ต็อตติฟอลส์ไนน์ ในโรม่าของลูชาโน สปัลเล็ตติเริ่มจากการวางฟรานเชสโก ต็อตติเป็นกองหน้าตรงกลางในผัง 4–2–3–1 แต่การเคลื่อนที่จริงไม่ได้จำกัดอยู่ระหว่างเซ็นเตอร์แบ็ก ต็อตติถอยมารับบอลในแดนกลางหรือระหว่างแดนกลางกับแนวรับคู่แข่ง แล้วซิโมเน เปร์ร็อตตา มันชินี และโรดริโก ตัดเดอีเคลื่อนขึ้นสนับสนุน
โครงสร้างนี้ไม่ได้ลดหน้าที่ทำประตูของต็อตติ ฤดูกาล 2006–07 เขายิง 26 ประตูในเซเรีย อา เป็นดาวซัลโวลีกและได้รองเท้าทองคำยุโรป เมื่อนับทุกรายการ เขาทำ 32 ประตู ความสำคัญของบทบาทจึงอยู่ที่การทำสองอย่างร่วมกัน คือเชื่อมบอลเมื่อถอยต่ำและกลับไปจบสกอร์เมื่อการบุกเดินหน้า
ต็อตติฟอลส์ไนน์ กองหน้าที่ไม่ยืนค้ำตลอดเวลา
ตำแหน่งบนกระดาษต่างจากพื้นที่รับบอล
ผังของสปัลเล็ตติวางต็อตติเป็นผู้เล่นหน้าสุด ด้านหลังมีเปร์ร็อตตาตรงกลาง มันชินีทางซ้าย และตัดเดอีทางขวา แดนกลางต่ำลงมาใช้ดานิเอเล เด รอสซีกับดาวิด ปิซาร์โร แนวรับจึงเห็นกองหน้าหนึ่งคน แต่โรม่ามีผู้เล่นอีกสามคนพร้อมเคลื่อนเข้าพื้นที่สุดท้าย
วิทยานิพนธ์ของภาคเทคนิค FIGC อธิบายว่าต็อตติยืนตรงกลางในผัง แต่ถอยมารับด้านหน้าแนวรับคู่แข่งหรือในพื้นที่กองกลางตัวรุก เขายังสามารถดึงกองหลังออกจากตำแหน่ง การเคลื่อนดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้สามผู้เล่นด้านหลัง โดยเฉพาะเปร์ร็อตตาที่วิ่งผ่านขึ้นไปตรงกลาง
คำว่าฟอลส์ไนน์จึงไม่ได้หมายถึงกองกลางที่ถูกเปลี่ยนชื่อ ต็อตติยังเริ่มจากหน้าที่กองหน้าและต้องกลับเข้าสู่พื้นที่ยิง ความแตกต่างคือเขาไม่ยืนค้ำแนวสุดท้ายตลอดเวลา เมื่อถอยรับบอล คู่แข่งต้องเลือกระหว่างตามออกมากับรักษาแนวเดิมไว้

เปร์รอตตากับการวิ่งผ่านแนวรับ
ผู้เล่นหมายเลข10ในผังเคลื่อนเลยกองหน้าได้
เปร์ร็อตตายืนเป็นตัวกลางของสามคนหลังต็อตติ ตำแหน่งนี้ให้เขาเริ่มต่ำกว่ากองหน้า แต่สามารถวิ่งเข้าเขตโทษเมื่อพื้นที่ตรงกลางเปิด ต็อตติมองเห็นการเคลื่อนดังกล่าวและจ่ายทะลุช่องให้เขาได้ จึงเกิดการสลับว่าใครอยู่หน้าสุดระหว่างจังหวะ
เกมเยือนโอลิมเปียกอสวันที่ 18 ตุลาคม 2006 ให้ลำดับที่ชัด ต็อตติพักบอลก่อนจ่ายทะลุให้อเลอันโดร โรซีทางขวา โรซีเปิดเรียดเข้ากลาง และเปร์ร็อตตาสไลด์ยิงประตูชัย โรม่าชนะ 1–0 จากการประสานงานของกองหน้า ผู้เล่นด้านขวา และกองกลางตัวรุก
เกมกับชัคตาร์วันที่ 12 กันยายนมีอีกภาพหนึ่ง ต็อตติจ่ายให้เปร์ร็อตตาซึ่งเคลื่อนเข้าไปยิงข้ามคานในนาที 25 ต่อมา ลูกเปิดของแม็กซ์ โตเน็ตโตผ่านต็อตติไปถึงตัดเดอีที่ยิงประตูเปิดนาที 67 สองเหตุการณ์แสดงว่าผู้เล่นด้านหลังสามารถสอดไปถึงจุดยิงได้หลายช่อง
การวิ่งของเปร์ร็อตตาไม่ได้เกิดเพราะต็อตติหายจากแนวรุก แต่เกิดพร้อมกับการเคลื่อนของต็อตติ เมื่อกัปตันถอยหรือพักบอลตรงกลาง เปร์ร็อตตาใช้จังหวะนั้นข้ามเส้นเดียวกับเขา หลังจ่ายแล้วต็อตติยังสามารถตามขึ้นมาเป็นตัวเลือกหน้าประตูอีกครั้ง

ปีกและแดนกลางสนับสนุนอย่างไร
มันชินี ตัดเดอี เด รอสซีและปิซาร์โรเติมคนละชั้น
มันชินีกับตัดเดอีเริ่มด้านข้างของเปร์ร็อตตา ทั้งคู่หุบเข้าหาประตูหรือรับบอลกว้างตามจังหวะ ด้านหลัง เด รอสซีกับปิซาร์โรช่วยส่งบอลเข้าหาสี่คนตัวรุกและรักษาจำนวนผู้เล่นในแดนกลาง โรมาจึงไม่ต้องส่งทุกคนเข้าพื้นที่สุดท้ายพร้อมกัน
เกมเยือนลียงวันที่ 6 มีนาคม 2007 แสดงผู้จบจากสองตำแหน่ง ต็อตติโหม่งให้โรม่านำในครึ่งแรก ก่อนมันชินีรับบอลทางซ้าย ใช้การหลอกคู่แข่งและยิงประตูที่สอง โรม่าชนะ 2–0 และผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรก
รายงานเทคนิคแชมเปียนส์ลีก 2006–07 สรุปต็อตติอยู่ปลายการบุก โดยเปร์ร็อตตา มันชินี และตัดเดอีสนับสนุน พร้อมระบุการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว โครงสร้างจึงมีทั้งจุดรับบอลตรงกลาง การวิ่งผ่านของเปร์ร็อตตา และผู้เล่นด้านข้างซึ่งเข้าสู่จุดยิง
ฟูลแบ็กยังมีส่วนทำให้ด้านข้างไม่เหลือผู้เล่นเพียงคนเดียว ตัวอย่างจากเกมชัคตาร์ โตเน็ตโตเป็นคนเปิดจากซ้ายถึงตัดเดอี การเติมของแนวรับทำให้มันชินีหรือตัดเดอีสามารถเคลื่อนเข้าด้านในได้
26ประตูสะท้อนบทบาทที่เปลี่ยน
การถอยรับบอลยังจบด้วยดาวซัลโว
ต็อตติยิง 26 ประตูในลีก 2006–07 และอีก 6 ประตูในถ้วยต่าง ๆ รวมเป็น 32 ประตูตลอดฤดูกาล ตัวเลข 26 ต้องแยกจากยอดรวม เพราะรองเท้าทองคำยุโรปคำนวณจากประตูลีก ไม่ได้นำประตูแชมเปียนส์ลีกหรือโคปปา อิตาเลียมารวม
โรม่าจบรองแชมป์เซเรีย อาและชนะโคปปา อิตาเลียในฤดูกาลนั้น ทีมทำ 110 ประตูจาก 57 นัดทุกรายการ ต็อตติเป็นผู้ทำประตูสูงสุด แต่การสนับสนุนจากสามคนด้านหลังช่วยให้พื้นที่ซึ่งเขาทิ้งเมื่อถอยต่ำยังมีผู้เล่นเติมเข้าไป
ฤดูกาล 2007–08 โรม่าลุ้นแชมป์ถึงวันสุดท้าย ได้โคปปา อิตาเลียอีกครั้ง และไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ต็อตติทำ 18 ประตูทุกรายการ ผลงานทีมจึงต่อเนื่องแม้ยอดส่วนตัวของเขาลดจากฤดูกาลก่อน
ต็อตติฟอลส์ไนน์ ทำงานได้เพราะการเคลื่อนหลายตำแหน่งสัมพันธ์กัน ต็อตติถอยมาสร้างทางเลือก เปร์ร็อตตาวิ่งผ่านตรงกลาง มันชินีกับตัดเดอีโจมตีจากด้านข้าง เด รอสซีกับปิซาร์โรเชื่อมบอลจากชั้นหลัง และฟูลแบ็กเติมเมื่อมีช่อง ผลคือกองหน้าที่สร้างพื้นที่พร้อมทำ 26 ประตูในลีกเดียวกัน

