานลีกถอยไปอันดับ 12 ในปี 2008–09 ต่อมาวอลเตอร์ มาซซาร์รีเข้ารับงานระหว่างฤดูกาล 2009–10 และพาทีมจบอันดับหก ได้กลับยูโรปาลีกในฤดูกาลถัดไป
ฤดูกาล 2010–11 ทีมเพิ่มเอดินสัน คาวานีเข้ากับฮัมชิคและลาเวซซี นาโปลีแข่งขันในกลุ่มหัวตารางและจบอันดับสาม สิทธิ์ดังกล่าวพาทีมเข้าสู่ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2011–12 เป็นก้าวที่สูงกว่าการกลับยุโรปผ่านอินเตอร์โตโตเมื่อสามปีก่อน
นาโปลีคืนลีกสูงสุด จึงวางฐานผ่านความต่อเนื่องหลายส่วน เรยาพาทีมเลื่อนชั้น รักษาแกนเดิมและรับผู้เล่นใหม่สามตำแหน่ง อันดับแปดเปิดประตูสู่ยุโรป แม้มีฤดูกาลถอยหลัง สโมสรยังต่อยอดจนจบอันดับหกและอันดับสามภายในปี 2011

