บาร์ซายุคฟานกัล คือช่วงสามฤดูกาลระหว่างปี 1997 ถึง 2000 ที่หลุยส์ ฟานกัล เข้ามาคุมทีมบาร์เซโลนาต่อจากบ็อบบี ร็อบสัน และเปลี่ยนโครงสร้างแนวรุกด้วยการปล่อยดาวยิงคนสำคัญออกไปพร้อมกับดึงผู้เล่นใหม่เข้ามาแทนที่ ผลลัพธ์คือแชมป์ลาลีกาสองสมัยติดต่อกันในสองฤดูกาลแรกที่เขาคุมทีม ก่อนที่ฤดูกาลที่สามจะจบลงโดยไม่มีถ้วยใดติดมือเลย คำถามที่น่าสนใจของบาร์ซายุคฟานกัลจึงไม่ใช่แค่ทีมชุดนี้เก่งแค่ไหน แต่คือฟานกัลจัดวางผู้เล่นต่างชาติที่มีอยู่ในมืออย่างไรจนทีมยังคงแข็งแกร่งได้แม้ไม่มีโรนัลโดอยู่ในทีมแล้ว ก่อนหน้านั้นในปี 1996-97 บาร์เซโลนาเพิ่งผ่านฤดูกาลที่มีการเปลี่ยนโค้ชและผู้เล่นหลายตำแหน่ง ทำให้การเข้ามาของฟานกัลเกิดขึ้นในจังหวะที่สโมสรต้องการความชัดเจนด้านแนวทางการเล่นมากกว่าที่เคย
ต่อจากร็อบสัน
ฟานกัลเดินทางมารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชบาร์เซโลนาในซัมเมอร์ปี 1997 ต่อจากบ็อบบี ร็อบสัน ที่คุมทีมอยู่เพียงฤดูกาลเดียวก่อนหน้านั้น การเปลี่ยนโค้ชครั้งนี้มาพร้อมกับการเปลี่ยนโครงสร้างทีมที่ใหญ่ไม่แพ้กัน เพราะก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มต้น สโมสรตัดสินใจขายโรนัลโด ดาวยิงชาวบราซิลที่เพิ่งทำผลงานโดดเด่นในฤดูกาลก่อนหน้าให้อินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัวราวสามสิบเอ็ดล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการสูญเสียกำลังหลักแนวรุกที่ทีมต้องหาทางทดแทนทันทีตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ฟานกัลเข้ามาทำงาน
โรนัลโดออกริวัลโดเข้า
คำตอบของบาร์เซโลนาคือการดึงริวัลโด กองหน้าชาวบราซิลอีกคนจากเดปอร์ติโบ ลา โกรุญญา เข้ามาด้วยค่าตัวประมาณยี่สิบล้านดอลลาร์สหรัฐในซัมเมอร์เดียวกัน ฟานกัลวางระบบ 4-3-3 และให้ริวัลโดเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวกลาง ซึ่งต่างจากบทบาทริมเส้นซ้ายที่เขาคุ้นเคยจากสโมสรเดิม ริวัลโดตอบสนองด้วยผลงานที่โดดเด่นทันทีในฤดูกาลแรก ทำได้สิบเก้าประตูในลีกและรวมยี่สิบแปดประตูในทุกรายการ กลายเป็นตัวจริงคนสำคัญที่สุดของแนวรุกชุดใหม่ที่ไม่มีโรนัลโดอยู่แล้ว
ปีกและกองกลางในระบบ
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่แนวรุก ลูอิส ฟิโก ปีกชาวโปรตุเกสยังคงเป็นตัวหลักของทีมอย่างต่อเนื่อง เขาสวมเสื้อหมายเลขเจ็ดและลงเล่นสม่ำเสมอทั้งในลาลีกาและโคปา เดล เรย์ตลอดฤดูกาลนั้น การที่ริวัลโดขยับจากริมเส้นซ้ายไปเล่นเป็นกองหน้าตัวกลาง ทำให้พื้นที่ริมเส้นขวาที่ฟิโกรับผิดชอบมีความสำคัญมากขึ้นในการสร้างโอกาสให้แนวรุกทั้งชุด

ฟิโกกับพื้นที่ริมเส้น
บทบาทของฟิโกในระบบของฟานกัลคือการเป็นตัวเชื่อมระหว่างกองกลางกับแนวรุก เขาต้องรับบอลในพื้นที่กว้างแล้วขับเคลื่อนเข้าสู่กรอบเขตโทษเพื่อสร้างโอกาสให้ริวัลโดและเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ระบบ 4-3-3 ที่ฟานกัลวางไว้เปิดพื้นที่ให้ปีกทั้งสองฝั่งได้เล่นกว้าง ขณะที่กองกลางสามคนตรงกลางทำหน้าที่ทั้งสร้างเกมและควบคุมจังหวะการเล่น การผสมผสานระหว่างผู้เล่นดัตช์ที่ฟานกัลนำติดตัวมาจากอาแจ็กซ์กับผู้เล่นต่างชาติที่มีอยู่เดิมอย่างฟิโกและริวัลโดจึงเป็นภาพที่ซับซ้อนกว่าการมองว่าทีมชุดนี้เป็นทีมดัตช์ล้วน เพราะความสำเร็จในสนามเกิดจากการผสานตำแหน่งของผู้เล่นหลายสัญชาติเข้าด้วยกัน ไม่ใช่จากรูปแบบการเล่นแบบใดแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียว
สองแชมป์และจุดเปราะ
ฤดูกาล 1997-98 ฟานกัลพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาสมัยที่สิบห้าของสโมสร โดยปิดฉากได้สำเร็จตั้งแต่วันที่สิบแปดเมษายนหลังเอาชนะเรอัล ซาราโกซาแบบเฉียดฉิว ทั้งที่ยังเหลือการแข่งขันอีกสี่นัด นอกจากแชมป์ลีกแล้วทีมยังคว้าโคปา เดล เรย์สมัยที่ยี่สิบสี่และยูฟ่า ซูเปอร์คัพมาครองในฤดูกาลเดียวกัน ทำให้เป็นครั้งแรกในรอบสามสิบเก้าปีที่บาร์เซโลนาคว้าทั้งแชมป์ลีกและถ้วยในประเทศพร้อมกัน ฤดูกาลถัดมาฟานกัลพาทีมป้องกันแชมป์ลาลีกาไว้ได้อีกสมัย ทำให้เขาคว้าแชมป์ลีกติดต่อกันสองปีนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีม
| ฤดูกาล | ลาลีกา | ถ้วยในประเทศ / ยุโรป |
|---|---|---|
| 1997-98 | แชมป์ สมัยที่ 15 | แชมป์โคปา เดล เรย์ และยูฟ่า ซูเปอร์คัพ |
| 1998-99 | แชมป์ ป้องกันตำแหน่งสำเร็จ | ไม่มีถ้วยเพิ่มเติม |
| 1999-2000 | อันดับสอง | ตกรอบรองชนะเลิศทั้งแชมเปียนส์ลีกและโคปา เดล เรย์ |

ลีกสำเร็จแต่ยุโรปเป็นอีกโจทย์
ภาพความสำเร็จเปลี่ยนไปในฤดูกาลที่สามคือ 1999-2000 ทีมจบอันดับสองในลาลีกา ตกรอบรองชนะเลิศทั้งในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกและโคปา เดล เรย์ จบฤดูกาลโดยไม่มีถ้วยใดติดมือเลยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฟานกัลเข้ามาทำงาน ความไม่สม่ำเสมอในฤดูกาลนี้เกิดขึ้นพร้อมกับสถานการณ์ภายในสโมสรหลังการเลือกตั้งประธานสโมสรคนใหม่ และท้ายที่สุดฟานกัลก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งในเดือนพฤษภาคมปี 2000 ปิดฉากงานสามฤดูกาลแรกของเขาที่คัมป์นู สิ่งที่ทำให้บาร์ซายุคฟานกัลยังน่าพูดถึงจนถึงทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขแชมป์สองสมัยติดต่อกัน แต่คือวิธีที่โค้ชคนหนึ่งผสมผสานผู้เล่นจากหลายสัญชาติเข้าด้วยกันจนได้ทีมที่ครองความเหนือกว่าในประเทศได้ต่อเนื่องสองปี ก่อนจะเจอข้อจำกัดชัดเจนเมื่อต้องแข่งในเวทีที่กว้างขึ้นอย่างยุโรป ซึ่งเป็นจุดเปราะที่ทีมชุดนี้ไม่เคยแก้ไขได้สำเร็จตลอดสามปีที่ฟานกัลอยู่ในตำแหน่ง การที่ทีมยังคงคว้าแชมป์ลีกได้สองปีติดต่อกันท่ามกลางการเปลี่ยนตัวผู้เล่นแนวรุกขนาดใหญ่ จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าโครงสร้างทีมที่ฟานกัลวางไว้ทำงานได้จริงในระดับประเทศ แม้จะยังไม่สามารถแปลงความสำเร็จนั้นไปสู่เวทียุโรปได้ในช่วงเวลาเดียวกัน

