ยูเวนตุสแชมป์ 1972 ฤดูกาลที่โค้ชทีมเยาวชนขึ้นคุมทีมชุดใหญ่แล้วคว้าแชมป์

สนาม Stadio Comunale (Turin) ของยูเวนตุส

ยูเวนตุสแชมป์ 1972 เกิดขึ้นหลังจากสโมสรต้องเจอกับความสูญเสียที่ไม่มีใครคาดคิดกลางฤดูกาลก่อนหน้า และต้องเปลี่ยนตัวผู้ฝึกสอนกะทันหันก่อนเปิดฤดูกาลใหม่เพียงไม่กี่เดือน สุดท้ายทีมกลับคว้าแชมป์เซเรีย อาได้สำเร็จด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างอันดับสองเพียงแต้มเดียว เป็นฤดูกาลที่พิสูจน์ว่าความต่อเนื่องของทีมสำคัญกว่าตัวบุคคลบนม้านั่งผู้ฝึกสอน

ก่อนฤดูกาลนี้ยูเวนตุสอยู่ในสภาพไหน

ฤดูกาล 1970-71 ยูเวนตุสจบอันดับ 4 ด้วยคะแนน 35 แต้ม จากผลงาน 11 ชนะ 13 เสมอ 6 แพ้ ตลอด 30 นัด ขณะที่แชมป์ตกเป็นของอินเตอร์ มิลาน ตัวเลขเสมอที่สูงถึง 13 นัดสะท้อนว่าทีมยังขาดความคมในการปิดเกม แม้จะไม่แพ้บ่อยนักก็ตาม นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฝ่ายบริหารสโมสรต้องมองหาแนวทางใหม่สำหรับฤดูกาลถัดไป

อันดับ 4 ไม่ใช่ผลงานที่ย่ำแย่สำหรับสโมสรขนาดใหญ่อย่างยูเวนตุส แต่ก็ห่างไกลจากมาตรฐานที่แฟนบอลคาดหวัง ทีมจึงเข้าสู่ช่วงปิดฤดูกาลด้วยความคาดหวังว่าจะต้องมีการปรับทีมครั้งสำคัญ ทั้งในแง่ผู้เล่นและแนวทางการทำทีมของผู้ฝึกสอน

ในยุคนั้นการแข่งขันเซเรีย อายังใช้ระบบให้ 2 คะแนนต่อการชนะ ไม่ใช่ 3 คะแนนแบบยุคปัจจุบัน ทำให้จำนวนนัดเสมอที่สูงส่งผลต่อคะแนนสะสมโดยตรงมากกว่าที่คนยุคนี้คุ้นเคย การที่ยูเวนตุสเสมอไปถึง 13 นัดในฤดูกาล 1970-71 จึงเป็นตัวเลขที่ฝ่ายบริหารมองว่าต้องแก้ไขก่อนเข้าสู่ฤดูกาลถัดไป

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนผู้ฝึกสอนก่อนเปิดฤดูกาล

อาร์มันโด ปิคคี อดีตกัปตันทีมชาติอิตาลีที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนยูเวนตุสตั้งแต่ปี 1970 ต้องหยุดคุมทีมกลางฤดูกาล 1970-71 หลังพบว่าป่วยเป็นมะเร็งชนิดเนื้องอกที่ซี่โครงซ้ายซี่ที่หก เขาเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 1971 และต่อสู้กับโรคร้ายอยู่ราวสามเดือนก่อนเสียชีวิตในวันที่ 27 พฤษภาคม 1971 ขณะอายุเพียง 35 ปี

การจากไปของปิคคีเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่สโมสรจะต้องเตรียมทีมสำหรับฤดูกาลใหม่ สถานการณ์นี้บีบให้ฝ่ายบริหารต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าใครจะเป็นผู้สานต่องานที่ปิคคีทิ้งไว้ แทนที่จะดึงชื่อใหญ่จากภายนอกมาคุมทีมท่ามกลางความไม่แน่นอน สโมสรเลือกมองเข้าไปในองค์กรของตัวเอง

ปิคคีเองเคยเป็นนักเตะแนวรับที่มีชื่อเสียงระดับทีมชาติมาก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้ฝึกสอน การที่เขาต้องยุติบทบาทกลางคันด้วยเหตุผลด้านสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจให้กับวงการฟุตบอลอิตาลีในเวลานั้นไม่น้อย เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าผู้ฝึกสอนวัยเพียง 35 ปีจะต้องจากไปเร็วขนาดนี้

ผู้ฝึกสอนคนใหม่มาจากไหน

เชสต์มีร์ วีตซ์ปาเล็ก อดีตนักเตะชาวเช็กที่ผันตัวมาเป็นผู้ฝึกสอน เคยรับหน้าที่คุมทีมเยาวชนของยูเวนตุสมาก่อนหน้านั้น เมื่อปิคคีล้มป่วยและไม่สามารถทำหน้าที่ต่อได้ สโมสรจึงตัดสินใจเลื่อนวีตซ์ปาเล็กขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ในปี 1971 แทนที่จะหาผู้ฝึกสอนหน้าใหม่จากนอกบ้าน

หอโมเลอันโตเนลเลียนา สัญลักษณ์เมืองตูริน มองจากมุมเงยใต้ท้องฟ้าสีฟ้า
หอโมเลอันโตเนลเลียนา สัญลักษณ์ของเมืองตูริน บ้านเกิดของสโมสรยูเวนตุส

การเลือกคนในบ้านที่คุ้นเคยกับโครงสร้างทีมอยู่แล้วช่วยให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่นกว่าที่หลายคนคาดไว้ วีตซ์ปาเล็กไม่ต้องเสียเวลาทำความรู้จักผู้เล่นใหม่ทั้งหมด เพราะเขาคุ้นเคยกับนักเตะรุ่นใหม่ที่ผ่านมือเขามาจากทีมเยาวชนอยู่แล้ว นี่กลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้ทีมไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวมากเท่าการเปลี่ยนโค้ชแบบทั่วไป

ฤดูกาลจบด้วยคะแนนเท่าไร

ฤดูกาล 1971-72 ยูเวนตุสจบด้วยคะแนน 43 แต้ม จากผลงาน 17 ชนะ 9 เสมอ 4 แพ้ ตลอด 30 นัด ส่วนเอซี มิลาน ที่จบอันดับ 2 ทำได้ 42 แต้มจาก 16 ชนะ 10 เสมอ 4 แพ้ ต่างกันเพียงแต้มเดียวเท่านั้น นับเป็นแชมป์เซเรีย อาสมัยที่ 14 ในประวัติศาสตร์สโมสร

ช่องว่างเพียง 1 แต้มบอกได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ฤดูกาลที่ทีมกวาดชัยแบบทิ้งห่างคู่แข่งตั้งแต่ต้น แต่เป็นการแข่งขันที่สูสีจนถึงนัดท้าย ๆ ความสามารถในการเก็บแต้มอย่างสม่ำเสมอโดยไม่พลาดในช่วงสำคัญคือสิ่งที่ตัดสินแชมป์ในฤดูกาลนี้ มากกว่าการมีทีมที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน

เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อนหน้าที่ยูเวนตุสเสมอมากถึง 13 นัด ฤดูกาล 1971-72 ทีมเสมอลดลงเหลือ 9 นัด และแพ้เพียง 4 นัดเท่าเดิม ส่วนที่เปลี่ยนไปชัดเจนที่สุดคือจำนวนนัดที่ชนะ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 11 เป็น 17 นัด ตัวเลขนี้ชี้ว่าทีมเปลี่ยนเกมเสมอให้กลายเป็นชัยชนะได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นจุดต่างที่ทำให้คะแนนรวมพุ่งจาก 35 เป็น 43 แต้มภายในฤดูกาลเดียว

แชมป์ครั้งนี้ต่อยอดไปถึงไหน

ความสำเร็จในฤดูกาล 1971-72 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพียงครั้งเดียว เพราะวีตซ์ปาเล็กพายูเวนตุสคว้าแชมป์เซเรีย อาต่อเนื่องอีกสมัยในฤดูกาล 1972-73 ทีมยังไปได้ไกลถึงรอบชิงชนะเลิศยูโรเปียนคัพในฤดูกาลเดียวกัน ก่อนพ่ายให้กับอายักซ์ และยังได้เข้าชิงอินเตอร์คอนติเนนตัลคัพแต่แพ้ให้กับอินดิเปนเดียนเตไปด้วยสกอร์ 0-1

ถ้วยรางวัลทรงเกลียวสีเงินตั้งอยู่บนแท่นในตู้กระจกของพิพิธภัณฑ์กีฬา มีถ้วยอื่นสะท้อนอยู่ในกระจก
ถ้วยรางวัลตั้งแสดงอยู่ในตู้กระจกของพิพิธภัณฑ์กีฬา สื่อถึงความสำเร็จที่สะสมต่อเนื่องหลายฤดูกาล

ในยุคของวีตซ์ปาเล็กนี้เองที่ผู้เล่นอย่างโรแบร์โต เบตเตกาและฟรังโก เคาซิโอเริ่มมีบทบาทสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ในทีมชุดใหญ่ เป็นสัญญาณว่าการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากความจำเป็นในการหาผู้ฝึกสอนคนใหม่กลางฤดูกาลนั้น ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ยูเวนตุสสร้างความสำเร็จต่อเนื่องได้จริง ไม่ใช่แค่แชมป์ครั้งเดียวที่มาจากโชคช่วยหรือความบังเอิญของฤดูกาลที่คู่แข่งอ่อนแอกว่าปกติ

เรื่องราวของฤดูกาลนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความมั่นคงขององค์กรฟุตบอลบางครั้งสำคัญกว่าชื่อเสียงของผู้ฝึกสอนคนใดคนหนึ่ง การที่สโมสรกล้าไว้ใจคนในบ้านที่คุ้นเคยกับทีมอยู่แล้ว แทนที่จะวิ่งหาชื่อใหญ่จากภายนอกท่ามกลางวิกฤต คือปัจจัยที่ทำให้ยูเวนตุสผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้ และต่อยอดเป็นความสำเร็จที่ยาวนานกว่าฤดูกาลเดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO