ตราหมี2014 คือฉายาที่แฟนบอลไทยใช้เรียกแอตเลติโก มาดริดในฤดูกาลที่ทีมสร้างปรากฏการณ์แทรกกลางระหว่างบาร์เซโลนากับเรอัลมาดริดได้สำเร็จ ทีมของดิเอโก ซิเมโอเนปิดฤดูกาล 2013/14 ด้วย 90 คะแนน มีเกมรับที่ดีที่สุดในลีกด้วยการเสียประตูเพียง 26 ลูกตลอดทั้งฤดูกาล และไม่แพ้ใครเลยในบ้านตัวเองที่บิเซนเต กัลเดรอน ก่อนจะปิดฉากด้วยผลเสมอในนัดสุดท้ายที่การันตีแชมป์ลีกสมัยที่สิบของสโมสร
สองแนวที่ขยับพร้อมกัน
จุดแข็งที่สุดของแอตเลติโกฤดูกาลนั้นคือเกมรับที่เป็นระบบ ผู้เล่นทุกคนขยับตำแหน่งพร้อมกันเป็นบล็อกเดียว ทำให้ระยะห่างระหว่างแนวรับกับแนวกลางแคบลงจนคู่แข่งหาช่องว่างตรงกลางสนามได้ยาก ตัวเลขเสียประตูเพียง 26 ลูกตลอดฤดูกาลคือเครื่องยืนยันที่ชัดเจนที่สุดว่าระบบเกมรับของซิเมโอเนได้ผลจริง และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ทีมสามารถแข่งกับสองสโมสรใหญ่ที่มีงบประมาณสร้างทีมสูงกว่ามากได้ตลอดทั้งฤดูกาล
คุมระยะก่อนแย่งบอล
แทนที่จะไล่แย่งบอลแบบกระจัดกระจาย ทีมของซิเมโอเนเน้นให้ผู้เล่นทุกคนขยับเข้าหาบอลพร้อมกันเป็นกลุ่ม บีบพื้นที่ให้คู่แข่งเหลือทางเลือกในการจ่ายบอลน้อยลง เมื่อแย่งบอลคืนมาได้ในพื้นที่ที่กระชับ ทีมจึงมีเวลาตั้งเกมรุกได้มากกว่าการเสี่ยงแย่งบอลในพื้นที่กว้าง วินัยเกมรับระดับนี้ต้องอาศัยการฝึกซ้อมที่หนักและความเข้าใจร่วมกันของผู้เล่นทั้งสิบเอ็ดคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ซิเมโอเนปลูกฝังให้ทีมตั้งแต่เข้ามาคุมทีมได้ไม่นาน
อีกปัจจัยที่ทำให้ระบบนี้ยั่งยืนตลอดฤดูกาลคือความสม่ำเสมอของผู้เล่นชุดหลัก ทีมไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวจริงบ่อยครั้งนัก ทำให้ผู้เล่นแต่ละคนเข้าใจหน้าที่และตำแหน่งของเพื่อนร่วมทีมได้ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผ่านไปหลายนัด ความเข้าใจกันในสนามก็ยิ่งแน่นขึ้น จนกลายเป็นทีมที่เคลื่อนที่ประสานกันเป็นหน่วยเดียวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ต่างจากทีมที่ต้องปรับตัวใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นจำนวนมาก
ลูกนิ่งที่เป็นอาวุธหลัก

นอกจากเกมรับที่แน่นหนา แอตเลติโกฤดูกาลนั้นยังมีชื่อเสียงเรื่องการใช้ลูกตั้งเตะเป็นอาวุธทำประตูสำคัญ โกเก้ กองกลางดาวรุ่งของทีมในเวลานั้นทำหน้าที่เป็นผู้เปิดลูกเตะมุมและลูกฟรีคิกในหลายจังหวะ ให้กองหลังตัวสูงของทีมขึ้นมาโหม่งทำประตูในกรอบเขตโทษ รูปแบบการทำประตูเช่นนี้ช่วยชดเชยในจังหวะที่เกมเปิดของทีมยังไม่สามารถเจาะแนวรับคู่แข่งได้โดยตรง
โกเก้และกองหลังในกรอบ
การมีกองหลังตัวสูงที่แข็งแกร่งในเกมลูกกลางอากาศทำให้ลูกนิ่งของแอตเลติโกกลายเป็นสถานการณ์ที่คู่แข่งต้องระวังเป็นพิเศษทุกครั้งที่เสียฟรีคิกหรือลูกเตะมุมใกล้กรอบเขตโทษ ทีมจึงมักได้ประตูสำคัญจากจังหวะเซตพีชในนัดที่เกมเปิดสูสี ความสามารถในการทำประตูจากลูกนิ่งเช่นนี้ทำให้แอตเลติโกไม่ต้องพึ่งพาแค่เกมเปิดอย่างเดียว แต่มีทางเลือกเสริมที่ช่วยให้ทีมเก็บสามแต้มได้แม้ในเกมที่เล่นได้ไม่สวยงามนัก
ในหลายนัดที่คู่แข่งตั้งเกมรับแน่นจนหาช่องเปิดเกมได้ยาก ลูกนิ่งกลายเป็นทางออกที่ทำให้แอตเลติโกยังมีโอกาสทำประตูอยู่เสมอ เพราะต่อให้เกมเปิดเล่นได้ไม่ลื่นไหลนัก จังหวะเตะมุมหรือฟรีคิกใกล้กรอบเขตโทษก็ยังเป็นสถานการณ์ที่ทีมมั่นใจได้ว่ามีโอกาสทำประตูสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป นี่คือเหตุผลที่โค้ชหลายทีมในลีกต้องเตรียมแผนรับมือลูกนิ่งของแอตเลติโกเป็นการเฉพาะก่อนลงแข่งในทุกนัด
แต้มเดียวที่กัมป์นู

ทุกอย่างมาถึงจุดตัดสินในนัดสุดท้ายของฤดูกาลวันที่ 18 พฤษภาคม 2014 ที่กัมป์นู แอตเลติโกออกนำห่างบาร์เซโลนาอยู่สามแต้มก่อนลงเล่นนัดนี้ ทำให้ผลเสมอก็เพียงพอแล้วที่จะคว้าแชมป์ลีก แต่สถานการณ์ในสนามกลับไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคาดคิด เพราะบาร์เซโลนาขึ้นนำก่อนในครึ่งแรก และแอตเลติโกยังต้องเสียผู้เล่นตัวจริงถึงสองคนจากอาการบาดเจ็บระหว่างเกมอีกด้วย
โกดินกับเกมที่ต้องปรับแผน
แม้จะเจอความไม่พร้อมหลายด้าน ทีมของซิเมโอเนก็ยังหาทางตีเสมอได้สำเร็จในครึ่งหลังจากจังหวะโหม่งของดิเอโก โกดิน กองหลังตัวหลักของทีม ทำให้ผลจบลงที่ 1-1 และแอตเลติโก มาดริดคว้าแชมป์ลาลีกาสมัยที่สิบของสโมสรไปครอง นับเป็นแชมป์ลีกสมัยแรกของทีมในรอบสิบแปดปี และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2003/04 ที่มีสโมสรอื่นนอกเหนือจากบาร์เซโลนาและเรอัลมาดริดคว้าแชมป์ลีกสเปนได้สำเร็จ ผลการแข่งขันนัดนี้ยังถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กว่าหกสิบเจ็ดปีของสนามกัมป์นูที่ทีมเยือนสามารถการันตีแชมป์ลีกได้ในสนามแห่งนี้
ความสำเร็จของตราหมีฤดูกาล 2013/14 จึงไม่ได้เกิดจากโชคช่วยเพียงนัดเดียว แต่สะสมมาจากเกมรับที่มั่นคงที่สุดในลีกตลอดสามสิบแปดนัด ประกอบกับความสามารถในการทำประตูจากลูกนิ่งที่ช่วยเสริมเกมรุก และจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ในนัดตัดสินแม้จะเสียเปรียบเรื่องความพร้อมของผู้เล่น ฤดูกาลนี้จึงกลายเป็นตัวอย่างที่ถูกพูดถึงเสมอเมื่อพูดถึงทีมที่พลิกความคาดหมายในระบบที่ปกติมีเพียงสองสโมสรใหญ่ผลัดกันคว้าแชมป์มาโดยตลอด และยังเป็นแรงบันดาลใจให้สโมสรขนาดกลางทีมอื่นในลีกเชื่อว่าการวางระบบที่ชัดเจนและทำงานเป็นทีมอย่างสม่ำเสมอ สามารถพาทีมไปได้ไกลกว่างบประมาณที่มีอยู่จริงเสมอ

