ตราหมี2014 คว้าแชมป์ลาลีกาด้วยการเสียเพียง 26 ประตูตลอด 38 นัด และเก็บ 90 คะแนนเหนือบาร์เซโลนาสามแต้ม ทีมของดีเอโก ซิเมโอเนไม่ได้พึ่งการตั้งรับอย่างเดียว ความกระชับระหว่างกองกลางกับแนวรับช่วยลดพื้นที่ตรงกลาง ขณะที่ลูกนิ่งเปิดทางให้กองหลังขึ้นมาสร้างประตู เกมสุดท้ายที่กัมป์นูสรุปภาพนั้นได้ชัด แอตเลติโกเสียผู้เล่นหลักสองคนจากอาการบาดเจ็บ ตามหลังหนึ่งประตู แต่ตีเสมอจากลูกเตะมุมของโกเก้และลูกโหม่งของดีเอโก โกดิน
สองแนวที่ขยับพร้อมกัน
ตราหมี2014 คุมระยะก่อนแย่งบอล
รายงานเทคนิคยูฟ่าในส่วนวิเคราะห์นัดชิงแชมเปียนส์ลีก 2014 ระบุว่าแอตเลติโกใช้ 4-4-2 และอาศัยฟูลแบ็กฆวนฟรานกับฟิลิเป ลุยส์ทำงานในพื้นที่กว้าง ขณะเดียวกันผู้วิเคราะห์เรียกทีมว่าเป็นหน่วยที่กระชับ มีวุฒิภาวะด้านแท็กติก และจัดเกมรับได้ดี แม้เรอัล มาดริดครองบอล 60 ต่อ 40 แต่เจาะบล็อกป้องกันได้ยากในช่วงแรก
ในบทวิเคราะห์นัดชิงเดียวกัน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันชี้จุดแข็งสามอย่าง คือการไล่ล่าบอล การรักษาระเบียบ และความอดทนรอโอกาส ครึ่งแรกเรอัลพยายามใช้แกเร็ธ เบลกับโรนัลโดทางริมเส้น และให้เบนเซมาหาจังหวะจากการประสานตรงกลาง แต่สร้างโอกาสชัดเจนได้เพียงสองครั้ง การอ้างคำประเมินนี้จึงจำกัดอยู่ที่นัดชิงยุโรป ไม่ได้ใช้แทนข้อมูลทุกเกมในลาลีกา
ตัวเลขลีกสะท้อนผลของงานดังกล่าว แอตเลติโกชนะ 28 เสมอ 6 แพ้ 4 ยิง 77 และเสีย 26 ประตู เป็นทีมเสียประตูน้อยที่สุดของฤดูกาล สโมสรยังไม่แพ้เกมลีกในบิเซนเต กัลเดรอน แต่ตัวเลขไม่หมายความว่าทีมไม่เคยถูกเจาะ แอตเลติโกยังต้องอาศัยติโบต์ กูร์ตัวส์ช่วยหยุดโอกาส
ภาพจากนัดชิงยุโรปยังแสดงขีดจำกัดของแนวทางนี้ หลังเรอัลเปลี่ยนอิสโกกับมาร์เซโลลงในนาที 59 แอตเลติโกสร้างภัยคุกคามในเกมรุกได้น้อยลง แต่ยังรักษาสกอร์นำจนช่วงทดเวลา ตัวอย่างนี้รองรับเรื่องระเบียบและความอดทน ขณะเดียวกันก็เตือนว่าบล็อกป้องกันไม่ใช่เกราะที่หยุดคู่แข่งได้ตลอดเกม
ลูกนิ่งที่เป็นอาวุธหลัก
โกเก้และกองหลังในกรอบ
ลูกตั้งเตะทำให้แอตเลติโกส่งผู้เล่นรูปร่างแข็งแรงขึ้นไปอยู่ใกล้ประตูโดยไม่ต้องเปิดพื้นที่ระหว่างการต่อบอลหลายจังหวะ โกเก้กับกาบีรับหน้าที่ส่งบอล ส่วนโกดิน มิรันดา ราอูล การ์เซีย และกองหน้าขยับแยกตัวประกบ แต่ละคนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้โหม่งเสมอ การวิ่งของคนหนึ่งอาจดึงกองหลังเพื่อเปิดทางให้อีกคนเข้าหาบอล
เกมยุโรปกับเซนิตในเดือนกันยายน 2013 ให้ตัวอย่างตรงไปตรงมา โกเก้เปิดเตะมุมไปเสาแรกและมิรันดาโหม่งให้แอตเลติโกนำ ก่อนทีมชนะ 3–1 เดือนถัดมาในเกมเยือนปอร์โต โกดินขึ้นโหม่งฟรีคิกของกาบีเป็นประตูตีเสมอ จากนั้นกาบีเล่นฟรีคิกเร็วปล่อยให้อาร์ดายิงประตูชัย สองนัดนี้อยู่นอกลาลีกา แต่ช่วยอธิบายวิธีใช้ลูกนิ่งของทีมชุดเดียวกันในฤดูกาลนั้น

อาวุธลูกนิ่งไม่ได้แยกขาดจากเกมรับ ผู้เล่นต้องเลือกว่าใครขึ้นไปและใครคุมพื้นที่เผื่อเสียบอล หากเปิดไม่ผ่านแนวแรก ทีมต้องเก็บบอลจังหวะสองหรือถอยกลับสู่ตำแหน่งอย่างรวดเร็ว การมีโกดินและมิรันดาซึ่งทำหน้าที่หลักในแนวรับขึ้นไปลุ้นประตู จึงต้องอาศัยเพื่อนร่วมทีมรักษาสมดุลอยู่ด้านหลัง
เกมกับออสเตรีย เวียนนาในเดือนพฤศจิกายนย้ำความหลากหลายจากเตะมุม บอลเปิดของโกเก้ทำให้แนวรับสกัดไม่ขาด ก่อนมิรันดายิงประตูแรก ราอูล การ์เซียโหม่งลูกเปิดของคอสตาเป็นประตูที่สอง ส่วนฟิลิเป ลุยส์ซ้ำลูกยิงของอาเดรียนเป็นประตูที่สาม คอสตายิงจุดโทษไม่เข้า แต่ทำประตูที่สี่ในช่วงท้าย รูปแบบดังกล่าวบอกว่าลูกนิ่งเป็นหนึ่งในหลายเส้นทาง ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมดของ 77 ประตูลีก
แต้มเดียวที่กัมป์นู
โกดินกับเกมที่ต้องปรับแผน
วันที่ 17 พฤษภาคม 2014 แอตเลติโกเริ่มเกมตัดสินด้วยปัญหาที่ไม่ได้อยู่ในแผน คอสตาเจ็บเอ็นหลังต้นขาและออกในนาที 16 เจ็ดนาทีต่อมาอาร์ดาเจ็บบริเวณเชิงกรานและเล่นต่อไม่ได้ ซิเมโอเนต้องใช้ตัวสำรองสองคนตั้งแต่ครึ่งแรก ทำให้ทางเลือกสำหรับเปลี่ยนเกมช่วงท้ายเหลือน้อยลง
บาร์เซโลนาขึ้นนำในนาที 33 เมสซีพักบอลด้วยอกให้อเล็กซิส ซานเชซยิงผ่านกูร์ตัวส์ หากผลนั้นอยู่จนจบ เจ้าบ้านจะได้แชมป์ แอตเลติโกจึงไม่อาจเพียงป้องกันพื้นที่เดิม ต้องหาประตูพร้อมระวังไม่ให้เสียเพิ่ม ต้นครึ่งหลังดาบิด บียายิงชนเสา เป็นสัญญาณว่าทีมเริ่มเข้าถึงพื้นที่สุดท้ายได้
นาที 49 โกเก้เปิดเตะมุมจากขวา โกดินเข้าหาบอลและโหม่งเป็น 1–1

หลังตีเสมอ เงื่อนไขกลับมาเข้าทางแอตเลติโก บาร์เซโลนาส่งเนย์มาร์ลงแทนเปโดรและเพิ่มแรงกดดัน ส่วนทีมเยือนรักษาระยะระหว่างแนวและพยายามพาบอลออกจากเขตอันตราย เกมจบ 1–1 ทำให้แอตเลติโกคว้าแชมป์ลีกสมัยที่สิบ และเป็นครั้งแรกนับจากฤดูกาล 1995/96
ตราหมี2014 จึงแทรกเรอัล มาดริดกับบาร์เซโลนาด้วยการเชื่อมรายละเอียดหลายด้าน เกมรับที่กระชับลดจำนวนโอกาส ลูกนิ่งเปลี่ยนกองหลังให้เป็นผู้ทำประตู และความพร้อมปรับตัวช่วยทีมผ่านการเสียคอสตากับอาร์ดาในเกมตัดสิน ลูกโหม่งของโกดินเป็นภาพจำ แต่แต้มที่กัมป์นูมีความหมายได้เพราะคะแนนที่สะสมตลอด 37 นัดก่อนหน้านั้น

