พรีเมียร์ลีก 2013 กับก้าวแรกของเทคโนโลยีเส้นประตู

สนามเอติฮัด สเตเดียม หนึ่งในสนามฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก 2013 คือปีที่ลีกฟุตบอลอังกฤษนำเทคโนโลยีมาช่วยตัดสินประตูเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลลีกภายในประเทศ ระบบที่ว่านี้เรียกว่าเทคโนโลยีเส้นประตู ซึ่งมีหน้าที่เดียวคือบอกว่าลูกบอลข้ามเส้นประตูไปแล้วหรือยัง บทความนี้อธิบายเฉพาะขอบเขตการทำงานของระบบนี้ในปีที่เริ่มใช้จริง ไม่ปะปนกับระบบวีเออาร์ที่เข้ามาช่วยตัดสินหลายสถานการณ์มากขึ้นในหลายปีต่อมา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีคนละชุดที่ทำงานคนละแบบกันโดยสิ้นเชิง ก่อนหน้านี้หลายปี วงการฟุตบอลอังกฤษเคยถกเถียงกันอย่างหนักเรื่องข้อพิพาทลูกข้ามเส้นที่ไม่มีเทคโนโลยีช่วยยืนยัน จนกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ลีกตัดสินใจลงทุนกับระบบนี้ในที่สุด

เริ่มใช้ในพรีเมียร์ลีกเมื่อใด

พรีเมียร์ลีกเลือกใช้ระบบฮอว์กอาย ซึ่งเป็นระบบตรวจจับด้วยกล้องที่เรียกว่า Goal Decision System หลังผ่านกระบวนการคัดเลือกผู้ให้บริการ การติดตั้งดำเนินการในช่วงปิดฤดูกาลจนครบทั้ง 20 สโมสรที่เล่นในลีกสูงสุด พร้อมใช้งานจริงตั้งแต่สุดสัปดาห์เปิดฤดูกาล 2013/14 คือวันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2013 ครอบคลุมทุกนัดการแข่งขันทั้ง 380 นัดตลอดฤดูกาล นี่คือครั้งแรกที่มีการใช้เทคโนโลยีเส้นประตูในการแข่งขันฟุตบอลลีกภายในประเทศที่ใดก็ตามในโลก ไม่ใช่เฉพาะในอังกฤษเท่านั้น ก่อนหน้านี้เทคโนโลยีลักษณะนี้เคยถูกใช้ในระดับทัวร์นาเมนต์นานาชาติบางรายการมาบ้างแล้วในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ไม่เคยถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาลในลีกประเทศใดมาก่อนเลย การที่พรีเมียร์ลีกเป็นลีกแรกที่ทำเช่นนี้จึงถูกจับตามองจากวงการฟุตบอลทั่วโลกในเวลานั้น หลายลีกใหญ่ในทวีปยุโรปยังคงลังเลที่จะลงทุนกับเทคโนโลยีลักษณะนี้ในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะต้นทุนการติดตั้งและดูแลระบบในทุกสนามตลอดทั้งฤดูกาลถือเป็นภาระที่ไม่ใช่ทุกลีกจะรับได้ทันที การตัดสินใจของพรีเมียร์ลีกจึงถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่กล้าหาญและวางบรรทัดฐานใหม่ให้วงการ

ลูกบอลต้องข้ามเส้นอย่างไรจึงนับ

ช่างภาพโทรทัศน์สวมหูฟังกำลังถ่ายทำการแข่งขันฟุตบอลด้วยกล้องขนาดใหญ่ริมสนาม
ช่างภาพโทรทัศน์ทำงานริมสนามฟุตบอล สะท้อนบทบาทของกล้องและเทคโนโลยีบันทึกภาพในเกมฟุตบอลยุคปัจจุบัน

ระบบฮอว์กอายทำงานด้วยกล้องความเร็วสูงจำนวน 7 ตัวต่อฝั่งประตู ติดตั้งอยู่บริเวณหลังคาสนามเป็นหลักเพื่อให้มองเห็นมุมกว้างครอบคลุมทั้งเส้นประตู กล้องแต่ละตัวจะประมวลผลภาพเพื่อระบุตำแหน่งของลูกบอลเทียบกับเส้นประตูอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่บอลเคลื่อนที่อยู่ในบริเวณนั้น หลักการพื้นฐานคือลูกบอลทั้งลูกต้องเคลื่อนผ่านเส้นประตูไปทั้งหมด ไม่ใช่แค่บางส่วนของลูกบอลแตะเส้น หากลูกบอลยังมีส่วนใดส่วนหนึ่งค้างอยู่บนเส้น แม้เพียงเสี้ยวมิลลิเมตร ระบบจะยังไม่นับว่าเป็นประตู ระบบนี้มีความแม่นยำที่ดีกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ฟีฟ่ากำหนดไว้ คือคลาดเคลื่อนไม่เกิน 3 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการตัดสินในระดับที่ตาเปล่ามนุษย์มองแทบไม่ทันในความเร็วของเกมจริง กล้องแต่ละตัวไม่ได้ทำงานตามลำพัง แต่ส่งข้อมูลไปประมวลผลร่วมกันแบบสามมิติ เพื่อให้ระบบสามารถระบุตำแหน่งของลูกบอลได้แม่นยำแม้ในจังหวะที่มีผู้เล่นหลายคนยืนบดบังมุมมองจากกล้องบางตัวพร้อมกัน

ผู้ตัดสินได้รับข้อมูลด้วยวิธีใด

เมื่อระบบประมวลผลแล้วว่าลูกบอลข้ามเส้นประตูไปครบทั้งลูก ผลการตัดสินจะถูกส่งไปยังนาฬิกาข้อมือพิเศษที่ผู้ตัดสินสวมอยู่ในสนามภายในเวลาไม่ถึง 1 วินาที ผ่านสัญญาณเข้ารหัสที่พัฒนาร่วมกับบริษัทอาเดอูนิสโดยเฉพาะ ความเร็วระดับนี้ทำให้ผู้ตัดสินสามารถตัดสินใจเป่านกหวีดให้ประตูได้ทันทีโดยแทบไม่มีความล่าช้าที่สังเกตเห็นได้ ต่างจากการรอดูภาพรีเพลย์จากจอโทรทัศน์ที่ใช้เวลานานกว่ามาก สำหรับผู้ชมทางบ้าน ภาพรีเพลย์จากระบบนี้จะถูกส่งให้สถานีโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดสดภายในเวลาประมาณ 10 วินาทีหลังเกิดเหตุการณ์ ทำให้ผู้ชมได้เห็นหลักฐานภาพประกอบการตัดสินใจของผู้ตัดสินแทบจะทันที ไม่ต้องรอลุ้นนานเหมือนกรณีข้อพิพาทเรื่องลูกข้ามเส้นในอดีตก่อนมีเทคโนโลยีนี้ ความเร็วในการส่งข้อมูลนี้เองที่ทำให้เกมไม่ต้องหยุดชะงักนาน ผู้ตัดสินสามารถให้เกมดำเนินต่อไปได้เกือบจะทันทีหลังทราบผล ต่างจากการหยุดเกมยาวเพื่อรอการตรวจสอบซึ่งอาจทำลายจังหวะและความต่อเนื่องของการแข่งขัน

เหตุใดระบบนี้ไม่ตัดสินล้ำหน้าหรือฟาวล์

ผู้รักษาประตูสวมชุดสีเหลืองกำลังเตะบอลจากพื้นสนามหญ้า มีประตูฟุตบอลอยู่ด้านหลัง
ผู้รักษาประตูเปิดบอลด้วยเท้าในสนามฟุตบอลยุคปัจจุบัน การตัดสินฟาวล์และล้ำหน้ายังคงเป็นดุลยพินิจของผู้ตัดสินตามปกติ

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือระบบฮอว์กอายที่นำมาใช้ในปี 2013 นี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เดียวเท่านั้น คือตรวจสอบว่าลูกบอลข้ามเส้นประตูหรือไม่ ไม่ได้ครอบคลุมการตัดสินสถานการณ์อื่นใดในเกม ไม่ว่าจะเป็นล้ำหน้า การทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ หรือการประพฤติผิดกติกาในจุดอื่นของสนาม สถานการณ์เหล่านั้นยังคงเป็นดุลยพินิจของผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินตามวิธีปฏิบัติเดิมทุกประการ เหมือนกับที่เคยเป็นมาก่อนที่ระบบนี้จะถูกนำมาใช้เสียอีก นี่คือความแตกต่างสำคัญที่แยกเทคโนโลยีเส้นประตูออกจากระบบวีเออาร์ที่พรีเมียร์ลีกนำมาใช้ในเวลาต่อมาหลายปีให้หลัง เพราะวีเออาร์ถูกออกแบบมาให้ตรวจสอบได้หลายสถานการณ์กว่านี้มาก การเข้าใจขอบเขตที่จำกัดของเทคโนโลยีเส้นประตูในปี 2013 จึงช่วยป้องกันความเข้าใจผิดที่มักเกิดขึ้นเมื่อคนพูดถึงเทคโนโลยีช่วยตัดสินในฟุตบอลราวกับเป็นระบบเดียวกันทั้งหมด ทั้งที่ในความเป็นจริงแต่ละระบบถูกพัฒนาขึ้นมาคนละช่วงเวลาเพื่อแก้ปัญหาคนละอย่างกัน หากมองในภาพรวม เทคโนโลยีเส้นประตูที่เริ่มใช้ในปี 2013 คือก้าวแรกที่พิสูจน์ให้วงการฟุตบอลเห็นว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยลดข้อผิดพลาดของสายตามนุษย์ได้จริงในสถานการณ์ที่ชัดเจนและตรวจสอบได้แน่นอน ก่อนที่แนวคิดนี้จะขยายไปสู่การตัดสินสถานการณ์อื่นที่ซับซ้อนกว่าในปีต่อ ๆ มา ความสำเร็จของขั้นแรกนี้เองที่ปูทางให้เกิดการยอมรับเทคโนโลยีช่วยตัดสินรูปแบบอื่นตามมาในภายหลัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO