คัดบอลโลกโซนเอเชีย โดนจวกยับ! หลังถูกพบว่าล็อกทีมเจ้าบ้าน
เมื่อจบการแข่งขัน คัดบอลโลกโซนเอเชีย รอบ 3 ก็มีดราม่าเกิดขึ้นทันที เมื่อทางฝั่งสมาคมฟุตบอลเอเชีย ล็อกให้ ซาอุดิอาระเบีย กับ กาตาร์ ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ และได้เล่นในบ้านของตัวเอง ในการแข่งขันที่เป็นรูปแบบมินิทัวร์นาเมนต์ แทนที่จะเป็นการแข่งในสนามกลาง เพื่อลดความได้เปรียบของทีมที่เป็นเจ้าบ้าน และเป็นการแข่งที่ยุติธรรมที่สุดสำหรับทุกทีม
ข้อกังขา คัดบอลโลกโซนเอเชีย รอบ 4 กับการล็อกทีมเจ้าภาพ
นี่เป็นอีกครั้งที่มีเรื่องน่ากังขา ในสายตาของแฟนบอลจำนวนมากเกิดขึ้น ในการ คัดบอลโลกโซนเอเชีย เพราะก่อนแข่งรอบคัดเลือก รอบ 4 ของโซนนี้ สมาคมฟุตบอลเอเชีย ได้เลือกให้ซาอุดิอาระเบียกับกาตาร์ รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ได้เล่นในบ้านของตัวเองทั้ง 2 นัด ที่จะเป็นตัวชี้ชะตาคว้าตั๋วผ่านเข้าไปเล่น ในฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย
โดยเราต้องย้อนกลับไปอธิบายก่อนว่า การแข่งในรอบ 4 จะมีทั้งหมด 6 ทีม แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม ซึ่งแต่ละทีมในกลุ่มก็จะต้องแข่งแบบเจอกันหมด ไม่มีเหย้า-เยือน เตะนัดเดียวที่สนามกลางแล้วรู้ผล และแฟนบอลหลายคนมองว่า มันควรเป็นสนามกลางจริง ๆ ไม่ใช่การล็อกเจ้าภาพแบบที่เป็นอยู่
- กลุ่มเอ กาตาร์ เป็นเจ้าภาพ โดยอยู่ร่วมกลุ่มกับ ยูเออี และ โอมาน
- กลุ่มบี ซาอุดิอาระเบีย เป็นเจ้าภาพ โดยอยู่ร่วมกลุ่มกับ อิรัก และ อินโดนีเซีย
- ทั้งสองชาติถูกหลายฝ่ายวิจารณ์ หลังถูกเลือกให้เป็นเจ้าภาพ
สิ่งที่ทำให้พวกเขาถูกวิจารณ์ และทางฝั่งสมาคม (AFC) ก็ถูกหลายฝ่ายโจมตีว่าล็อกผล เป็นเพราะทางเอเอฟซีไม่ได้ชี้แจงเกณฑ์คัดเลือกเจ้าภาพ ที่มีความโปร่งใสมากพอ และมีรายงานอีกว่า มีประเทศอื่นที่ยื่นข้อเสนอพร้อมรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ แต่สุดท้ายแล้วเอเอฟซีก็ยังเลือก 2 ประเทศนี้อยู่ดี
เอเอฟซี เลือกซาอุฯและกาตาร์ เพราะประสบการณ์ในการจัดการแข่งขัน
ด้วยผลที่ กาตาร์ เคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 และ ซาอุดิอาระเบีย ก็เคยรับหน้าที่เจ้าภาพมาแล้วหลายรายการ ทำให้ในศึก คัดบอลโลกโซนเอเชีย รอบ 4 เอเอฟซี ยืนกรานที่จะมอบสิทธิ์ให้กับสองประเทศนี้ แม้จะมีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายก็ตาม
เพราะทางสมาคมไม่ได้เปิดเผยว่า ประเทศอื่นที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ได้ยื่นแผนการเสนอแบบใด และสมาคมตัดสินด้วยเกณฑ์คะแนนแบบไหน ทำให้หลายคนต่างรู้สึกว่า แบบนี้คือการล็อกตัวเจ้าภาพเอาไว้แล้วชัด ๆ
ทีมที่ผลงานดีกว่า แต่ไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน
หากไม่ได้เลือกสนามกลาง ให้เป็นสนามของประเทศอื่น ที่ได้อยู่ใน 6 ทีมที่เข้ามาถึงรอบนี้ หลายคนมองว่า อย่างน้อยก็ควรให้สิทธิ์แก่ทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุด ในการแข่งรอบคัดเลือก รอบ 3 ซึ่งทางฝั่ง ยูเออี กับ อิรัก ต่างก็มีผลงานดีกว่า กาตาร์ ด้วยกันทั้งคู่
เพราะ ยูเออี เป็นทีมอันดับ 3 ของกลุ่มเอ มี 15 คะแนน ในขณะที่ อิรัก ก็เป็นอันดับ 3 ของกลุ่มบี มี 15 คะแนนเช่นกัน ซึ่งมีมากกว่า ซาอุดิอาระเบีย (อันดับ 3 กลุ่มซี) ที่มี 13 คะแนน และผลงานดีกว่า กาตาร์ (อันดับ 4 กลุ่มเอ) ที่มี 13 คะแนนอีกด้วย
แฟนบอลแย้ง กาตาร์ควรไปแข่งในซาอุฯ แล้วซาอุฯสลับมาแข่งที่กาตาร์
อีกหนึ่งประเด็นที่มีการพูดถึง ก่อนที่จะ คัดบอลโลกโซนเอเชีย รอบ 4 ก็คือ ในเมื่อล็อกชาติเจ้าภาพให้เป็นซาอุฯกับกาตาร์ แล้วทำไมถึงไม่ให้ซาอุฯไปแข่งที่กาตาร์ แล้วกาตาร์มาแข่งที่ซาอุฯแทน เพื่อที่จะได้เป็นการแข่งในสนามกลางจริง ๆ ไม่มีทีมไหนที่ได้เปรียบ เสียเปรียบมากเป็นพิเศษ
– นี่เป็นอีกครั้งที่เอเอฟซี ถูกวิจารณ์เรื่องความไม่โปร่งใส ในเกณฑ์คัดเลือกทีมเจ้าภาพ
– ทีมอื่นในกลุ่ม ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ นอกจากส่งทีมไปลงแข่งขันอย่างเต็มที่
– ไม่ใช่แค่เรื่องการเป็นเจ้าภาพ แต่เรื่องตารางแข่ง ก็เป็นอีกสิ่งนึงที่มีการวิจารณ์ในแง่ลบ
นอกจากนี้ทั้ง 2 ทีมยังถูกโจมตี ในเรื่องการจัดตารางแข่งอีกต่างหาก เพราะพวกเขามีเวลาพักมากกว่า อย่างเช่น กาตาร์ เกมแรกเตะกับ โอมาน แล้วได้พัก 6 วัน ก่อนแข่งกับ ยูเออี แต่ทางฝั่ง ยูเออี เตะกับ โอมาน แล้ว 3 วันให้หลังต้องแข่งกับ กาตาร์ เช่นเดียวกับทางฝั่ง ซาอุดิอาระเบีย ที่ได้เวลาพักแบบเดียวกัน
บทสรุปของการแข่งรอบคัดเลือก รอบ 4 ไม่มีพลิก
ผลของการเป็นเจ้าภาพ ในศึก คัดบอลโลกโซนเอเชีย รอบนี้ ก็คงต้องบอกว่า ไม่ได้มีอะไรที่พลิกโผเลย เพราะบทสรุปลงเอยด้วยการคว้าตั๋วเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ของทางฝั่ง กาตาร์ กับ ซาอุดิอาระเบีย หลังเก็บ 4 คะแนนจาก 2 นัด ได้อันดับ 1 ของกลุ่มด้วยกันทั้งคู่
ถึงแม้ว่าพวกเขา รวมถึงเอเอฟซี พยายามชี้แจงว่า ทุกอย่างล้วนถูกกฎ แต่ถึงอย่างนั้นในแง่ของความรู้สึก แฟนบอลจำนวนมากได้เห็นต่างกันออกไป อาจจะมีแค่ผลการจับสลากแบ่งกลุ่ม ที่ยึดทีมวางตามอันดับในฟีฟ่า แรงกิ้ง เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ที่รู้สึกว่ายุติธรรมดี แต่กับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ มันดูค้านสายตา และหวังว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีกในอนาคต

