โตโตเนโร 1980 คดีพนันที่ส่งมิลานกับลาซิโอลงเซเรีย บี

สนาม San Siro ของมิลาน และสนาม Stadio Olimpico ของลาซิโอ

โตโตเนโร 1980 คือชื่อที่แฟนบอลอิตาลีใช้เรียกคดีล้มบอลครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ คดีนี้เริ่มจากวงพนันเล็ก ๆ ที่ขยายใหญ่จนสั่นสะเทือนทั้งลีก จบลงด้วยการที่สโมสรใหญ่อย่างมิลานและลาซิโอต้องตกชั้นไปเล่นเซเรีย บี ทั้งที่ในกระบวนการทางศาลอาญากลับไม่มีใครถูกตัดสินว่าผิดเลยสักคน ความย้อนแย้งระหว่างสองกระบวนการนี้เองที่ทำให้คดีนี้ถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้ และกลายเป็นบทเรียนสำคัญของวงการฟุตบอลอิตาลีในเรื่องการพนันฟุตบอล

คดีเริ่มต้นจากใครและเมื่อไหร่

ผู้ที่เปิดโปงคดีนี้คือเจ้าของร้านอาหารชื่ออัลวาโร ทรินกา กับซัพพลายเออร์ของเขา มัสซิโม ครูชานี ทั้งสองร่วมกันวางระบบล้มบอลมาตั้งแต่ปี 1979 แต่พอถึงเดือนกุมภาพันธ์ 1980 ทั้งคู่กลับขาดทุนจากการพนันไปแล้วกว่าหนึ่งร้อยล้านลีรา จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความต่ออัยการกรุงโรมในวันที่ 1 มีนาคม 1980 พร้อมเปิดเผยรายชื่อนักเตะยี่สิบเจ็ดคนและสโมสรสิบสามแห่งที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการล้มบอล การที่คนวางแผนล้มบอลเองเป็นผู้เปิดโปงคดีนี้ทำให้รายละเอียดที่ปรากฏต่อสาธารณะมีความน่าเชื่อถือสูงในสายตาของสื่ออิตาลีตอนนั้น

ผู้เล่นเดินอยู่กลางสนามขณะอัฒจันทร์ของสนามลุยจิ แฟร์ราริสเต็มไปด้วยผู้ชม
อัฒจันทร์ของสนามลุยจิ แฟร์ราริสในเมืองเจนัวที่เต็มไปด้วยผู้ชมในวันแข่งขัน

ภาพอัฒจันทร์ที่เต็มไปด้วยผู้ชมในสนามลุยจิ แฟร์ราริสที่เมืองเจนัว แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลอิตาลีช่วงนั้นยังดึงดูดคนดูจำนวนมากในทุกสัปดาห์ ความไว้วางใจของแฟนบอลที่มีต่อผลการแข่งขันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คดีนี้เข้าไปสั่นคลอนโดยตรง

การจับกุมผู้ต้องหาเกิดขึ้นเมื่อไหร่และเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

หลังการแจ้งความไม่ถึงสองสัปดาห์ ทรินกาถูกจับกุมในวันที่ 9 มีนาคม 1980 ตามด้วยครูชานีในวันที่ 12 มีนาคม จากนั้นในวันที่ 23 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจการคลังของอิตาลีเข้าจับกุมนักเตะสิบสามคนพร้อมกับประธานสโมสรมิลาน เฟลิเช โกลอมโบ สโมสรที่ถูกพาดพิงในเซเรีย อามีทั้งอาเวลลิโน โบโลญญา ลาซิโอ มิลาน และเปรูจา ส่วนในเซเรีย บีมีปาแลร์โมและทารันโตติดร่างแหไปด้วย

บทลงโทษของแต่ละสโมสรคืออะไร

คำตัดสินที่สร้างแรงสั่นสะเทือนที่สุดคือการให้มิลานและลาซิโอตกชั้นไปเล่นเซเรีย บีทันที ส่วนอาเวลลิโน โบโลญญา และเปรูจาถูกหักห้าแต้มในฤดูกาล 1980 ถึง 1981 ขณะที่ปาแลร์โมกับทารันโตก็โดนหักห้าแต้มในเซเรีย บีเช่นกัน ในส่วนของบุคคล ประธานสโมสรมิลานอย่างโกลอมโบถูกตัดสิทธิ์ทำงานในวงการฟุตบอลถาวร ส่วนประธานสโมสรโบโลญญา ทอมมาโซ ฟาเบรตติ โดนแบนหนึ่งปี ด้านนักเตะ เปาโล รอสซีจากเปรูจาโดนแบนสองปีหลังลดโทษจากสามปี เอนรีโก อัลแบร์โตซีจากมิลานโดนสี่ปี มัสซิโม กัชชาโตรีจากลาซิโอโดนห้าปี สเตฟาโน เปลเลกรีนีจากอาเวลลิโนโดนหกปี และจูเซปเป วิลสันจากลาซิโอโดนสามปี รายชื่อบทลงโทษที่ยาวเหยียดนี้แสดงให้เห็นว่าคดีนี้ไม่ได้พาดพิงแค่สโมสรใหญ่เพียงหนึ่งหรือสองแห่ง แต่กระจายไปทั่วทั้งเซเรีย อาและเซเรีย บีในคราวเดียวกัน ตั้งแต่สโมสรระดับแชมป์เก่าไปจนถึงสโมสรขนาดเล็กในลีกรอง

ทำไมศาลยกฟ้องแต่โทษทางกีฬายังอยู่

เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ศาลกลับยกฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด เหตุผลหลักคือกฎหมายอิตาลีในตอนนั้นยังไม่มีข้อบัญญัติที่เอาผิดการล้มบอลโดยตรง การกระทำที่สหพันธ์ฟุตบอลมองว่าผิดร้ายแรงจึงไม่เข้าข่ายความผิดทางอาญาตามตัวบทกฎหมายที่มีอยู่ในเวลานั้น ผลก็คือบทลงโทษที่หนักหน่วงทั้งหมดมาจากกระบวนการวินัยภายในวงการกีฬาเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่คำพิพากษาของศาล สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีใช้อำนาจของตัวเองในการลงโทษสโมสรและนักเตะโดยไม่ต้องรอผลของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาให้จบก่อน ความแตกต่างระหว่างสองกระบวนการนี้กลายเป็นแบบอย่างที่อิตาลีใช้อ้างอิงในคดีล้มบอลลักษณะเดียวกันอีกหลายครั้งในเวลาต่อมา และทำให้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามว่าความยุติธรรมทางกีฬากับความยุติธรรมทางกฎหมายควรถูกแยกออกจากกันมากน้อยแค่ไหน คำถามนี้ยังคงถูกนำมาถกเถียงซ้ำทุกครั้งที่วงการกีฬาต้องเผชิญกับคดีทุจริตลักษณะเดียวกันในเวลาต่อมาอีกหลายครั้ง

อาคารศาลสูงสุดของอิตาลีในกรุงโรมที่มีต้นปาล์มอยู่ด้านหน้า
อาคารศาลสูงสุดของอิตาลีในกรุงโรม สถานที่ที่คดีล้มบอลต้องเข้าสู่การพิจารณา

อาคารศาลแบบนี้คือสถานที่ที่คดีล้มบอลต้องเดินเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ก่อนจะจบลงด้วยการยกฟ้องทั้งที่บทลงโทษทางกีฬายังคงเดินหน้าลงโทษสโมสรและนักเตะอย่างเต็มที่

คดีนี้เปลี่ยนอะไรในลีกอิตาลีบ้าง

ผลพวงของคดียังไม่จบแค่ฤดูกาลเดียว เปรูจาและทารันโตยังถูกสั่งตกชั้นเพิ่มเติมหลังจบฤดูกาล 1980 ถึง 1981 ส่วนนักเตะที่โทษแบนยังไม่หมดอายุในช่วงที่ทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1982 ก็ได้รับการลดโทษให้กลับมาเล่นได้ไม่นานหลังจากนั้น ซึ่งรวมถึงเปาโล รอสซีที่กลายเป็นดาวซัลโวของฟุตบอลโลกครั้งนั้นด้วย เส้นทางจากนักเตะที่โดนแบนเพราะคดีล้มบอลสู่การเป็นฮีโร่ของทีมชาติในเวลาไม่ถึงสองปี ยังคงเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่แฟนบอลอิตาลีนำมาเล่าขานถึงทุกวันนี้ คดีโตโตเนโรจึงทิ้งบทเรียนสำคัญไว้ให้วงการฟุตบอลอิตาลี นั่นคือระบบวินัยของสหพันธ์ฟุตบอลสามารถลงโทษได้หนักกว่ากฎหมายอาญาในเรื่องที่กฎหมายยังตามไม่ทัน และกลายเป็นแนวทางที่ถูกหยิบมาใช้ซ้ำทุกครั้งที่อิตาลีต้องเผชิญกับคดีทุจริตในสนามฟุตบอลอีกในทศวรรษต่อ ๆ มา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO