ชูนินโญฟรีคิก เป็นอาวุธที่ทำให้การเสียฟาวล์หน้ากรอบต่อโอลิมปิก ลียงมีราคาสูงกว่าสถานการณ์ปกติ เว็บไซต์ลีกเอิงบันทึกว่าเขายิง 75 ประตูจาก 248 นัดลีก โดย 30 ประตูมาจากฟรีคิก ตัวอย่างมีทั้งลูกตีเสมอท้ายเกม ระยะไกลราว 40 เมตร และการยิงสองลูกในนัดเดียว ความสำคัญจึงอยู่ที่ความหลากหลายของระยะ วิถี และสถานการณ์คะแนน มากกว่าภาพจำของลูกยิงสวยเพียงครั้งเดียว
ระยะที่ผู้รักษาประตูต้องระวัง
ชูนินโญฟรีคิก เปลี่ยนวิถีตามตำแหน่งบอลอย่างไร
เกมจริงแสดงว่าเขาไม่ได้มีระยะอันตรายจุดเดียว วันที่ 4 มีนาคม 2006 ชูนินโญเปิดสกอร์ให้ลียงก่อนชนะอฌักซิโอ 3-1 ด้วยฟรีคิกระยะราว 40 เมตรหลังผ่านหนึ่งชั่วโมง ลูกนี้เป็นฟรีคิกไกลที่สุดที่เขายิงให้สโมสรและเปลี่ยนเกมจาก 0-0 ให้ลียงขึ้นนำ
ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกกับพีเอสวีเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2006 ตำแหน่งต่างออกไป ลียงได้ฟรีคิกห่างประตู 25 เมตรในนาที 64 รายงานยูฟ่าอธิบายลูกยิงว่าแรงและส่ายจนเออเรลโญ โกเมสอ่านผิด ลูกยิงแรงและส่ายทำให้โกเมสอ่านวิถีบอลผิด
บอลพุ่งแล้วเปลี่ยนทาง
อีกตัวอย่างในเกมยุโรปกับดินาโม เคียฟเดือนตุลาคม 2006 มาจากระยะ 23 เมตร ยูฟ่าบรรยายว่าบอลพุ่งสูงผ่านผู้รักษาประตูด้วยทั้งความเร็วและวิถีที่กดลง เมื่อวางสามตัวอย่างร่วมกัน จะเห็นระยะราว 40 เมตร 25 เมตร และ 23 เมตร ผู้รักษาประตูจึงไม่อาจตั้งตำแหน่งจากความคิดว่าเขาจะเลือกเพียงการปั่นข้ามกำแพงจากขอบเขตโทษ
ความสม่ำเสมอไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์อย่างเดียว บทความยูฟ่าที่รวบรวมฟรีคิกเด่นระบุว่าชูนินโญฝึกยิงหลังการซ้อมร่วมกับเรมี แวร์กูตร์ ผู้รักษาประตูสำรอง

กำแพงกับการยืนรอเซฟ
กติกากำหนดให้ฝ่ายรับยืนห่างบอลอย่างน้อย 9.15 เมตร กำแพงจึงช่วยบังบางส่วนของประตู แต่ก็สามารถบังช่วงที่ผู้รักษาประตูมองเห็นเท้าสัมผัสบอล ศูนย์ฝึกของฟีฟ่าอธิบายว่ากำแพงอาจทำให้ผู้รักษาประตูเห็นจังหวะสัมผัสช้าลง เมื่อพบผู้ยิงที่มีทั้งลูกส่าย ลูกกดลง และระยะไกล การเลือกยืนหลังแนวกำแพงหรือขยับไปเปิดมุมมองจึงมีผลต่อเวลาเริ่มพุ่ง
พื้นที่อันตรายกว้างขึ้น
ฟรีคิกกับอฌักซิโอทำให้แนวป้องกันต้องคิดไกลกว่าพื้นที่รอบเส้นเขตโทษ ระยะราว 40 เมตรยังเปิดโอกาสให้บอลตกหรือส่ายช่วงท้าย ขณะที่ฟรีคิกระยะ 23–25 เมตรลดเวลาตอบสนองและเปิดทางให้ยิงผ่านหรือข้ามกำแพง ผู้รักษาประตูจึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการมองจุดสัมผัสบอลกับการปิดพื้นที่หลังแนวกำแพง
เกมแรกที่เขายิงฟรีคิกในลีกเกิดวันที่ 20 ตุลาคม 2001 กับโซโชซ์ที่แชร์กล็องด์ ลียงตามหลังและชูนินโญซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองตีเสมอในนาที 81 เป็น 1-1 ลีกเอิงระบุว่ามีการเล่นร่วมกับปิแอร์ แลกล์ก่อนจบด้วยประตู ลูกนิ่งลียงจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การวางบอลแล้วให้ผู้ยิงทำคนเดียว การส่งสั้นหรือการจัดผู้เล่นใกล้บอลเพิ่มคำถามว่าลูกจะถูกยิงทันทีหรือเล่นเป็นจังหวะผสม
ฤดูกาลถัดมา เขายิงสองฟรีคิกในนัดเดียวระหว่างแฮตทริกใส่โอแซร์เดือนตุลาคม 2002 ก่อนทำซ้ำกับตูลูสในปี 2005 และนีซในฤดูกาล 2008/09 การทำสองประตูจากลูกนิ่งในเกมเดียวสามครั้งสะท้อนว่าฝ่ายรับยังต้องแก้โจทย์ใหม่หลังเสียประตูแรก ทั้งตำแหน่งกำแพง มุมมองผู้รักษาประตู และการหลีกเลี่ยงฟาวล์ในพื้นที่ยิง

ลูกนิ่งในทีมที่มีเกมไหลลื่น
อาวุธเสริมยามเจาะไม่เข้า
ประตูแรกกับโซโชซ์แสดงบทบาทช่วยกู้หนึ่งแต้ม เพราะสกอร์เปลี่ยนจาก 0-1 เป็น 1-1 ในนาที 81 ส่วนเกมอฌักซิโอปี 2006 ลูกระยะไกลเปิดสกอร์ก่อนเฟร็ดทำประตูที่สองนาที 77 และลียงชนะ 3-1 สองสถานการณ์นี้ต่างกันชัดเจน ลูกหนึ่งช่วยทีมที่กำลังตามหลัง อีกลูกปลดล็อกเกมที่ยังเสมอแบบไม่มีประตู
เกมกับนีซวันที่ 13 กันยายน 2008 เพิ่มตัวอย่างการกลับเข้าสู่การแข่งขัน นีซนำ 2-0 ก่อนชูนินโญยิงฟรีคิกสองครั้งในนาที 39 และ 73 ให้ลียงตีเสมอ จากนั้นคาริม เบนเซมาทำจุดโทษนาที 94 ปิดชัยชนะ 3-2 ฟรีคิกทั้งสองไม่ได้เป็นประตูชัยโดยตรง แต่เปลี่ยนทีมจากตามสองลูกกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ประตูถัดไปมอบสามแต้มได้
ชูนินโญยิงฟรีคิก 30 ประตูในลีกเอิง และทำได้ 44 ประตูเมื่อรวมทุกรายการตลอดช่วงเวลากับลียง ส่วนต่าง 14 ประตูมาจากการแข่งขันนอกลีก เช่น บอลถ้วยและฟุตบอลยุโรป ยอด 30 จึงเป็นตัวเลขเฉพาะเกมลีก ส่วน 44 คือผลงานรวมทุกเวทีของสโมสร
ชูนินโญลียง จึงมีความหมายมากกว่านักเตะที่ยิงไกลแม่น เขาเพิ่มทางเลือกให้ทีมในวันที่เกมเปิดไม่สร้างประตูทันที การฝึกหลังจบเซสชันช่วยรักษาคุณภาพ ส่วนตัวอย่างหลายระยะทำให้คู่แข่งต้องระวังตั้งแต่พื้นที่ราว 40 เมตรถึงขอบกรอบเขตโทษ เมื่อการเสียฟาวล์หนึ่งครั้งอาจเปลี่ยน 0-1 เป็น 1-1 เปิดสกอร์ 0-0 หรือเริ่มการกลับมาจาก 0-2 ฟรีคิกจึงเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเกม ไม่ใช่เพียงภาพไฮไลต์
มรดกของ ชูนินโญฟรีคิก อยู่ในความเชื่อมโยงระหว่างเทคนิคกับผลการแข่งขัน ลูกส่ายที่พีเอสวี ลูกกดลงกับดินาโม เคียฟ ลูกไกลที่อฌักซิโอ และสองประตูกับนีซสร้างโจทย์คนละแบบให้ผู้รักษาประตูและกำแพง สำหรับลียง อาวุธนี้เติมทางทำประตูให้ทีมแชมป์โดยไม่แทนที่เกมไหลลื่น และทำให้ลูกฟาวล์ในหลายระยะกลายเป็นโอกาสเปลี่ยนสกอร์ได้จริง

