มาร์กเซย2010 เป็นฤดูกาลที่ดีดีเย เดชองส์พาทีมกลับมาคว้าแชมป์ลีกฝรั่งเศส หลังจบรองแชมป์ในปีก่อน มาร์กเซยปิดตาราง 38 นัดของลีกเอิง 2009/10 ด้วย 78 คะแนนจากชัยชนะ 23 เสมอ 9 แพ้ 6 ยิง 69 และเสีย 36 ประตู มามาดู เนียงเป็นดาวซัลโวลีกด้วย 18 ประตู ส่วนลูโช กอนซาเลซเชื่อมแดนกลางกับแนวรุกและมีบทบาทในจังหวะตัดสินหลายเกม
ถ้วยลีกคัพที่ได้เมื่อ 27 มีนาคมเป็นแชมป์รายการใหญ่ใบแรกของสโมสรนับจากปี 1993 จากนั้นชัยชนะเหนือแรนส์ 3-1 วันที่ 5 พฤษภาคมยืนยันแชมป์ลีกก่อนจบฤดูกาลสองนัด ผลลัพธ์สองรายการในปีแรกของเดชองส์จึงอธิบายความเปลี่ยนแปลงได้ชัดกว่าการมองเพียงช่วงเวลาที่สโมสรรอแชมป์
มาร์กเซย2010 รับช่วงทีมที่เกือบถึงแชมป์
ฤดูกาล 2008/09 ทีมของเอริก เกเร็ตส์เก็บ 77 คะแนน ชนะ 22 นัด และแพ้เพียง 5 นัด แต่บอร์กโดซ์จบด้วย 80 คะแนน เกเร็ตส์ประกาศว่าจะออกจากตำแหน่งในช่วงท้ายฤดูกาล และสโมสรแต่งตั้งเดชองส์ให้เริ่มงานเดือนมิถุนายนด้วยสัญญาสองปี โค้ชใหม่จึงรับทีมที่มีระดับการแข่งขันสูงอยู่แล้ว พร้อมโจทย์เปลี่ยนระยะห่างสามคะแนนให้เป็นอันดับหนึ่ง
ขุมกำลังใหม่ของเดชองส์
การเสริมทีมครอบคลุมหลายตำแหน่ง ซูเลย์มาน ดิยาวาราย้ายมาจากบอร์กโดซ์ ขณะที่เอดูอาร์ ซิสเซมาจากเบซิคตัสแบบไม่มีค่าตัว ลูโชย้ายจากปอร์โตด้วยค่าตัวที่ยูฟ่ารายงาน 17 ล้านยูโรและเซ็นสี่ปี ปลายเดือนกรกฎาคม ฟาบริซ อาบรีแอลกับเฟร์นานโด มอริเอนเตสเพิ่มทางเลือกในแดนกลางและกองหน้า ก่อนกาเบรียล ไฮน์เซเซ็นสามปีจากเรอัล มาดริด
นักเตะใหม่ไม่ได้แทนแกนเดิมทั้งหมด สตีฟ ม็องด็องดายังเป็นผู้รักษาประตู โลร็องต์ บอนนาร์กับตาเย ไตโวอยู่ในแนวรับ เบอนัวต์ เชย์รูกับมาติเยอ วัลบูเอนายังช่วยแดนกลาง ส่วนเนียง, บรันเดา, ฮาเต็ม เบน อาร์ฟา และบาการี โกเนเป็นตัวเลือกเกมรุก เดชองส์จึงเพิ่มทั้งเซ็นเตอร์แบ็ก ผู้เล่นประสบการณ์สูง และกองกลางที่เชื่อมบอล โดยยังรักษาผู้เล่นจากทีมรองแชมป์ไว้

ลูโชกับจังหวะสุดท้าย
ก่อนฤดูกาลเดินหน้าเต็มที่ เดชองส์อธิบายกับยูฟ่าว่าลูโชจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างแดนกลางกับแนวรุก พร้อมช่วยทั้งการจบสกอร์และลูกตั้งเตะ ตัวอย่างแรกในแชมเปียนส์ลีกที่มาดริดเกิดเมื่อเขาจ่ายให้เนียงผ่านเปเปเข้าไปยิง แต่บอลตรงตัวอีเกร์ กาซิยัส แม้จังหวะนั้นไม่เป็นประตู แต่แสดงการประสานงานของสองแกนสำคัญ
บทบาทจากลูกนิ่งปรากฏเป็นประตูในลีกคัพรอบชิงชนะเลิศกับบอร์กโดซ์ ลูโชเปิดเตะมุมให้ดิยาวาราโหม่งขึ้นนำในนาที 61 ก่อนมาร์กเซยชนะ 3-1 จากประตูของวัลบูเอนาและลูกที่มัตติเยอ ชาลเมทำเข้าประตูตัวเอง ถ้วยนี้ยุติช่วง 17 ปีที่สโมสรไม่มีโทรฟีรายการใหญ่ และเกิดขึ้นก่อนเกมลีกช่วงเร่งคะแนนหนึ่งเดือนเศษ
เนียงและผู้เล่นเข้ากรอบ
เนียงให้ผลผลิตที่แน่นอนที่สุดด้วย 18 ประตูในลีก แต่รายชื่อผู้ทำประตูช่วงเดือนเมษายนแสดงว่าทีมไม่ได้รอเขาคนเดียว เกมชนะล็องส์ 1-0 บรันเดายิงประตู เกมชนะนีซ 4-1 ได้ประตูจากโกเน, สเตฟาน เอ็มเบีย, วัลบูเอนา และดิยาวารา นัดเยือนโซโชซ์ เอ็มเบียยิงนาที 88 ส่วนเกมที่บูโลญ วัลบูเอนายิงก่อนและไตโวสังหารจุดโทษช่วงทดเวลา
มาร์กเซยยังชนะ แซงต์-เอเตียน 1-0 จากประตูของวัลบูเอนา แล้วเสมอโอแซร์ 0-0 วันที่ 30 เมษายน เมื่อนับต่อถึงชัยชนะเหนือแรนส์วันที่ 5 พฤษภาคม รายงานสรุปของยูฟ่าระบุว่ามาร์กเซยชนะถึงแปดจากเก้านัดช่วงปลายฤดูกาล ทำให้ทีมขยับหนีคู่แข่งในวงลุ้นแชมป์

ชัยชนะเหนือแรนส์
ก่อนเกมวันที่ 5 พฤษภาคม มาร์กเซยมี 72 คะแนน ส่วนโอแซร์มี 67 คะแนนและแพ้ลียง 1-2 ในเกมที่จบก่อนการแข่งขันที่เวลอโดรมเริ่ม โอแซร์จึงทำได้สูงสุด 73 คะแนนจากสองนัดที่เหลือ มาร์กเซยรู้ว่าชัยชนะเหนือแรนส์จะยืนยันแชมป์ เกมเริ่มด้วยฟรีคิกของไฮน์เซในนาที 5 แต่ฌิมมี บรีย็องด์โหม่งตีเสมอให้แรนส์นาที 38 ทำให้ครึ่งแรกจบ 1-1
จุดตัดสินมาถึงช่วงท้าย เนียงยิงประตูที่ 16 ของตนในลีกฤดูกาลนั้นนาที 75 และลูโชทำ 3-1 ในนาที 77 เมื่อมาร์กเซยมี 75 คะแนนจึงยืนยันแชมป์ โดยหลังการแข่งขันนำลีลล์แปดคะแนนเมื่อเหลือเพียงสองนัด
ปิดฤดูกาลที่รอมานาน
เดชองส์กล่าวหลังเกมว่าเขาภูมิใจกับสิ่งที่นักเตะทำได้ และชี้ถึงการคว้าทั้งลีกกับลีกคัพในฤดูกาลเดียวกัน สองนัดที่เหลือไม่เปลี่ยนเจ้าของแชมป์ มาร์กเซยแพ้ลีลล์ 2-3 ก่อนชนะเกรอน็อบล์ 2-0 โดยเนียงยิงจุดโทษและเบน อาร์ฟาทำประตูช่วงทดเวลา ทีมจบด้วย 78 คะแนน เหนือลียงอันดับสองหกคะแนน
มาร์กเซย2010 จึงต่อยอดทีมรองแชมป์ด้วยการเสริมตัวจริงหลายแนว ดิยาวารากับไฮน์เซเพิ่มประสบการณ์ในแนวรับ ซิสเซกับอาบรีแอลเพิ่มทางเลือกแดนกลาง ลูโชเชื่อมเกมและสร้างประตูจากลูกตั้งเตะ ขณะที่เนียงจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งดาวซัลโว ชัยชนะเหนือแรนส์รวบองค์ประกอบเหล่านั้นไว้ในคืนเดียว ทั้งประตูจากกองหลัง ประตูของกัปตัน และประตูปิดเกมของกองกลางคนสำคัญ

