อาร์เซนอล 1991 แชมป์ลีกที่แพ้นัดเดียวทั้งที่ถูกหักคะแนน

สนามไฮบิวรี รังเหย้าของอาร์เซนอล

อาร์เซนอล 1991 คือฤดูกาลที่ทีมแพ้เพียงนัดเดียวตลอดทั้งฤดูกาล แต่ยังถูกหักคะแนนกลางทางจากเหตุการณ์นอกสนามหญ้า เรื่องราวของฤดูกาลนี้จึงไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขในตารางคะแนน แต่ยังรวมถึงเบื้องหลังของบทลงโทษที่แทบไม่มีผลเปลี่ยนแปลงอะไรกับปลายทางของทีมเลย ฤดูกาลนี้ยังมีความหมายพิเศษอีกชั้นหนึ่ง เพราะเป็นฤดูกาลรองสุดท้ายของฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ก่อนที่วงการฟุตบอลอังกฤษจะเปลี่ยนโฉมเป็นพรีเมียร์ลีกในปี 1992 ทำให้ทีมชุดนี้กลายเป็นหนึ่งในแชมป์ชุดสุดท้ายของยุคเก่าก่อนการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลอังกฤษ

ฤดูกาลนั้นอาร์เซนอลแพ้กี่นัด

ตลอดฤดูกาล 1990/91 อาร์เซนอลลงเล่นดิวิชั่น 1 ทั้งหมด 38 นัด ชนะ 24 เสมอ 13 และแพ้เพียง 1 นัดเท่านั้น ความพ่ายแพ้ครั้งเดียวเกิดขึ้นในเกมเยือนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 1991 โดยแพ้เชลซีไป 1-2 ทั้งที่อลัน สมิธยิงประตูให้ทีมได้ นับเป็นความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวที่แทรกอยู่ท่ามกลางผลงานที่หนักแน่นตลอด 37 นัดที่เหลือของฤดูกาล และเป็นเกมที่แฟนบอลอาร์เซนอลมักหยิบยกมาพูดถึงในฐานะข้อยกเว้นเดียวของฤดูกาลที่แทบไร้ที่ติ ทีมทำประตูรวมทั้งฤดูกาล 74 ลูก เสียเพียง 18 ลูก และเก็บ 83 คะแนน คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษไปครอง สถิติ 24 ชนะ 13 เสมอ 1 แพ้ สะท้อนว่าทีมชุดนี้ไม่ได้เก็บชัยชนะแบบขาดลอยตลอดทาง แต่เลือกเก็บผลเสมอในหลายนัดเพื่อรักษาความนิ่งของทีมเอาไว้ ต่างจากทีมแชมป์ทั่วไปที่มักไล่เก็บชัยชนะรัว ๆ ในโค้งสุดท้าย

ทำไมทีมถึงถูกหักคะแนน

ระหว่างฤดูกาลอาร์เซนอลถูกสมาคมฟุตบอลหักคะแนน 2 แต้ม จากเหตุการณ์ผู้เล่นทั้งสองทีมรวม 21 คนเกิดการชุลมุนปะทะกันในสนามระหว่างเกมเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 1990 ซึ่งอาร์เซนอลเป็นฝ่ายชนะไป 1-0 ในเกมนั้น ผลจากเหตุการณ์นี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถูกหักคะแนนไปด้วย 1 แต้ม และทั้งสองสโมสรถูกปรับเงินสโมสรละ 50,000 ปอนด์ เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ฤดูกาล 1990/91 ถูกจดจำนอกเหนือไปจากผลงานในสนามเพียงอย่างเดียว

ถ้าไม่ถูกหักคะแนนตารางจะเปลี่ยนไหม

อัฒจันทร์เอมิเรตส์สเตเดียมมองจากสนามหญ้า เห็นที่นั่งสีแดงเรียงเป็นชั้นและป้ายปีสำคัญของสโมสรติดอยู่บนอัฒจันทร์ชั้นกลาง
อัฒจันทร์ของเอมิเรตส์สเตเดียม สนามที่อาร์เซนอลใช้แข่งขันต่อจากไฮบิวรีนับตั้งแต่ปี 2006

อาร์เซนอลจบฤดูกาลด้วย 83 คะแนน นำหน้าลิเวอร์พูลอันดับสองที่ทำได้ 76 คะแนนอยู่ 7 แต้ม หากคำนวณโดยไม่หักคะแนน 2 แต้มนั้น อาร์เซนอลจะมี 85 คะแนน นำห่างลิเวอร์พูล 9 แต้มแทน นั่นหมายความว่าบทลงโทษครั้งนี้ไม่มีผลต่อปลายทางของตำแหน่งแชมป์เลยแม้แต่น้อย เพราะไม่ว่าจะหักคะแนนหรือไม่ อาร์เซนอลก็ยังคว้าแชมป์ได้อยู่ดีด้วยคะแนนนำห่างเกินกว่าจำนวนแต้มที่ถูกหักไปมาก สิ่งที่บทลงโทษนี้ส่งผลจริงจึงเป็นเพียงตัวเลขส่วนต่างในตารางคะแนนสุดท้าย ไม่ใช่ผลลัพธ์ของการแข่งขันเอง เรื่องนี้ทำให้ฤดูกาล 1990/91 กลายเป็นตัวอย่างที่ดีของการแยกแยะระหว่างบทลงโทษทางวินัยกับผลของการแข่งขัน สองสิ่งนี้เดินคู่ขนานกันไปโดยไม่ก้าวก่ายกัน แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ในช่วงกลางฤดูกาลที่เกิดขึ้น แต่ท้ายที่สุดแล้วผลงานในสนามของอาร์เซนอลก็เหนือกว่าคู่แข่งมากพอที่จะไม่ต้องกังวลเรื่องคะแนนที่เสียไปเลย

ทีมไล่ตามจากจุดไหน

อาร์เซนอลไม่ได้เป็นจ่าฝูงตารางมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ช่วงต้นฤดูกาลอาร์เซนอล ลิเวอร์พูล และท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ต่างไม่แพ้ใครในลีกจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม สามทีมนี้ต่างสะสมผลงานไล่เลี่ยกันในช่วงสองเดือนแรกของฤดูกาล โดยลิเวอร์พูลของเคนนี ดัลกลิชเป็นฝ่ายนำอยู่ในช่วงนั้น อาร์เซนอลกว่าจะขึ้นเป็นจ่าฝูงตารางได้จริงก็ต่อเมื่อเข้าสู่ปีใหม่ 1991 แล้ว ซึ่งหมายความว่าทีมต้องไล่ตามอยู่ราวสามเดือนเต็มก่อนจะแซงขึ้นนำ จากนั้นทีมค่อย ๆ สร้างระยะห่างจนกระทั่งคว้าแชมป์ได้สำเร็จก่อนจบฤดูกาลถึงสองนัด หลังลิเวอร์พูลแพ้น็อตติงแฮม ฟอเรสต์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 1991 ซึ่งเป็นผลที่ปิดโอกาสของลิเวอร์พูลในการไล่ตามอาร์เซนอลทันในช่วงที่เหลือของฤดูกาล นับเป็นแชมป์ลีกสมัยที่สองของอาร์เซนอลในรอบสามฤดูกาลภายใต้การคุมทีมของจอร์จ เกรแฮม ต่อจากแชมป์ที่เพิ่งคว้ามาได้ในฤดูกาล 1988/89 ความน่าสนใจของฤดูกาลนี้คือแชมป์ถูกปิดฉากลงจากผลการแข่งขันของคู่แข่งเพียงนัดเดียว ขณะที่อาร์เซนอลยังเหลือโปรแกรมของตัวเองอีกสองนัดในตารางแข่งขัน

เกมรับของทีมชุดนั้นแน่นแค่ไหน

มุมมองอัฒจันทร์เอมิเรตส์สเตเดียมอีกฝั่ง เห็นโครงหลังคาโค้งสีขาวและที่นั่งสีแดงว่างเปล่าใต้ท้องฟ้าแจ่มใส
โครงหลังคาและอัฒจันทร์ของเอมิเรตส์สเตเดียม บ้านหลังใหม่ของอาร์เซนอลในยุคหลังไฮบิวรี

ตัวเลขเสียประตูเพียง 18 ลูกจาก 38 นัดคือรากฐานสำคัญที่ทำให้อาร์เซนอลครองความได้เปรียบตลอดฤดูกาล เฉลี่ยแล้วเสียประตูต่ำกว่าครึ่งลูกต่อนัด ผู้รักษาประตูคนใหม่ในทีมอย่างเดวิด ซีแมนซึ่งย้ายมาจากควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์สก่อนเริ่มฤดูกาล ทำคลีนชีตได้ถึง 29 นัดจาก 50 นัดที่ลงเล่นในทุกรายการฤดูกาลนั้น ขณะที่แนวรับสี่คนหน้าเขาก็มีความนิ่งอย่างน่าทึ่ง โดยซีแมน วินเทอร์เบิร์น ดิกสัน และโบลด์ลงเล่นเป็นตัวจริงครบทั้ง 38 นัดในลีกโดยไม่มีการปรับเปลี่ยนตัวหลักเลยตลอดทั้งฤดูกาล ส่วนแอนดี ลินิกันที่เซ็นสัญญาเข้ามาเสริมทัพในปีนั้นยังไม่ได้เป็นตัวจริงประจำ ความนิ่งของแนวรับชุดนี้เองที่ทำให้อาร์เซนอลแพ้เพียงนัดเดียวทั้งฤดูกาลได้สำเร็จ นอกสนามหญ้า ไฮบิวรีก็เนืองแน่นไปด้วยผู้ชมตลอดฤดูกาล โดยมีค่าเฉลี่ยผู้ชมในเกมเหย้าราว 36,865 คนต่อนัด สะท้อนความนิยมของทีมชุดนี้ในหมู่แฟนบอลอาร์เซนอลได้เป็นอย่างดี แนวรับที่นิ่งและผู้รักษาประตูที่มั่นคงแบบนี้เองที่ทำให้แฟนบอลจดจำทีมชุดนี้ในฐานะหนึ่งในทีมที่เล่นเกมรับได้ดีที่สุดทีมหนึ่งของยุคสมัยนั้น แม้เวลาจะผ่านไปกว่าสามทศวรรษแล้วก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO