ตารางคะแนนบอลโลกโซนยุโรป 2026 กับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่
จบลงไปแล้วสำหรับฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ในครั้งที่น่าตื่นเต้นที่สุดครั้งนึง ซึ่ง ตารางคะแนนบอลโลกโซนยุโรป 2026 ได้เผยให้เห็น 16 ทีมที่สามารถคว้าตั๋วผ่านเข้าไปเล่น ในรอบสุดท้าย โดยที่มีหลากหลายเรื่องราวที่น่าประทับใจ จากผลงานที่แต่ละทีมและเหล่านักเตะแต่ละคนทำได้ ระหว่างการแข่งในรายการนี้
บทสรุป ตารางคะแนนบอลโลกโซนยุโรป 2026 กับไฮไลท์สำคัญ
มี 12 ทีมที่คว้าตั๋วเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย โดยอัตโนมัติ จากผล ตารางคะแนนบอลโลกโซนยุโรป 2026 ที่พวกเขาทำผลงานเป็นทีมอันดับ 1 ของกลุ่ม กับอีก 4 ทีมที่ฝ่าด่านในรอบเพลย์ออฟ คว้าตั๋วเข้ารอบตามมา รวมเป็น 16 ทีมที่จะได้เข้าร่วมการแข่งขัน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการลูกหนัง ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าประทับใจ
สำหรับอังกฤษ ถึงแม้พวกเขาจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ได้เป็นครั้งที่ 8 ติดต่อกัน แต่การชนะ 8 นัดรวด แบบไม่เสียเลยสักประตูเดียว ไม่มีทีมไหนทำได้นอกจากพวกเขา ซึ่งถือเป็นผลงานที่ทุกคนต่างยอมรับว่า ยอดเยี่ยมแบบไร้ข้อกังขา นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ ในช่วงที่มีการแข่งขัน
- อังกฤษ กับ นอร์เวย์ ชนะ 8 นัดรวดในกลุ่มของตัวเองด้วยกันทั้งคู่
- ทีมเดียวที่ไม่เสียประตูในรอบคัดเลือกครั้งนี้ ก็คือ อังกฤษ ในขณะที่ นอร์เวย์ ยิงได้มากที่สุด (37 ประตู)
- เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ซัดไป 16 ประตู ช่วยให้ นอร์เวย์ เข้ารอบสุดท้าย บอลโลก ได้เป็นหนแรก นับตั้งแต่ปี 1998
- คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในวัย 40 ปี (ตอนนี้ 41) ยังคงทำประตูให้กับทีมชาติโปรตุเกส และมีส่วนช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบสุดท้าย
- ลูกตีลังกายิงของ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ถูกหลายฝ่ายยกให้เป็นประตูที่สวยที่สุด ในรอบคัดเลือก โซนยุโรป
หลากหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรอบคัดเลือก ยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลมาจนถึงตอนนี้ และก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มต้นขึ้น เราจะไปย้อนดูเรื่องราวในช่วงที่ผ่านมากันอีกครั้ง
อังกฤษ กับ นอร์เวย์ สองทีมที่มีผลงานดีที่สุดในรอบคัดเลือก
การชนะ 8 นัดรวด เก็บคะแนนเต็มใน ตารางคะแนนบอลโลกโซนยุโรป 2026 ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถึงอย่างนั้น อังกฤษ กับ นอร์เวย์ ก็เป็นสองทีมที่สามารถทำได้สำเร็จ โดยที่ทัพสิงโตคำราม ภายใต้การคุมทีมของ โทมัส ทูเคิล เดินหน้าเก็บแต้มจาก แอลแบเนีย เซอร์เบีย รวมไปถึง ลัตเวีย กับ อันดอร์ร่า แบบไม่แบ่งแต้มให้ใคร แถมยังไม่ปล่อยให้ทีมโดนเจาะตาข่ายเลยสักลูก
ส่วนทางฝั่ง นอร์เวย์ ชัยชนะ 8 นัดรวดในกลุ่มที่มี อิตาลี เป็นทีมวางของกลุ่ม คือสิ่งที่โคตรน่าประทับใจสำหรับพวกเขา และมันเป็นการคว้าตั๋วเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีอีกต่างหาก ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องให้เครดิตผลงานของ ฮาลันด์ ที่จัดการซัดไปถึง 16 ประตูจากการลงเล่น 8 นัด
40 ยังแจ๋ว! โรนัลโด้ ไม่มีแผ่ว ยิงช่วย โปรตุเกส เข้ารอบ
2 ประตูในเกมแรกกับ อาร์เมเนีย และอีก 3 ประตูใน 2 เกมเหย้า-เยือนที่เจอกับ ฮังการี นั่นคือผลงานที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำได้ในวัย 40 ปี ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ โปรตุเกส ในยุคของเขา ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ได้อย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้ โรนัลโด้ จะโดนใบแดงในเกมที่บุกไปแพ้ ไอร์แลนด์ 0-2 แต่ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาพรวมในผลงานของเขา ที่ทำได้ในวัยนี้ คือสิ่งที่น่าประทับใจ และควรค่าแก่การได้รับคำชื่นชม
ประตูสุดยิ่งใหญ่ ในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา
สำหรับประตูที่อาจจะอยู่ในความทรงจำ ของแฟนบอลหลายคนไปตลอดชีวิต เป็นประตูสุดยิ่งใหญ่ ที่มีผลกับ ตารางคะแนนบอลโลกโซนยุโรป 2026 และทำให้ทีมเข้ารอบสุดท้ายได้โดยตรง แน่นอนว่าต้องมีลูกจักรยานอากาศของ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ในเกมสุดท้ายของกลุ่มซีอยู่ด้วย
ซึ่งก่อนเกมที่แฮมป์เด้น ปาร์ค สก็อตแลนด์ ต้องชนะ เดนมาร์ก ให้ได้สถานเดียว เพื่อคว้าตั๋วเข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ และเริ่มเกมมาได้แค่ 3 นาที จังหวะกระโดดขึ้นจักรยานอากาศของ แม็คโทมิเนย์ ก็ทำให้คนเลือดสก็อตติชได้ลุกเฮกันทั้งสนาม ก่อนที่เราจะได้เห็นว่า มันเป็นเกมสุดดราม่าของทั้งสองทีม มากเกินกว่าที่คิดเอาไว้ในตอนแรก
– หลังผ่าน 57 นาทีของเกม ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1
– ราสมุส คริสเตนเซ่น กองหลังเดนมาร์ก โดนใบแดงไล่ออกจากสนามในนาที 61
– ลอว์เรนซ์ แชงค์แลนด์ พังประตูให้ สก็อตแลนด์ ขึ้นนำ 2-1 ในนาที 78 แต่ 3 นาทีหลังจากนั้น เดนมาร์ก ตีเสมอ 2-2
เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยผลเสมอ และจะส่งผลให้ เดนมาร์ก ซิวตั๋วเข้ารอบสุดท้าย แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ลูกปั่นโค้งจากนอกกรอบเขตโทษของ คีแรน เทียร์นีย์ ในนาที 90+3 กับการทำประตูจากระยะเกินครึ่งสนามของ เคนนี่ แม็คลีน ในนาที 90+8 ช่วยให้ สก็อตแลนด์ พลิกสถานการณ์ขึ้นนำ แล้วเอาชนะไปด้วยสกอร์ 4-2 ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกได้แบบสะใจแฟนบอล
สเปน ยึดเต็ง 1 ในฟุตบอลโลก ครั้งนี้
จากทั้งหมด 16 ทีมของยุโรป ที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มีหนึ่งเดียวที่ถูกยกให้เป็นตัวเต็ง ที่มีโอกาสคว้าแชมป์มากที่สุด ก็คือ สเปน ทีมที่มีผลงานเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มอี ใน ตารางคะแนนบอลโลก
โซนยุโรป 2026 (แข่ง 6 ชนะ 5 เสมอ 1) และมีดีกรีเป็นแชมป์ยูโร 2024 ซึ่งก็คงต้องมารอลุ้นกันว่า พวกเขาจะทำได้สำเร็จตามที่หลายฝ่ายคาดหวังหรือไม่

