ตะมูดาโซ เป็นชื่อที่แฟนบอลลาลีกาใช้เรียกเหตุการณ์ในเกมบาร์เซโลนาดาร์บีวันที่ 9 มิถุนายน 2007 เมื่อราอูล ตะมูโดทำสองประตูให้เอสปันญอลจนเสมอบาร์เซโลนา 2-2 ในนัดรองสุดท้ายของฤดูกาล 2006-07 ผลเสมอนัดนี้ไม่ได้ปิดแชมป์ให้ใครในทันที แต่เปลี่ยนเงื่อนไขการลุ้นแชมป์ในนัดสุดท้ายไปโดยสิ้นเชิง
การเรียกเหตุการณ์นี้ว่าตะมูดาโซ เป็นการผสมชื่อของตะมูโดเข้ากับคำว่าปิดแชมป์ในภาษาสเปน ซึ่งสื่อถึงบทบาทของเขาที่มีผลต่อการชิงแชมป์ทั้งฤดูกาล แม้ตัวเขาเองจะไม่ได้ยิงประตูปิดท้ายให้ทีมชนะ แต่การทำสองประตูจนเสมอกับทีมที่กำลังลุ้นแชมป์อยู่ ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนสมการทั้งหมดของตารางคะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
เดิมพันของดาร์บี
ทีมเอสปันญอลลงเล่นเพื่ออะไร
ก่อนนัดนี้ เรอัลมาดริดและบาร์เซโลนากำลังแข่งกันสูสีเพื่อคว้าแชมป์ลาลีกาฤดูกาล 2006-07 บาร์เซโลนาต้องการชัยชนะเพื่อรักษาความหวังในการป้องกันแชมป์ ขณะที่เอสปันญอลในฐานะทีมร่วมเมืองก็มีเดิมพันของตัวเองในสนาม นั่นคือศักดิ์ศรีของดาร์บีที่ไม่มีทีมไหนอยากยอมแพ้ง่าย ๆ ไม่ว่าตารางคะแนนของตัวเองจะเป็นอย่างไรก็ตาม
เกมดาร์บีระหว่างสองสโมสรในบาร์เซโลนามักมีลักษณะพิเศษที่ต่างจากเกมลีกทั่วไป เพราะนอกจากคะแนนในตารางแล้ว ยังมีเรื่องของศักดิ์ศรีระหว่างสองสโมสรที่อยู่ในเมืองเดียวกันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เอสปันญอลจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะปล่อยให้บาร์เซโลนาเก็บสามแต้มได้ง่าย ๆ ในสนามที่เป็นเจ้าบ้านของฝ่ายหลัง
ในทางสถิติ เอสปันญอลฤดูกาลนั้นไม่ได้อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์หรือลุ้นตกชั้น ทำให้บางฝ่ายอาจคาดว่าทีมจะผ่อนแรงในนัดที่ไม่มีผลต่อเป้าหมายของตัวเองมากนัก แต่ความเป็นจริงของฟุตบอลดาร์บีในเมืองเดียวกันมักไม่เป็นแบบนั้น นักเตะเอสปันญอลมีแรงจูงใจส่วนตัวเต็มที่ในการลงเล่นกับบาร์เซโลนา ไม่ว่าผลจะกระทบกับตารางคะแนนของทีมตัวเองมากน้อยแค่ไหนก็ตาม
นาทีท้ายที่คะแนนเปลี่ยน
ตะมูโดกับผลของเกม

ราอูล ตะมูโดทำสองประตูให้เอสปันญอลในเกมนี้ ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้เขาแซงหน้าสถิติผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของสโมสรที่มาราญอนเคยทำไว้ตั้งแต่ปี 1983 การยิงสองประตูในเกมสำคัญขนาดนี้ทำให้ชื่อของตะมูโดถูกจดจำมากขึ้นไปอีก ไม่ใช่แค่ในฐานะตำนานของเอสปันญอล แต่ยังเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทโดยตรงต่อผลการชิงแชมป์ลาลีกาในปีนั้นด้วย
ผลเสมอ 2-2 เกิดขึ้นที่คัมป์นู เนื่องจากบาร์เซโลนาเป็นเจ้าบ้านในนัดนี้ ไม่ใช่ที่สนามของเอสปันญอลอย่างที่บางคนอาจเข้าใจผิด การที่ทีมเจ้าบ้านอย่างบาร์เซโลนาเสียแต้มในบ้านตัวเองให้กับทีมร่วมเมืองที่ไม่ได้มีเป้าหมายลุ้นแชมป์ในตารางเดียวกัน ยิ่งทำให้ผลการแข่งขันนัดนี้ถูกพูดถึงมากเป็นพิเศษในเวลาต่อมา
สำหรับตะมูโดเอง การยิงสองประตูในเกมที่มีความหมายต่อการชิงแชมป์ลาลีกาคือช่วงเวลาที่ตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะตำนานของสโมสร เขาไม่ได้เป็นแค่ผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของเอสปันญอลในทางสถิติเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เล่นที่มีผลงานสำคัญในนัดที่ทั้งวงการฟุตบอลสเปนจับตามอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนจะมีโอกาสได้ทำแบบนี้ในอาชีพค้าแข้ง
หนึ่งนัดยังเหลือ
เงื่อนไขก่อนวันปิดลีก

ผลเสมอกับเอสปันญอลทำให้บาร์เซโลนาต้องรอลุ้นผลนัดสุดท้ายของฤดูกาลต่อไป โดยฤดูกาล 2006-07 จบลงด้วยเรอัลมาดริดและบาร์เซโลนาเก็บคะแนนเท่ากันที่ 76 คะแนน ส่วนเซบียาจบอันดับ 3 ด้วย 71 คะแนน เรอัลมาดริดคว้าแชมป์ไปครองได้เพราะสถิติเฮดทูเฮดที่ดีกว่า จากการชนะบาร์เซโลนา 2-0 ในเกมเหย้า และเสมอกัน 3-3 ในเกมเยือน กฎเฮดทูเฮดแบบนี้เป็นเงื่อนไขที่ใช้ตัดสินเมื่อสองทีมจบด้วยคะแนนเท่ากันในตารางลาลีกา
ในนัดปิดฤดูกาลวันที่ 17 มิถุนายน 2007 เรอัลมาดริดเอาชนะมายอร์กา 3-1 ส่วนบาร์เซโลนาเอาชนะฆิมนัสติกเดตาร์ราโกนา 5-1 ทั้งสองทีมชนะเหมือนกัน แต่ผลจากสถิติเฮดทูเฮดที่เรอัลมาดริดทำไว้ได้ดีกว่าตั้งแต่ก่อนนัดสุดท้ายทำให้แชมป์ตกเป็นของเรอัลมาดริดในทางตัวเลขไปแล้วก่อนเริ่มนัดสุดท้ายด้วยซ้ำ นี่คือเหตุผลที่ผลเสมอกับเอสปันญอลในนัดรองสุดท้ายมีความสำคัญมาก เพราะถ้าบาร์เซโลนาเก็บชัยชนะได้ในนัดนั้นแทนที่จะเสมอ สถานการณ์ก่อนนัดสุดท้ายอาจเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เรื่องราวของตะมูดาโซจึงไม่ใช่แค่ความทรงจำของแฟนเอสปันญอล แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การชิงแชมป์ลาลีกาที่ตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ในนัดที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
เรื่องนี้ยังเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับแฟนบอลที่ติดตามการลุ้นแชมป์ลีกในระยะยาว เพราะแชมป์ไม่ได้ถูกตัดสินแค่ในนัดที่มีสองทีมลุ้นแชมป์เจอกันโดยตรงเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับผลงานในนัดที่ดูเหมือนไม่สำคัญของทีมอื่นด้วย เกมดาร์บีระหว่างเอสปันญอลกับบาร์เซโลนาในวันนั้นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าแม้แต่นัดที่ทีมหนึ่งไม่มีเป้าหมายในตารางคะแนนของตัวเองแล้ว ก็ยังสามารถส่งผลกระทบต่อทีมอื่นที่กำลังลุ้นแชมป์อยู่ได้เสมอ

