คดีอัลเลมันดี 1927 แชมป์แรกที่ถูกริบและไม่มีทีมใดได้ไปครอง

ลุยจิ อัลเลมันดี ในชุดโตริโน

คดีอัลเลมันดีคือเรื่องอื้อฉาวที่ทำให้ฤดูกาล 1926 ถึง 1927 ของฟุตบอลอิตาลีจบลงโดยไม่มีทีมใดได้ครองแชมป์เลย ทั้งที่ปกติแชมป์ลีกก็ควรมีเจ้าของแน่นอน จุดเริ่มต้นของทุกอย่างคือเกมดาร์บี้เมืองตูรินหนึ่งนัดที่ผลการแข่งขันดูเหมือนธรรมดา แต่กลับซ่อนเรื่องสินบนเอาไว้เบื้องหลัง

เรื่องเริ่มจากเกมไหนและมีข้อกล่าวหาอะไร

ทุกอย่างเริ่มจากเกมดาร์บี้เมืองตูรินระหว่างโตริโนกับยูเวนตุส ที่แข่งกันวันที่ 5 มิถุนายน 1927 ผลจบลงด้วยโตริโนพลิกกลับมาชนะ 2 ต่อ 1 แต่เบื้องหลังชัยชนะครั้งนี้กลับมีข้อกล่าวหาเรื่องสินบน ลุยจิ อัลเลมันดี นักเตะแนวรับของยูเวนตุสในเกมนั้น ถูกกล่าวหาว่ารับเงินจากกุยโด นานี ผู้ตรวจสอบบัญชีของสโมสรโตริโน เป็นจำนวนรวม 35,000 ลีรา โดยมีการจ่ายล่วงหน้า 25,000 ลีราผ่านคนกลางชื่อฟรานเชสโก เกาดิโอโซ ส่วนอีก 10,000 ลีราที่เหลือตกลงกันว่าจะจ่ายให้หลังโตริโนคว้าแชมป์ได้สำเร็จ แต่เงินก้อนหลังนี้ไม่เคยถูกจ่ายจริง ข้อกล่าวหาจึงชัดเจนว่าฝ่ายโตริโนเป็นผู้เสนอสินบนให้นักเตะของคู่แข่งเล่นปล่อยเพื่อให้ทีมตัวเองได้แชมป์ ข้อตกลงที่ระบุว่าเงินก้อนหลังจะจ่ายก็ต่อเมื่อโตริโนคว้าแชมป์ได้สำเร็จ บอกให้รู้ว่าเกมนัดนี้ไม่ใช่แค่ดาร์บี้ธรรมดา แต่เป็นนัดที่ส่งผลโดยตรงต่อการลุ้นแชมป์ของฤดูกาลนั้น การที่โตริโนพลิกชนะได้ในช่วงท้ายเกมจึงยิ่งทำให้ผลการแข่งขันดูน่าสงสัยเมื่อความจริงถูกเปิดเผยออกมาภายหลัง

เรื่องแดงขึ้นมาได้อย่างไร

เรื่องที่ดูเหมือนจะเงียบหายไปกลับถูกเปิดโปงโดยนักข่าวชื่อเรนาโต แฟร์มิเนลลี ผ่านบทความชุดหนึ่งที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Lo Sport ของมิลานและ Il Tifone ของโรม ในช่วงวันที่ 29 กรกฎาคม ถึง 22 กันยายน 1927 แฟร์มิเนลลีไม่ได้เขียนตรงไปตรงมาตั้งแต่บทความแรก แต่ใช้หัวข้อแบบเลี่ยงความหมายอย่าง เพลงนำ มีอะไรเน่าเฟะในเดนมาร์ก และ ซิมโฟนี ก่อนจะค่อยๆ เปิดเผยรายละเอียดของการติดสินบนออกมาทีละส่วน วิธีการเล่าแบบนี้ทำให้เรื่องราวถูกจับตามองมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นประเด็นที่สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป ระยะเวลาเกือบสองเดือนที่แฟร์มิเนลลีทยอยปล่อยข้อมูลออกมาทีละชิ้น ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงปลายเดือนกันยายน 1927 ก็เพียงพอจะสร้างแรงกดดันให้สาธารณชนและสหพันธ์ต้องหันมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง แทนที่จะปล่อยให้ผ่านไปเงียบๆ เหมือนที่อาจเกิดขึ้นได้หากไม่มีใครกล้าเขียนถึงมันเลย

มุมสูงของจัตุรัสซานคาร์โลใจกลางเมืองตูรินมีผู้คนเดินสัญจรอยู่ทั่วลาน
จัตุรัสซานคาร์โลใจกลางเมืองตูริน เมืองที่ข่าวคดีอัลเลมันดีถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในปี 1927

การที่เรื่องนี้ถูกเปิดโปงผ่านหน้าหนังสือพิมพ์แทนที่จะเป็นการสอบสวนภายในของสหพันธ์เองตั้งแต่แรก สะท้อนให้เห็นว่าสื่อกีฬาในยุคนั้นมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบวงการฟุตบอล แม้จะต้องเขียนอ้อมค้อมเพื่อเลี่ยงปัญหาก็ตาม

บทลงโทษที่ออกมาคืออะไร

วันที่ 4 พฤศจิกายน 1927 คณะกรรมการกลางของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีมีคำตัดสินออกมา โตริโนถูกริบแชมป์ฤดูกาล 1926 ถึง 1927 ทันที ขณะที่ยูเวนตุสไม่ถูกลงโทษใดๆ เพราะถูกมองว่าเป็นฝ่ายเสียหายจากการที่นักเตะของตัวเองถูกซื้อตัวให้เล่นปล่อย ส่วนลุยจิ อัลเลมันดีถูกตัดสินแบนตลอดชีวิต และคำตัดสินแบนนี้ได้รับการยืนยันอีกครั้งในวันที่ 21 พฤศจิกายนปีเดียวกัน

โคลอสเซียมสัญลักษณ์ของกรุงโรมมองจากถนนด้านล่างที่มีรถและผู้คนสัญจร
กรุงโรม เมืองที่คณะกรรมการโอลิมปิกอิตาลีประกาศอภัยโทษคดีอัลเลมันดีในปี 1928

บทลงโทษที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าสหพันธ์ในยุคนั้นเลือกจัดการปัญหาด้วยการลงโทษทั้งสโมสรที่เป็นต้นเหตุของการติดสินบนและนักเตะที่รับข้อเสนอ แต่ไม่แตะต้องฝ่ายที่ถูกมองว่าเป็นเหยื่อของเหตุการณ์นี้ การที่คำตัดสินแบนอัลเลมันดีต้องได้รับการยืนยันซ้ำอีกครั้งในอีกสองสัปดาห์ต่อมา ก็สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการพิจารณาโทษของสหพันธ์ในยุคนั้นยังต้องผ่านหลายขั้นตอนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและมีผลบังคับใช้จริง

ทำไมแชมป์ปีนั้นจึงไม่ถูกมอบให้ทีมอันดับสอง

คำถามที่ตามมาคือเมื่อโตริโนถูกริบแชมป์ แล้วทีมอันดับสองอย่างโบโลญญาจะได้แชมป์แทนหรือไม่ คำตอบจากสหพันธ์คือไม่ อาร์ปินาตี ผู้มีอำนาจกำกับดูแลวงการกีฬาของรัฐบาลฟาสซิสต์ในเวลานั้น ประกาศชัดเจนว่าโบโลญญาจะไม่ได้รับตำแหน่งแชมป์ที่ถูกริบจากโตริโน และฤดูกาล 1926 ถึง 1927 จะไม่มีทีมใดได้เป็นแชมป์เลย การตัดสินใจนี้ทำให้ฤดูกาลนั้นกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ฤดูกาลของฟุตบอลอิตาลีที่จบลงโดยไม่มีเจ้าของถ้วยแชมป์ ต่างจากกรณีทั่วไปที่เมื่อแชมป์ถูกริบ ตำแหน่งมักจะตกไปอยู่กับทีมอันดับรองลงมาแทน แนวทางที่สหพันธ์เลือกใช้ในตอนนั้นจึงถือว่าเข้มงวดกว่าปกติมาก เพราะไม่ได้มองว่าโบโลญญาสมควรได้แชมป์เพียงเพราะอยู่อันดับถัดจากทีมที่ถูกลงโทษ แต่มองว่าความเสียหายจากคดีทุจริตกระทบต่อความน่าเชื่อถือของทั้งฤดูกาล จนไม่มีทีมใดสมควรได้ครองตำแหน่งแชมป์เลยสักทีม

คดีนี้ส่งผลอะไรต่อการคุมกฎในปีต่อมา

แม้บทลงโทษเดิมจะดูรุนแรง แต่ก็ไม่ได้อยู่ยาวนานอย่างที่ประกาศไว้ตอนแรก วันที่ 22 เมษายน 1928 ซึ่งตรงกับวันฉลองครบรอบการก่อตั้งกรุงโรม ลันโด แฟร์เรตติ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกอิตาลี ประกาศอภัยโทษ ทำให้ทั้งลุยจิ อัลเลมันดีและผู้บริหารสโมสรโตริโนอีกสี่คนที่ยังถูกแบนอยู่พ้นโทษทั้งหมด หลังพ้นโทษ อัลเลมันดีกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งให้กับแอมโบรซีอานา-อินเตอร์ ซึ่งเป็นชื่อของสโมสรอินเตอร์มิลานในยุคนั้น การอภัยโทษที่มาเร็วกว่าที่คาดแสดงให้เห็นว่าแม้สหพันธ์จะลงโทษหนักในตอนแรกเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของการแข่งขัน แต่สุดท้ายก็เลือกเปิดทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกลับมาได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี คดีอัลเลมันดีจึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญของวงการฟุตบอลอิตาลียุคแรกที่แสดงให้เห็นทั้งความเข้มงวดของกฎและช่องทางที่นำไปสู่การให้อภัยในเวลาต่อมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO