ริวัลโดแฮตทริก2001 เกิดขึ้นในนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2000-01 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2001 ที่คัมป์นู ซึ่งบาร์เซโลนาเปิดบ้านรับบาเลนเซียในเกมที่ไม่ได้มีถ้วยแชมป์เป็นเดิมพัน แต่เป็นสิทธิ์เล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลถัดไปที่ทั้งสองทีมต้องแข่งกันเอง ริวัลโดยิงสามประตูด้วยวิธีที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง และประตูสุดท้ายในนาทีที่ 87 คือสิ่งที่ทำให้เกมนี้ยังถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้ เกมนี้ไม่ได้ถูกจดจำเพียงเพราะผลงานส่วนตัวของริวัลโดเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่านัดสุดท้ายของฤดูกาลในลาลีกาสามารถมีความสำคัญไม่แพ้นัดชิงถ้วยใดถ้วยหนึ่ง เมื่อผลลัพธ์กำหนดเส้นทางของทั้งสองสโมสรในฤดูกาลถัดไปโดยตรง
ทำไมบาร์ซาต้องชนะ
ก่อนนัดนี้ทั้งบาร์เซโลนาและบาเลนเซียมีคะแนนเท่ากันที่ 63 คะแนนจาก 37 นัดที่ผ่านมา ทำให้ผลของนัดสุดท้ายจะเป็นตัวชี้ขาดอันดับสุดท้ายของทั้งสองทีม ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสิทธิ์เล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลถัดไป บาร์เซโลนาจำเป็นต้องเอาชนะเพื่อให้แต้มรวมและผลต่างประตูดีกว่าบาเลนเซีย หากบาร์เซโลนาไม่ชนะในนัดนี้ ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนทั้งอันดับสุดท้ายของทั้งสองทีมและสิทธิ์การเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลถัดไปโดยสิ้นเชิง ทำให้เกมนี้มีความกดดันไม่ต่างจากนัดชิงชนะเลิศทั้งที่เป็นเพียงนัดสุดท้ายของฤดูกาลปกติ
บาเลนเซียถือความได้เปรียบ
สถานการณ์ก่อนเกมนี้ไม่ได้ง่ายสำหรับบาร์เซโลนาเลย เพราะบาเลนเซียเป็นทีมที่เพิ่งผ่านเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกมาแล้วสองปีติดต่อกันในฤดูกาลก่อนหน้า และยังคงเป็นทีมที่มีผู้เล่นคุณภาพสูงพร้อมแข่งขันในทุกนัด รูเบน บาราฆา กองกลางของบาเลนเซียเป็นผู้เล่นที่คอยตอบโต้ประตูของบาร์เซโลนาตลอดทั้งเกม ทำให้สกอร์สูสีกันตลอด 90 นาที ภูมิหลังของบาเลนเซียในฐานะทีมที่เพิ่งผ่านเข้าชิงชนะเลิศระดับทวีปมาแล้วสองปีติดต่อกันทำให้ไม่มีใครมองว่าบาร์เซโลนาจะเอาชนะได้ง่าย แม้จะเล่นในบ้านตัวเองที่คัมป์นูก็ตาม
สามประตูคนละวิธี
ริวัลโดเปิดสกอร์ให้บาร์เซโลนาตั้งแต่นาทีที่ 3 ด้วยลูกฟรีคิกที่ยิงตรงเข้าประตู ก่อนที่บาราฆาจะตีเสมอให้บาเลนเซียในนาทีที่ 25 จากนั้นริวัลโดยิงประตูที่สองก่อนหมดครึ่งแรกด้วยการยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ แต่บาราฆาก็ตีเสมอได้อีกครั้งในนาทีที่ 47 ทำให้สกอร์เสมอกันอยู่ที่ 2-2 เข้าสู่ช่วงท้ายเกม การที่บาราฆาสามารถตีเสมอได้ถึงสองครั้งแสดงให้เห็นว่าบาเลนเซียไม่ได้เป็นฝ่ายตั้งรับเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงเดินหน้าหาจังหวะทำประตูอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเกม ทำให้ผลการแข่งขันยังไม่มีฝ่ายใดมั่นใจได้จนกว่าจะถึงนาทีสุดท้าย

ฟรีคิก ยิงไกล จักรยานอากาศ
ประตูชี้ขาดเกิดขึ้นในนาทีที่ 87 เมื่อแฟรงค์ เดอ บัวร์ ครอสบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ริวัลโดรับบอลด้วยอกแล้วเหวี่ยงตัวยิงด้วยท่าจักรยานอากาศผ่านซานติ กานิซาเรสไปอย่างไม่มีทางป้องกันได้ ทำให้บาร์เซโลนาขึ้นนำ 3-2 และรักษาสกอร์นี้ไว้ได้จนจบเกม การทำแฮตทริกด้วยวิธีที่ต่างกันทั้งสามประตู ตั้งแต่ลูกฟรีคิก ลูกยิงไกล และลูกจักรยานอากาศในจังหวะตัดสินเกม ทำให้ผลงานคืนนั้นของริวัลโดกลายเป็นหนึ่งในการแสดงฝีเท้าที่ถูกจดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์คัมป์นู ทั้งสามประตูล้วนต้องอาศัยทักษะเฉพาะตัวคนละแบบ ทั้งความแม่นยำจากลูกนิ่ง กำลังขาจากระยะไกล และความยืดหยุ่นของร่างกายในจังหวะสุดท้าย ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติที่ผู้เล่นคนเดียวจะทำได้ครบทั้งสามรูปแบบภายในนัดเดียว
ตั๋วยุโรปที่ยังต้องเข้าใจเงื่อนไข
ผลชนะ 3-2 ทำให้บาร์เซโลนาจบฤดูกาลด้วยอันดับที่สี่ของลาลีกาด้วยคะแนน 63 แต้มเท่ากับบาเลนเซีย แต่ผลต่างประตูที่ดีกว่าทำให้บาร์เซโลนาได้อันดับสี่ไปครองในขณะที่บาเลนเซียตกไปอยู่อันดับห้า อย่างไรก็ตาม อันดับสี่ในฤดูกาลนั้นไม่ได้แปลว่าได้สิทธิ์เล่นรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโดยตรง เพราะกติกาของฤดูกาล 2001-02 ให้สิทธิ์เข้ารอบแบ่งกลุ่มทันทีเฉพาะสามอันดับแรกของลาลีกาเท่านั้น ได้แก่เรอัลมาดริดในฐานะแชมป์ เดปอร์ติโบ ลา โกรุญญา และมาร์ยอร์กา ส่วนทีมอันดับสี่ต้องเริ่มต้นจากรอบคัดเลือกก่อนจึงจะได้สิทธิ์เข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่แฟนบอลจำนวนไม่น้อยมักเข้าใจผิดว่าติดสี่อันดับแรกของลาลีกาเท่ากับได้เล่นรอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติเสมอไป

อันดับลีกกับรอบที่ได้สิทธิ์
บาร์เซโลนาในฐานะทีมอันดับสี่ต้องลงเล่นรอบคัดเลือกรอบสามของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกก่อนจะได้สิทธิ์ไปเล่นรอบแบ่งกลุ่ม ขณะที่บาเลนเซียซึ่งจบอันดับห้าด้วยคะแนนเท่ากันได้ไปเล่นยูฟ่าคัพรอบแรกแทน ความแตกต่างระหว่างอันดับสี่กับอันดับห้าจึงไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตาบนตารางคะแนน แต่หมายถึงเส้นทางการแข่งขันยุโรปที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงในฤดูกาลถัดไป ชัยชนะของริวัลโดและเพื่อนร่วมทีมในคืนนั้นจึงมีความหมายมากกว่าการคว้าชัยในเกมสุดท้ายของฤดูกาลธรรมดาทั่วไป เพราะเป็นตัวตัดสินว่าบาร์เซโลนาจะได้เริ่มต้นเส้นทางยุโรปฤดูกาลถัดไปจากจุดใด สำหรับแฟนบอลที่ย้อนกลับไปดูฤดูกาลนี้ในภายหลัง เกมกับบาเลนเซียจึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่าเหตุใดการติดตามอันดับตารางคะแนนช่วงท้ายฤดูกาลจึงสำคัญไม่แพ้การติดตามผลการแข่งขันของทีมที่ลุ้นแชมป์โดยตรง

