ดีลขายซานซีโรจากเทศบาลเมืองมิลานไปให้สองสโมสรอย่างเป็นทางการปิดฉากลงเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2025 ด้วยมูลค่า 197 ล้านยูโร เปิดทางให้เอซี มิลานและอินเตอร์ มิลานเดินหน้าโครงการสร้างสนามใหม่แทนที่สนามเดิมซึ่งจะถูกรื้อทิ้งทั้งหมด ดีลนี้ต้องปิดให้ทันก่อนเส้นตายทางกฎหมายที่สำคัญ และยังผูกโยงกับกำหนดเวลาที่อิตาลีต้องเตรียมสนามให้พร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพร่วมยูโร 2032
ดีลซื้อขายครั้งนี้ตกลงอะไรกันบ้าง
ข้อตกลงซื้อขายซานซีโรและพื้นที่โดยรอบระหว่างเทศบาลเมืองมิลานกับสองสโมสรปิดดีลอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2025 ด้วยมูลค่ารวม 197 ล้านยูโร เอซี มิลานและอินเตอร์ มิลานร่วมกันซื้อทั้งตัวสนามและที่ดินโดยรอบเพื่อนำไปพัฒนาเป็นโครงการสนามใหม่ ความเร่งด่วนของดีลนี้มาจากเส้นตายที่ว่าหากปิดดีลไม่ทันวันที่ 10 พฤศจิกายน 2025 ชั้นสองของตัวสนามเดิมจะได้รับสถานะคุ้มครองทางประวัติศาสตร์ตามกฎหมาย ซึ่งจะทำให้การรื้อถอนแทบเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ สองสโมสรจึงต้องเร่งเจรจาให้จบก่อนวันดังกล่าวเพียงไม่กี่วัน ความเร่งรีบของดีลนี้ทำให้กระบวนการเจรจาที่เคยยืดเยื้อมานานหลายปีต้องสรุปให้จบภายในเวลาอันสั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์สุดท้าย
แผนสนามใหม่หน้าตาเป็นอย่างไร
ตามแผนที่เปิดเผยออกมา สนามใหม่จะมีความจุ 71,500 ที่นั่ง สร้างอยู่บนพื้นที่เดียวกับสนามเดิมซึ่งครอบคลุมพื้นที่ราว 281,000 ตารางเมตร ออกแบบโดยบริษัทฟอสเตอร์ พลัส พาร์ตเนอร์สร่วมกับมานิก้า เป้าหมายของสองสโมสรคือให้สนามใหม่พร้อมใช้งานก่อนฤดูกาล 2030 ถึง 2031 เพื่อให้ทันกับกำหนดการที่อิตาลีจะร่วมเป็นเจ้าภาพยูโร 2032 กับตุรกี ความจุ 71,500 ที่นั่งใกล้เคียงกับความจุปัจจุบันของซานซีโร แต่จะมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยกว่าอาคารเดิมที่ใช้งานมาหลายสิบปี การที่สองสโมสรใหญ่ของเมืองเดียวกันตกลงใช้สนามร่วมกันต่อไปในอนาคตก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในวงการฟุตบอลยุโรป เพราะส่วนใหญ่สโมสรมักแยกไปสร้างสนามของตัวเองมากกว่าจะใช้ร่วมกันต่อเนื่องแบบนี้

สนามเดิมจะถูกจัดการอย่างไร
ตามข้อมูลล่าสุดหลังดีลปิดตัวลง สนามซานซีโรหลังปัจจุบันจะถูกรื้อถอนทั้งหมดเพื่อเปิดทางให้การก่อสร้างสนามใหม่บนพื้นที่เดียวกัน นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้สองสโมสรต้องเร่งปิดดีลให้ทันก่อนที่สถานะคุ้มครองทางประวัติศาสตร์ของชั้นสองอาคารจะมีผลบังคับใช้ เพราะหากอาคารได้รับการคุ้มครองแล้ว การรื้อสนามเดิมทั้งหมดตามแผนจะทำไม่ได้อีกต่อไป การตัดสินใจรื้อสนามที่มีอายุเก่าแก่และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิลานทั้งหลังจึงเป็นประเด็นที่แฟนบอลจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกเสียดายอยู่ สนามแห่งนี้เป็นสนามเหย้าร่วมของทั้งสองสโมสรมาต่อเนื่องหลายสิบปีและเป็นหนึ่งในสนามที่แฟนบอลทั่วโลกจดจำได้ทันทีเมื่อพูดถึงฟุตบอลอิตาลี การรื้อถอนทั้งหมดจึงเท่ากับการปิดฉากบทหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลเมืองมิลานไปพร้อมกัน

ทำไมกำหนดเวลาถึงผูกกับยูโร 2032
ยูฟ่าระบุว่าสภาพของสนามซานซีโรในปัจจุบันไม่ทันสมัยพอที่จะรองรับการแข่งขันระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างยูโร 2032 ได้ อิตาลีซึ่งร่วมเป็นเจ้าภาพกับตุรกีจึงต้องเตรียมสนามที่ผ่านมาตรฐานให้ทันตามกำหนด โดยสมาคมฟุตบอลอิตาลีต้องส่งรายชื่อสนามที่จะใช้แข่งขันทั้งหมดห้าสนามให้ยูฟ่าภายในเดือนตุลาคม 2026 ส่วนสนามใดที่ยังต้องปรับปรุงก็ต้องมีแหล่งเงินทุนและการอนุมัติที่ครบถ้วนก่อนเส้นตายที่ยูฟ่ากำหนดไว้ นี่คือแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ดีลซานซีโรต้องเดินหน้าให้ทันเวลา ไม่ใช่แค่เรื่องของสองสโมสรเพียงลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมทั้งประเทศที่ต้องพิสูจน์ความพร้อมให้ยูฟ่าเห็น หากอิตาลีไม่สามารถยื่นสนามที่ผ่านมาตรฐานได้ครบตามจำนวนที่กำหนด ก็มีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพร่วมในบางเมืองได้เช่นกัน การแข่งขันกับเวลาในลักษณะนี้ทำให้โครงการก่อสร้างสนามใหม่ในหลายเมืองของอิตาลีต้องเร่งกระบวนการอนุมัติที่ปกติแล้วมักใช้เวลาหลายปีให้เสร็จสิ้นเร็วขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา
สนามอื่นในอิตาลีเตรียมตัวอย่างไร
นอกจากซานซีโรแล้ว เมืองโบโลญญาและฟลอเรนซ์ก็มีโครงการปรับปรุงสนามที่กำลังดำเนินอยู่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยูโร 2032 เช่นกัน ส่วนสนามโอลิมปิโกในกรุงโรมก็อยู่ระหว่างการประเมินว่าจะต้องปรับปรุงมากน้อยแค่ไหน มีเพียงยูเวนตุส สเตเดียมในเมืองตูรินซึ่งสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2011 เท่านั้นที่ผ่านมาตรฐานของยูฟ่าโดยไม่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม ภาพรวมของอิตาลีในเรื่องนี้ยังถือว่าล่าช้ากว่าประเทศอื่น เพราะระหว่างปี 2007 ถึง 2024 อิตาลีปรับปรุงหรือสร้างสนามใหม่เพียงหกแห่งเท่านั้น เทียบกับเยอรมนีที่ทำได้ 19 แห่ง อังกฤษ 13 แห่ง และฝรั่งเศส 12 แห่ง ซึ่งส่งผลต่อรายได้วันแข่งของสโมสรในเซเรีย อาที่ทำได้เพียง 440 ล้านยูโรในฤดูกาล 2023 ถึง 2024 ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของรายได้ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวเลขเหล่านี้อธิบายได้ว่าทำไมโครงการสนามใหม่อย่างซานซีโรถึงถูกมองว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับวงการฟุตบอลอิตาลีทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เรื่องของสองสโมสรในมิลานเพียงลำพังเท่านั้น หากอิตาลีต้องการลดช่องว่างรายได้กับลีกใหญ่อื่นของยุโรปในระยะยาว การมีสนามที่ทันสมัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในหลายเมืองก็เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ต้องแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรก และดีลซานซีโรก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เมืองอื่นเร่งโครงการของตัวเองตามมาเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน สำหรับแฟนบอลที่ติดตามเรื่องนี้ ปี 2026 ถึง 2032 จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตาดูว่าอิตาลีจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสนามฟุตบอลทั้งประเทศให้ทันสมัยขึ้นได้มากน้อยแค่ไหนก่อนงานใหญ่จะมาถึง

