บอร์กโดซ์2009 ไม่ได้คว้าแชมป์ด้วยการนำยาวตั้งแต่ต้น แต่เร่งเครื่องหลังแพ้ตูลูส 0-3 ในเดือนมีนาคม แล้วชนะลีก 11 นัดสุดท้ายรวด ทีมของโลรองต์ แบล็งก์เก็บ 33 คะแนนเต็มในช่วงนั้น ยิง 22 และเสีย 6 ประตู ก่อนจบที่ 80 คะแนนเหนือมาร์กเซยสามแต้ม การสร้างโอกาสของโยอัน กูร์กกุฟฟ์ การยืนค้ำและเข้ากรอบของมารูยาน ชามัค รวมถึงการเติมของเบอนัวต์ เทรมูลินาสเป็นส่วนสำคัญในเกมที่ตัดสินด้วยประตูเดียวหลายครั้ง
บอร์กโดซ์2009 แบล็งก์กับกองกลางสร้างสรรค์
แบล็งก์เข้ารับงานบอร์กโดซ์ในเดือนกรกฎาคม 2007 และพาทีมจบรองแชมป์ทันที ฤดูกาลถัดมาเขาได้กูร์กกุฟฟ์จากเอซี มิลานด้วยสัญญายืมตัว พร้อมวางกองกลางวัย 22 ปีในบทบาทอิสระหลังแนวรุก ก่อนเกมยุโรปกับซีเอฟอาร์ คลูชเดือนตุลาคม 2008 แบล็งก์ยืนยันว่าจะให้กูร์กกุฟฟ์เคลื่อนที่อย่างเสรี แต่ปฏิเสธว่าทีมพึ่งเขาเพียงคนเดียว
หลักฐานในลีกช่วงเดียวกันสนับสนุนบทบาทดังกล่าว เกมชนะตูลูส 2-1 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม กูร์กกุฟฟ์ทั้งทำประตูและแอสซิสต์ ขณะที่ชัยชนะ 4-0 เหนือปารีส แซงต์-แชร์กแมงในเดือนมกราคมแสดงให้เห็นผู้เล่นแนวรุกหลายคนมีส่วนกับสกอร์ เขาไม่ได้ยืนรอบอลจังหวะสุดท้ายอย่างเดียว แต่รับหน้าที่เชื่อมจากกลางสนามไปยังคู่กองหน้าและผู้เล่นริมเส้น
กูร์กกุฟฟ์เชื่อมชามัค
ในสิบเอ็ดนัดสุดท้าย ชามัคทำประตูกับนีซ น็องซี โซโชซ์ เลอ ม็องส์ และโมนาโก ส่วนกูร์กกุฟฟ์ยิงสองประตูที่แรนส์ แล้วทำเพิ่มกับโซโชซ์ วาล็องเซียนส์ และเลอ ม็องส์ ทั้งคู่จึงมีชื่อบนสกอร์ร่วมกันสองเกม ช่วงเร่งท้ายเริ่มเห็นภาพนี้ในเกมเยือนแรนส์วันที่ 29 เมษายน โยอัน กูฟฟรองทำประตูตีเสมอ 1-1 ก่อนกูร์กกุฟฟ์ยิงนาทีที่ 70 และช่วงทดเวลา บอร์กโดซ์ชนะ 3-2 หลังเสียประตูตั้งแต่วินาทีที่ 19
อีกสี่วันต่อมา บอร์กโดซ์ชนะโซโชซ์ 3-0 เกรกอรี แซร์ติกยิงลูกแรก กูร์กกุฟฟ์โหม่งลูกที่สองภายใน 14 นาที และชามัคปิดสกอร์ช่วงทดเวลา เกมนี้ทำให้เห็นว่ากองกลางสร้างสรรค์เข้าไปจบในกรอบได้ ขณะที่กองหน้าตัวเป้ายังเป็นผู้ทำประตูปลายเกม บทบาททั้งสองจึงซ้อนกันในพื้นที่สุดท้ายโดยไม่ได้จำกัดว่าคนหนึ่งต้องจ่ายและอีกคนต้องยิงทุกครั้ง
ในเกมชนะเลอ ม็องส์ 3-2 วันที่ 16 พฤษภาคม ชามัคยิงนาทีที่ 38 กูร์กกุฟฟ์ยิงก่อนพักครึ่ง และมาร์ก ปลานุสทำประตูชัยนาทีที่ 76 รายชื่อผู้ทำประตูจากสามตำแหน่งสะท้อนความหลากหลายของทีม ทั้งกองหน้า กองกลางรุก และกองหลังสามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นสกอร์ในเกมที่เลอ ม็องส์ขึ้นนำก่อน แล้วตีเสมอได้หนึ่งครั้ง

สิบเอ็ดนัดที่แต้มไม่หล่น
ก่อนสตรีก บอร์กโดซ์ผ่าน 27 นัดด้วยผลงานชนะ 13 เสมอ 8 แพ้ 6 รวม 47 คะแนน ยิง 42 เสีย 28 ประตู นัดที่ 27 ทีมแพ้ตูลูส 0-3 จากนั้นชนะนีซ 2-1, เลอ อาฟร์ 3-0, น็องซี 1-0, โอแซร์ 2-0 และลียง 1-0 ห้าเกมแรกของสตรีกจึงให้ 15 คะแนน พร้อมเสียเพียงหนึ่งประตู
หกนัดถัดมาคือชนะเยือนแรนส์ 3-2, ชนะโซโชซ์ 3-0, ชนะเยือนวาล็องเซียนส์ 2-1, ชนะเลอ ม็องส์ 3-2, ชนะโมนาโก 1-0 และชนะเยือนก็อง 1-0 เมื่อรวมครบ 11 เกม บอร์กโดซ์เก็บคลีนชีตเจ็ดนัด และมีชัยชนะแปดนัดที่ห่างเพียงประตูเดียว ความสม่ำเสมอจึงมาจากทั้งเกมที่คุมสกอร์ขาดและเกมที่ต้องรักษาความได้เปรียบแคบ
ชนะเกมสูสีด้วยอะไร
สตรีกมีประตูชี้ขาดจากผู้เล่นหลายหน้าที่ ชามัคยิงนาทีที่ 88 ชนะน็องซี 1-0 อาลู ดิยาร์ราทำประตูเดียวชนะลียง กูร์กกุฟฟ์ยิงช่วงทดเวลาที่แรนส์ ปลานุสตัดสินเกมเลอ ม็องส์ และชามัคยิงชนะโมนาโก 1-0 ลำดับนี้กระจายประตูชัยไปยังกองหน้า กองกลางตัวรับ กองกลางสร้างสรรค์ และกองหลัง
ช่วงเวลาดังกล่าวต่างจากเดือนกุมภาพันธ์ที่แบล็งก์พักกูร์กกุฟฟ์และยอมรับว่าทีมขาดความสด หลังจบเกมที่ 27 บอร์กโดซ์ไม่หล่นแต้มอีกเลย สถิติเต็มฤดูกาลจึงขยับเป็นชนะ 24 เสมอ 8 แพ้ 6 ยิง 64 เสีย 34 ประตู โดย 11 เกมสุดท้ายคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของชัยชนะทั้งหมดและเพิ่ม 33 จาก 80 คะแนน

กูฟฟรองยิงที่ก็อง
ก่อนนัดสุดท้ายวันที่ 30 พฤษภาคม บอร์กโดซ์นำมาร์กเซยสามคะแนนและต้องการเพียงผลเสมอที่ก็องเพื่อเป็นแชมป์ ทีมเริ่มเกมด้วยความกดดัน แต่ทำประตูไม่นานหลังพักครึ่ง กูร์กกุฟฟ์เล่นฟรีคิกไปหาเทรมูลินาสทางซ้าย แบ็กซ้ายเปิดบอลแม่นเข้ากลาง และกูฟฟรองเปลี่ยนเป็นประตูในนาทีที่ 49
ชนะโดยไม่ต้องรอคู่แข่ง
ประตูนั้นมีผู้เล่นสามคนต่อจังหวะจากลูกนิ่งไปถึงการจบสกอร์ กูร์กกุฟฟ์เริ่มการเล่น เทรมูลินาสสร้างทางจากริมเส้น และกูฟฟรองเข้าหาบอลในเขตโทษ บอร์กโดซ์รักษาสกอร์ 1-0 จนจบ จึงคว้าแชมป์เอง ไม่ต้องรอฟังว่ามาร์กเซยชนะหรือแพ้ในเกมกับแรนส์
มาร์กเซยเปิดบ้านชนะแรนส์ 4-0 และจบที่ 77 คะแนน แต่ชัยชนะของบอร์กโดซ์ทำให้ผลนั้นเปลี่ยนแชมป์ไม่ได้ บอร์กโดซ์ได้แชมป์ลีกสมัยที่หก ยุติการครองแชมป์เจ็ดปีของลียง และปิดฤดูกาลด้วยสามถ้วยเมื่อรวมโทรเฟ เดส์ ช็องปียงกับคูป เดอ ลา ลีก ลียงจบอันดับสาม ส่วนตูลูสอยู่ที่สี่
เส้นทางจากความพ่ายแพ้ 0-3 สู่ชัยชนะ 11 นัดติดแสดงการเปลี่ยนแปลงผ่านผลการแข่งขันโดยตรง ทีมเสียเพียง 6 ประตูในช่วงดังกล่าวและชนะเกมสูสีแปดครั้ง กูร์กกุฟฟ์สร้างและจบโอกาส ชามัคทำประตูสำคัญหลายเกม ขณะที่ผู้เล่นแนวรับอย่างดิยาร์ราและปลานุสก็มีประตูชี้ขาด นัดสุดท้ายจบด้วยการประสานจากกลางสู่ริมเส้นและเข้ากรอบ ซึ่งสรุปการสร้างโอกาสของทีมแชมป์ได้

