ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษอีกครั้งในฤดูกาล 2020/21 หลังห่างหายไปนานถึง 16 ปี และการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การกลับมาแบบเงียบ ๆ เพื่อประคองตัวรอดตกชั้น แต่เป็นการกลับมาพร้อมสไตล์การเล่นที่ทำให้ทั้งลีกต้องพูดถึง เพราะทีมนี้ทั้งยิงเยอะและเสียเยอะไปพร้อมกันในแบบที่ไม่ค่อยมีทีมเลื่อนชั้นทีมไหนกล้าเล่นแบบนี้มาก่อน
ลีดส์หายไปจากลีกสูงสุดนานแค่ไหน

ครั้งสุดท้ายที่ลีดส์ ยูไนเต็ด ได้เล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษคือฤดูกาล 2003/04 ก่อนที่จะตกชั้นลงไปเล่นในระดับรองในช่วงปลายฤดูกาลนั้น จากนั้นทีมก็ต้องใช้เวลาอีกนานถึง 16 ปีกว่าจะได้กลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดอีกครั้งในฤดูกาล 2020/21 ตลอดช่วงเวลาที่ห่างหายไป สนามเหย้าอย่างเอลแลนด์ โรด ยังคงเป็นบ้านของทีมมาโดยตลอด แม้จะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากทั้งผลงานในสนามและปัญหาทางการเงินนอกสนามหลายครั้ง การกลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดอีกครั้งหลังห่างหายไปนานขนาดนี้จึงมีความหมายอย่างมากสำหรับแฟนบอลของสโมสรที่รอคอยมานาน กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ทีมต้องผ่านการพยายามเลื่อนชั้นที่ไม่สำเร็จมาหลายครั้งในช่วงหลายฤดูกาลก่อนหน้า ก่อนที่มาร์เซโล บิเอลซาจะเข้ามาคุมทีมและพาทีมกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จในที่สุด
ทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาอย่างไร

ลีดส์เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกด้วยการจบอันดับหนึ่งของแชมเปียนชิพฤดูกาล 2019/20 ด้วยผลงานชนะ 28 เสมอ 9 แพ้ 9 จาก 46 นัด เก็บได้ 93 คะแนน ยิงได้ 77 เสียไป 35 ประตู ทิ้งห่างอันดับสองอย่างเวสต์บรอมวิช อัลเบียนไปพอสมควร ตัวเลข 93 คะแนนนี้ถือว่าโดดเด่นมากสำหรับลีกระดับรองที่มีการแข่งขันสูง และเป็นเครื่องยืนยันว่าทีมที่มาร์เซโล บิเอลซา สร้างขึ้นมาไม่ได้แค่ผ่านเข้ารอบเลื่อนชั้นแบบเฉียดฉิว แต่ครองความเหนือกว่าคู่แข่งในลีกรองได้อย่างชัดเจนตลอดทั้งฤดูกาล ก่อนที่จะพาความมั่นใจชุดนี้ขึ้นมาทดสอบกับทีมระดับพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลถัดไปทันที ผู้เล่นชุดที่เลื่อนชั้นขึ้นมาส่วนใหญ่เป็นชุดเดียวกับที่บิเอลซาปั้นมาตั้งแต่ปีแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ทำให้ทีมมีความเข้าใจในระบบการเล่นที่ลึกซึ้งกว่าทีมเลื่อนชั้นทั่วไปที่มักต้องเสริมผู้เล่นใหม่จำนวนมากในช่วงซัมเมอร์ก่อนขึ้นเล่นลีกสูงสุด
สไตล์ประกบตัวต่อตัวคืออะไร
สิ่งที่ทำให้ลีดส์ชุดนี้ถูกพูดถึงมากที่สุดคือแนวทางการเล่นของมาร์เซโล บิเอลซา ที่ใช้ระบบ 3-3-3-1 ซึ่งเน้นให้ผู้เล่นทุกตำแหน่งไล่กดดันแย่งบอลคืนจากคู่แข่งอย่างหนักหน่วงทั่วสนาม แทนที่จะยืนรับเป็นแนวเหมือนทีมทั่วไป ระบบนี้ต้องอาศัยความร่วมมือและความฟิตของผู้เล่นทุกคนอย่างมาก เพราะทุกคนต้องพร้อมวิ่งไล่บอลตลอดเวลาโดยไม่มีใครได้พักแม้แต่จังหวะเดียว แม้จะถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังพ่ายแพ้บางนัดด้วยสกอร์ห่างมาก แต่บิเอลซาก็ยืนยันจะไม่เปลี่ยนแนวทางการเล่นนี้ ความหนักหน่วงของการกดดันทั่วสนามแบบนี้เองที่ทำให้เกมของลีดส์ดูตื่นเต้นและคาดเดายากในทุกนัด ไม่ว่าจะเจอกับทีมระดับใดก็ตาม
ยิงเยอะและเสียเยอะพร้อมกันได้อย่างไร
ผลลัพธ์ของสไตล์การเล่นแบบนี้สะท้อนออกมาชัดเจนในตัวเลขประตูของทีม ตลอดฤดูกาล 2020/21 ลีดส์ยิงได้ 62 ประตู แต่ก็เสียไปมากถึง 54 ประตูเช่นกัน ทีมถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการเสียประตูจากลูกตั้งเตะซ้ำแล้วซ้ำเล่า และกลายเป็นทีมแรกของฤดูกาลที่เสียประตูครบ 30 ลูกหลังพ่ายให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ในทางกลับกันการเล่นเกมรุกอย่างกล้าได้กล้าเสียก็ทำให้ทีมทำประตูได้มากกว่าทีมเลื่อนชั้นทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขทั้งสองด้านนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของทีมที่เลือกจะเล่นเกมรุกอย่างเต็มที่ ยอมแลกกับความเสี่ยงในเกมรับ มากกว่าจะเล่นแบบระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยเหมือนทีมเลื่อนชั้นส่วนใหญ่ แนวทางแบบนี้อาจไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทีมที่เพิ่งกลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด แต่ก็เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับปรัชญาการเล่นของบิเอลซาที่ยึดมั่นมาตลอดอาชีพโค้ชของเขา
จบฤดูกาลด้วยอันดับและคะแนนเท่าไร
เมื่อจบฤดูกาล 2020/21 ลีดส์ ยูไนเต็ด เก็บได้ 59 คะแนน จบอันดับเก้าของตาราง ตามหลังเวสต์แฮม ยูไนเต็ด อันดับหกอยู่เพียง 6 คะแนนเท่านั้น ถือเป็นผลงานที่เกินความคาดหมายอย่างมากสำหรับทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาหลังห่างหายจากลีกสูงสุดไปนานถึง 16 ปี การจบอันดับเก้าในฤดูกาลแรกที่กลับมาเล่นในลีกสูงสุด พร้อมกับสไตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ฤดูกาลนี้กลายเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ถูกจดจำมากที่สุดของสโมสรในรอบหลายปี และเป็นบทพิสูจน์ว่าการกลับมาของทีมจากเอลแลนด์ โรดครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการกลับมาเพื่อประคองตัวให้อยู่รอดเท่านั้น หลายคนที่ติดตามทีมจากเมืองยอร์กเชอร์แห่งนี้มายาวนานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การได้เห็นทีมกลับมาเล่นในลีกสูงสุดพร้อมกับสไตล์ที่กล้าได้กล้าเสียแบบนี้ มีความหมายมากกว่าการกลับมาแบบเงียบ ๆ เพื่อความอยู่รอดเพียงอย่างเดียว เพราะมันแสดงให้เห็นว่าทีมที่เคยห่างหายไปนานถึง 16 ปีก็ยังสามารถกลับมาเป็นทีมที่มีเอกลักษณ์และท้าทายขนบเดิมของลีกสูงสุดได้อีกครั้งหนึ่ง

