บาร์ซาสามแชมป์2009 เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ของเดือนพฤษภาคมปีนั้น เมื่อบาร์เซโลนาภายใต้เป๊ป กวาร์ดิโอลาคว้าทั้งโกปาเดลเรย์ ลาลีกา และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกต่อเนื่องกัน กลายเป็นทริปเปิลแชมป์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสเปน แต่กว่าจะมาถึงจุดนั้น ทีมต้องแบกรับตารางแข่งขันที่หนักหน่วงตลอดฤดูกาล ทั้งเกมลีกที่ยาวนานตลอดสัปดาห์และเกมน็อกเอาต์ที่พลาดไม่ได้แม้แต่นัดเดียว การเข้าใจว่าแชมป์แต่ละรายการมีเงื่อนไขต่างกันอย่างไร ช่วยอธิบายได้ดีกว่าว่าทำไมฤดูกาลนี้จึงถูกจดจำเป็นพิเศษ มากกว่าการมองแค่ว่าทีมเก็บถ้วยได้กี่ใบ
ลีกยาวกับเกมน็อกเอาต์
ปฏิทินเมษายนพฤษภาคม
ต่างจากเกมลีกที่เล่นสัปดาห์ละนัดตลอดฤดูกาลและยังมีโอกาสแก้ตัวได้หากพลาดไปบ้าง เกมน็อกเอาต์อย่างโกปาเดลเรย์และแชมเปียนส์ลีกไม่ให้โอกาสแบบนั้น พลาดครั้งเดียวคือจบทันที ในช่วงปลายฤดูกาล 2008-09 บาร์เซโลนาต้องพะวงกับทั้งสามรายการพร้อมกันในเวลาไล่เลี่ยกัน โกปาเดลเรย์นัดชิงชนะเลิศจัดขึ้นวันที่ 13 พฤษภาคม 2009 ที่สนามเมสตายาในบาเลนเซีย ซึ่งบาร์เซโลนาเอาชนะแอธเลติกบิลเบาไป 4-1 จากประตูของยายา ตูเร เมสซี โบยัน และชาบี ส่วนบิลเบาตอบโต้กลับมาได้หนึ่งประตูจากโตเกโร เพียงสามวันถัดมาคือวันที่ 16 พฤษภาคม บาร์เซโลนาก็ได้รับการยืนยันแชมป์ลาลีกาอย่างเป็นทางการ หลังบียาร์เรอัลเอาชนะเรอัลมาดริด 3-2 ในอีกสนามหนึ่ง ทั้งที่ทีมยังเหลือการแข่งขันลีกอีก 3 นัด ก่อนที่อีกสิบเอ็ดวันต่อมาคือ 27 พฤษภาคม ทีมจะได้ปิดฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ด้วยการเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2-0 ที่กรุงโรม จากประตูของซามูเอล เอโต้ในนาทีที่ 10 และลิโอเนล เมสซีในช่วงยี่สิบนาทีสุดท้ายของเกม ปฏิทินของทีมในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมจึงแน่นขนัดอย่างที่สโมสรอื่นไม่ค่อยเจอ เพราะต้องสลับความสนใจระหว่างสามรายการภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ โดยไม่มีช่วงพักยาวให้ฟื้นตัวระหว่างนัดชี้ขาดแต่ละนัดเลย
การแบ่งนาทีปลายฤดูกาล
ตัวจริงและตัวหมุนเวียน

การต้องแข่งขันสามรายการพร้อมกันในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันแบบนี้ทำให้การบริหารจัดการผู้เล่นกลายเป็นโจทย์สำคัญไม่แพ้แทคติกในสนาม ทีมที่มีผู้เล่นตัวจริงชุดเดียวกันลงเล่นทุกนัดในทุกรายการมีความเสี่ยงสูงที่จะบาดเจ็บหรือหมดแรงก่อนถึงนัดชี้ขาด กวาร์ดิโอลาจึงต้องตัดสินใจว่าจะส่งใครลงเล่นในแต่ละนัด และจะพักใครไว้ให้พร้อมสำหรับเกมที่สำคัญกว่า ตัวอย่างที่เห็นชัดคือรายชื่อผู้ทำประตูในนัดชิงโกปาเดลเรย์ที่มีทั้งยายา ตูเรและโบยัน ผู้เล่นที่ไม่ได้เป็นตัวจริงประจำในทุกนัดของฤดูกาล แต่ได้รับโอกาสลงเล่นและทำประตูได้ในนัดชี้ขาด แสดงให้เห็นว่าความลึกของทีมชุดนี้ไม่ได้อยู่แค่ผู้เล่นสิบเอ็ดคนที่ลงเป็นตัวจริงบ่อยที่สุด แต่รวมถึงผู้เล่นที่พร้อมทำหน้าที่ได้ทันทีเมื่อถูกเรียกใช้ในจังหวะสำคัญของฤดูกาล การมีผู้เล่นสำรองที่เชื่อถือได้ในทุกตำแหน่งจึงกลายเป็นปัจจัยที่แยกทีมที่คว้าแชมป์ได้หลายรายการในฤดูกาลเดียวออกจากทีมที่ทำได้แค่รายการเดียว เพราะต่อให้แผนการเล่นดีแค่ไหน หากผู้เล่นตัวจริงบาดเจ็บหรือหมดแรงในช่วงเวลาสำคัญ ทีมก็ยากที่จะรักษาระดับผลงานในทุกรายการพร้อมกันได้จนจบฤดูกาล
สามแชมป์กับหกถ้วยต่างกัน
ฤดูกาลไม่เท่ากับปีปฏิทิน

สิ่งที่มักทำให้เกิดความสับสนคือตัวเลขแชมป์ของบาร์เซโลนาปีนั้น เพราะฤดูกาลฟุตบอลกับปีปฏิทินไม่ใช่ช่วงเวลาเดียวกัน สามแชมป์ที่กล่าวถึงข้างต้น คือลาลีกา โกปาเดลเรย์ และแชมเปียนส์ลีก ล้วนเป็นถ้วยของฤดูกาล 2008-09 ที่จบลงในเดือนพฤษภาคม 2009 แต่หลังจากนั้นในปีปฏิทินเดียวกัน ทีมยังคว้าแชมป์เพิ่มอีกสามรายการ คือซูเปร์โกปาเดเอสปัญญาในเดือนสิงหาคมที่เอาชนะแอธเลติกบิลเบาอีกครั้ง ยูฟ่าซูเปอร์คัพในเดือนสิงหาคมที่เอาชนะชัคตาร์ โดเนตสค์ และฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพในเดือนธันวาคม รวมเป็นหกแชมป์ภายในปีปฏิทิน 2009 เดียว ทำให้บาร์เซโลนากลายเป็นสโมสรแรกในยุโรปที่คว้าทั้งซูเปอร์คัพในประเทศและซูเปอร์คัพยุโรปได้ต่อจากการเป็นทริปเปิลแชมป์ ความแตกต่างระหว่างคำว่าสามแชมป์ของฤดูกาลกับหกถ้วยของปีปฏิทินจึงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แม้จะมักถูกพูดถึงปนกันในบทสนทนาทั่วไป ผู้ที่ไม่คุ้นกับปฏิทินฟุตบอลอาจเข้าใจผิดว่าทั้งหกถ้วยเกิดขึ้นในฤดูกาลเดียวกันทั้งหมด ทั้งที่ในความเป็นจริงสามถ้วยหลังนั้นเป็นผลจากการที่ทีมได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในฐานะแชมป์เก่าของฤดูกาลก่อนหน้า ไม่ใช่ถ้วยของฤดูกาลเดียวกับทริปเปิลแชมป์
เมื่อมองภาพรวมของบาร์ซาสามแชมป์2009 จึงไม่ใช่แค่การนับจำนวนถ้วยที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ แต่เป็นเรื่องของการบริหารทีมให้ผ่านตารางแข่งขันที่หนักหน่วงทั้งลีกยาวและเกมน็อกเอาต์ การใช้ผู้เล่นสำรองในจังหวะที่ถูกต้องเพื่อรักษาความสดของทีมชุดหลัก และความเข้าใจที่ถูกต้องว่าฤดูกาลกับปีปฏิทินนับช่วงเวลาต่างกัน ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นเหตุผลว่าทำไมฤดูกาล 2008-09 ถึงถูกจดจำในฐานะจุดเริ่มต้นของยุคทองที่สุดยุคหนึ่งของสโมสร และเป็นมาตรฐานที่ทีมชุดต่อๆ มาของบาร์เซโลนามักถูกนำไปเปรียบเทียบด้วยเสมอเมื่อพูดถึงฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จสูงสุด

