กรรมการอาชีพพรีเมียร์ลีกเริ่มมีขึ้นจริงในปี 2001 ก่อนหน้านั้นผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ในลีกสูงสุดของอังกฤษยังไม่ได้เป็นพนักงานเต็มเวลาของหน่วยงานกลางใด ๆ การเปลี่ยนแปลงในปีนั้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือน แต่เปลี่ยนวิธีฝึกซ้อม ประเมินผล และคัดเลือกผู้ตัดสินไปทั้งระบบ คนดูบอลจำนวนมากคุ้นเคยกับการวิจารณ์การตัดสินใจของผู้ตัดสินในสนาม แต่น้อยคนจะรู้ว่าโครงสร้างเบื้องหลังที่ทำให้คนกลุ่มนี้ทำงานได้อย่างมีระบบมากขึ้นนั้นเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อไม่ถึงสามสิบปีที่แล้วเท่านั้นเอง
ก่อนปี 2001 ผู้ตัดสินทำงานแบบไหน
ก่อนที่จะมีการจัดตั้งองค์กรกลางขึ้นมาดูแลผู้ตัดสินโดยเฉพาะ ผู้ที่ทำหน้าที่ตัดสินเกมในพรีเมียร์ลีกยังไม่ได้อยู่ในสถานะพนักงานประจำเต็มเวลา อังกฤษกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ทำให้ผู้ตัดสินฟุตบอลลีกสูงสุดของตัวเองเป็นอาชีพเต็มเวลาอย่างสมบูรณ์เมื่อปี 2001 ซึ่งหมายความว่าก่อนหน้านั้นระบบการทำงานของผู้ตัดสินยังอยู่ในรูปแบบที่ไม่ใช่งานประจำแบบที่เข้าใจกันทุกวันนี้ การที่ไม่มีประเทศใดในโลกทำเรื่องนี้มาก่อนอังกฤษ ยังทำให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ถูกจับตามองจากวงการฟุตบอลในประเทศอื่น ๆ ว่าการทำให้ผู้ตัดสินเป็นอาชีพเต็มเวลาจะส่งผลต่อมาตรฐานการตัดสินในสนามจริงหรือไม่
องค์กรที่ดูแลผู้ตัดสินตั้งขึ้นเมื่อไร
ปี 2001 นี่เองที่มีการจัดตั้งองค์กรกลางขึ้นมาดูแลผู้ตัดสินอาชีพของอังกฤษโดยเฉพาะ องค์กรนี้ดำเนินงานในรูปแบบบริษัทไม่แสวงหากำไรที่เป็นเจ้าของและได้รับทุนร่วมกันจากพรีเมียร์ลีก อีเอฟแอล และสมาคมฟุตบอลอังกฤษ แทนที่จะขึ้นตรงกับสโมสรใดสโมสรหนึ่งหรือหน่วยงานเดียว โครงสร้างการร่วมทุนสามฝ่ายแบบนี้ทำให้ผู้ตัดสินมีสถานะเป็นพนักงานขององค์กรกลาง ไม่ใช่ลูกจ้างของลีกใดลีกหนึ่งโดยตรง ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยลดข้อครหาเรื่องความเป็นกลางได้ในระดับหนึ่ง เพราะผู้ตัดสินไม่ได้รับเงินเดือนจากสโมสรหรือลีกที่ตนเองต้องไปทำหน้าที่ตัดสินโดยตรง หน้าที่หลักขององค์กรคือการสรรหา ฝึกอบรม และจัดส่งผู้ตัดสินไปทำหน้าที่ในทุกนัดของพรีเมียร์ลีก อีเอฟแอล และรายการแข่งขันของสมาคมฟุตบอล รวมถึงดูแลเรื่องการประเมินผลงานและพัฒนาฝีมือของผู้ตัดสินอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาล โครงสร้างที่วางไว้ตั้งแต่ปี 2001 นี้ใช้งานต่อเนื่องมานานราว 25 ปี ก่อนจะถูกปรับโฉมองค์กรใหม่อีกครั้งในปี 2026
ซีเล็คต์ กรุ๊ป คือกลุ่มอะไร

ซีเล็คต์ กรุ๊ปคือกลุ่มผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินระดับสูงสุดของอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 พร้อมกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบมืออาชีพเต็มเวลา สมาชิกของกลุ่มนี้ทำหน้าที่ตัดสินเกมในพรีเมียร์ลีก อีเอฟแอล แชมเปียนชิพ ไปจนถึงเกมทีมชาติของฟีฟ่า กลุ่มนี้ยังมีระบบลำดับชั้นที่ผู้ตัดสินสามารถถูกเลื่อนขึ้นหรือปรับลงตามผลงาน เดิมทีกลุ่มนี้แบ่งเป็นซีเล็คต์ กรุ๊ป 1 ซีเล็คต์ กรุ๊ป 2 และบัญชีรายชื่อเสริมอีกชุดหนึ่ง ปัจจุบันโครงสร้างนี้ถูกปรับใหม่ในปี 2026 โดยรวมซีเล็คต์ กรุ๊ป 1 ซีเล็คต์ กรุ๊ป 2 และบัญชีรายชื่อเสริมเข้าด้วยกัน ภายใต้ชื่อใหม่คือโปรเฟสชันนัล เรเฟอรี กรุ๊ป ซึ่งปัจจุบันมีผู้ตัดสินระดับอาชีพ 43 คน ผู้ช่วยผู้ตัดสินระดับพรีเมียร์ลีก 26 คน และผู้ช่วยผู้ตัดสินระดับแชมเปียนชิพอีก 26 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วยผู้ตัดสินระดับประเทศอีกกว่าร้อยคนที่ทำหน้าที่ในระดับลีกล่างลงไป รวมถึงมีสายงานผู้ตัดสินหญิงแยกออกไปดูแลการแข่งขันของฟุตบอลหญิงโดยเฉพาะ
เปลี่ยนเป็นอาชีพแล้วงานต่างไปอย่างไร
เมื่อกลายเป็นอาชีพเต็มเวลา รูปแบบการทำงานของผู้ตัดสินก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน มีการจัดตารางฝึกซ้อมร่วมกันเดือนละสองครั้ง พร้อมการประเมินผลงานหลังจบทุกนัดโดยอดีตผู้ตัดสินที่มีประสบการณ์ นอกจากนี้องค์กรยังมีทีมงานด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและจิตวิทยาเข้ามาสนับสนุนผู้ตัดสินโดยเฉพาะ ทำให้การเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนลงสนามเป็นระบบมากกว่าที่เคยเป็นมา ผลงานของผู้ตัดสินแต่ละคนยังถูกนำไปใช้พิจารณาว่าจะได้รับมอบหมายให้ตัดสินเกมระดับใดในสัปดาห์ถัดไป หรือจะถูกปรับลดระดับหากผลงานไม่เข้าเกณฑ์ต่อเนื่อง ระบบประเมินผลแบบนี้ทำให้ทุกนัดการแข่งขันของผู้ตัดสินแต่ละคนกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถิติสะสมที่ถูกนำมาทบทวนอย่างเป็นระบบ แทนที่จะเป็นเพียงการทำหน้าที่แล้วจบไปในแต่ละสัปดาห์เหมือนในอดีต

เรื่องนี้เกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยตัดสินไหม
พรีเมียร์ลีกเริ่มนำระบบผู้ช่วยผู้ตัดสินผ่านวิดีโอมาใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ฤดูกาล 2019/20 หลังจากที่สโมสรในลีกลงมติเห็นชอบหลักการนี้ตั้งแต่ปลายปี 2018 โดยองค์กรกลางที่ดูแลผู้ตัดสินอาชีพเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการทำงานของระบบนี้ทั้งหมด ตั้งแต่การคัดเลือกผู้ตัดสินที่จะเข้าห้องวิดีโอ การฝึกอบรมเฉพาะทาง ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพการตัดสินใจแต่ละครั้งภายหลังจบเกม องค์กรเดียวกันที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อดูแลผู้ตัดสินอาชีพตั้งแต่ปี 2001 จึงกลายเป็นหน่วยงานเดียวกับที่รับผิดชอบดูแลระบบวิดีโอช่วยตัดสินในเวลาต่อมาด้วย โครงสร้างองค์กรที่วางไว้ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นความเป็นมืออาชีพจึงยังคงเป็นกลไกหลักที่ดูแลทั้งตัวผู้ตัดสินและเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมการทำงานของพวกเขาในเวลาต่อมา ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ ซึ่งเคยทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินอาชีพในสังกัดมาก่อน ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ต่อมาขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารขององค์กรนี้ สะท้อนว่าเส้นทางอาชีพของผู้ตัดสินอังกฤษหลังปี 2001 ไม่ได้จบลงแค่การเลิกทำหน้าที่ในสนาม แต่ยังต่อยอดไปสู่การบริหารจัดการวงการกรรมการทั้งระบบได้ด้วย เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดหนึ่งในสี่ศตวรรษที่ผ่านมา การเปลี่ยนผู้ตัดสินให้เป็นอาชีพเต็มเวลาจึงไม่ได้เป็นเพียงการปรับสถานะการจ้างงานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของระบบนิเวศทั้งหมดที่รองรับทั้งคนและเทคโนโลยีในวงการตัดสินฟุตบอลอังกฤษมาจนถึงทุกวันนี้ ตั้งแต่ห้องฝึกซ้อมเดือนละสองครั้งในปี 2001 ไปจนถึงห้องวิดีโอช่วยตัดสินในปัจจุบัน

