คาเปลโลแชมป์2007 คือผลลัพธ์ของการจัดทีมใหม่กลางฤดูกาลที่เรอัลมาดริดไม่ได้แชมป์ลาลีกามาสองปีติดต่อกัน ฟาบิโอ คาเปลโล กลับมานั่งเก้าอี้กุนซือในซัมเมอร์ปี 2006 หลังย้ายจากยูเวนตุสท่ามกลางเหตุการณ์กัลโชโปลีที่ทำให้สโมสรอิตาลีถูกลดชั้น เขาไม่ได้แค่เปลี่ยนตัวผู้จัดการทีม แต่ต้องจัดบทบาทผู้เล่นใหม่ทั้งกระดาน ตั้งแต่แนวรุกไปจนถึงตัวสำรองที่ถูกโยนลงมาเปลี่ยนเกมในช่วงวิกฤตของฤดูกาล และสุดท้ายทีมก็คว้าแชมป์ด้วยคะแนนสะสมเท่ากับบาร์เซโลนาคู่แข่งตลอดกาลพอดิบพอดี
การกลับมาของคาเปลโล
แก้ทีมจากช่วงไร้แชมป์
ก่อนฤดูกาล 2006-07 เรอัลมาดริดไม่ได้แชมป์ลาลีกามาสองปี และบอร์ดบริหารตัดสินใจดึงคาเปลโลกลับมาเป็นสมัยที่สอง หลังจากที่เขาเพิ่งคุมยูเวนตุสได้ไม่นานก่อนสโมสรจะถูกลดชั้นจากคดีล็อกผลการแข่งขัน งานแรกของเขาไม่ใช่แค่หาผู้เล่นเก่งเพิ่ม แต่คือการจัดระเบียบห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับโลกให้ทำงานเป็นทีมเดียวกัน สโมสรทุ่มเงินเสริมทัพหลายตำแหน่งในซัมเมอร์นั้น ทั้งรุด ฟาน นิสเตลรอย กองหน้าชาวดัตช์จากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาฮามาดู ดิยาร์รา กองกลางจากลียง ฟาบิโอ คันนาวาโร กับเอเมร์สัน จากยูเวนตุส ก่อนจะเติมเฟร์นันโด กาโกและกอนซาโล อิกวาอินเข้ามาอีกในช่วงตลาดนักเตะฤดูหนาว การประกอบทีมจากผู้เล่นหลายสัญชาติหลายสไตล์แบบนี้ทำให้ครึ่งฤดูกาลแรกของคาเปลโลไม่ได้ราบรื่นอย่างที่หลายคนคาดหวัง ทีมต้องใช้เวลาปรับจังหวะเกมและหาจุดร่วมของผู้เล่นที่เพิ่งมาใหม่กับผู้เล่นชุดเดิม กว่าโครงสร้างทีมจะเริ่มนิ่งก็ล่วงเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลไปแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การหมุนเวียนตัวผู้เล่นและการใช้ตัวสำรองมีความสำคัญไม่แพ้ผู้เล่นตัวจริงสิบเอ็ดคน การเสริมกองกลางอย่างดิยาร์ราและเอเมร์สันเข้ามาพร้อมกันยังทำให้คาเปลโลมีทางเลือกด้านความแข็งแกร่งในการยึดพื้นที่กลางสนามมากขึ้นกว่าฤดูกาลก่อนหน้า ซึ่งเป็นจุดเล็กๆ ที่มักถูกมองข้ามเวลาพูดถึงแชมป์สมัยนี้ของมาดริด
กองหน้าและตัวเปลี่ยนเกม
ฟานนิสเตลรอยกับกูตี

ฟาน นิสเตลรอย กลายเป็นตัวเลือกหลักในแดนหน้าตลอดฤดูกาลนั้น และจบซีซั่นด้วยการเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของลาลีกาด้วยจำนวน 25 ประตู ซึ่งเป็นหลักประกันความคมของแนวรุกมาดริดในนัดที่ทีมต้องบุกทำประตูภายใต้แรงกดดัน ขณะเดียวกันกูตี กองกลางเบอร์ 14 ของทีมชุดนี้ ก็ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คาเปลโลพึ่งพาในการเชื่อมเกมระหว่างแดนกลางกับแนวรุก จุดที่ทำให้ฤดูกาลนี้ต่างจากการเล่าเรื่องแชมป์ทั่วไปคือการที่คาเปลโลไม่ได้ยึดติดกับผู้เล่นชุดใดชุดหนึ่งตลอดทั้งซีซั่น เขาสลับใช้ตัวสำรองในหลายนัดที่ทีมต้องเร่งผลการแข่งขัน และให้โอกาสผู้เล่นที่ไม่ได้ลงเป็นตัวจริงประจำได้พิสูจน์ตัวเองในจังหวะสำคัญ แนวทางนี้ทำให้มาดริดมีทางเลือกมากกว่าการพึ่งพาผู้เล่นเพียงไม่กี่คน และกลายเป็นปัจจัยที่ตัดสินผลลัพธ์ในนัดที่กดดันที่สุดของฤดูกาล
คืนสุดท้ายกับมาร์ยอร์กา
เรเยสลงมาเปลี่ยนเกม

โฆเซ อันโตนิโอ เรเยส เข้าร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาลจากอาร์เซนอลตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2006 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดีลแลกเปลี่ยนตัวกับคูลิโอ บัพติสตาที่ย้ายไปอาร์เซนอล ตลอดฤดูกาลเขาไม่ได้เป็นตัวจริงประจำ แต่กลายเป็นผู้เล่นที่คาเปลโลไว้ใจในบทบาทตัวสำรอง และบทบาทนั้นก็ส่งผลชัดที่สุดในนัดปิดฤดูกาลวันที่ 17 มิถุนายน 2007 ที่เรอัลมาดริดต้องเอาชนะมาร์ยอร์กาให้ได้เพื่อคว้าแชมป์ลาลีกา ก่อนเริ่มเกม ความสนใจของแฟนบอลส่วนหนึ่งอยู่ที่เดวิด เบ็คแฮมและโรแบร์โต การ์โลส สองผู้เล่นที่กำลังจะอำลาทีมเมื่อจบฤดูกาลนี้ แต่เมื่อเบ็คแฮมได้รับบาดเจ็บระหว่างเกม เรเยสถูกส่งลงมาแทนที่ และยิงได้ถึงสองประตูช่วยพลิกสถานการณ์จากที่ทีมตามหลังอยู่ก่อน จนเรอัลมาดริดเอาชนะไปได้ 3-1 ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้เรอัลมาดริดจบฤดูกาลด้วย 76 คะแนน เท่ากับบาร์เซโลนาคู่แข่งตลอดกาลเป๊ะ ส่วนเซบียาตามมาเป็นอันดับสามด้วย 71 คะแนน แต่มาดริดคว้าแชมป์ไปครองเพราะสถิติเจอกันโดยตรงที่ดีกว่า โดยชนะบาร์เซโลนา 2-0 ในบ้าน และเสมอ 3-3 ในเกมเยือน กติกาเจอกันโดยตรงจึงกลายเป็นตัวชี้ขาดแชมป์ปีนั้น ไม่ใช่แค่ผลต่างประตูได้เสียแบบที่หลายคนอาจเข้าใจผิด
เรื่องราวของคาเปลโลแชมป์2007 จึงไม่ได้เป็นแค่การเล่าว่าใครยิงประตูชี้ขาด แต่เป็นภาพของผู้จัดการทีมที่ต้องบริหารผู้เล่นระดับโลกจำนวนมากให้ลงตัว ทั้งการใช้ผู้เล่นใหม่จากตลาดซัมเมอร์ การพึ่งพาผู้ทำประตูสูงสุดของลีกอย่างฟาน นิสเตลรอย และการกล้าใช้ตัวสำรองอย่างเรเยสในจังหวะที่กดดันที่สุดของฤดูกาล ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงด้วยตัวเลขคะแนนที่เท่ากันเป๊ะกับคู่แข่ง และถูกตัดสินด้วยผลการเจอกันเองระหว่างสองทีมเท่านั้น เป็นฤดูกาลที่แสดงให้เห็นว่าความลึกของทีมและการตัดสินใจใช้คนให้ถูกจังหวะ สำคัญไม่น้อยไปกว่าฝีเท้าของผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ในสนาม และเป็นเหตุผลที่ทำให้แฟนบอลที่ย้อนกลับไปดูฤดูกาลนี้มักพูดถึงชื่อเรเยสควบคู่ไปกับฟาน นิสเตลรอยเสมอ ทั้งที่คนแรกไม่ได้ลงเป็นตัวจริงในนัดชี้ขาดด้วยซ้ำ

