สนามโอลิมปิโก กรุงโรม 1953 บ้านร่วมของโรมาและลาซิโอ

สนามสตาดีโอ โอลิมปิโก กรุงโรม บ้านร่วมของโรมาและลาซิโอ

สนามโอลิมปิโก กรุงโรม คือหนึ่งในไม่กี่สนามของยุโรปที่สองสโมสรใหญ่ในเมืองเดียวกันต้องใช้ร่วมกันมาตลอดหลายสิบปี ทั้งที่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเจ้าของสนามแม้แต่นิดเดียว เรื่องราวของสนามแห่งนี้เริ่มต้นก่อนสงครามโลกครั้งที่สองเสียอีก และกว่าจะกลายเป็นบ้านของโรมาและลาซิโอในทุกวันนี้ก็ต้องผ่านการก่อสร้างที่ยืดเยื้อและงานปรับปรุงใหญ่มาแล้วหลายรอบ

สนามนี้ใช้เวลาสร้างนานแค่ไหน

การก่อสร้างสนามเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1928 ภายใต้การออกแบบของสถาปนิกเอนรีโก เดล เดบบิโอ ซึ่งวางผังให้เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ของกรุงโรม แต่งานก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้น ทรัพยากรและแรงงานที่เคยทุ่มให้กับโครงการกีฬาถูกดึงไปใช้ในสงครามแทบทั้งหมด สนามที่ควรจะเสร็จภายในไม่กี่ปีจึงต้องค้างเติ่งอยู่นานนับทศวรรษ กว่าที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติอิตาลีจะกลับมาสานต่องานก่อสร้างจนแล้วเสร็จหลังสงครามสงบ รวมเวลาทั้งหมดตั้งแต่วางศิลาฤกษ์จนถึงวันเปิดใช้งานจริงก็กินเวลากว่ายี่สิบปี ความล่าช้าระดับนี้ไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับโครงการก่อสร้างสนามกีฬาทั่วไป แต่สะท้อนให้เห็นว่าช่วงเวลานั้นทั้งประเทศอิตาลีต้องหันไปทุ่มทรัพยากรให้กับภารกิจที่สำคัญกว่าการกีฬา และเมื่อสงครามจบลงงานก่อสร้างที่ค้างไว้ก็ต้องเริ่มประเมินใหม่เกือบทั้งหมดก่อนจะเดินหน้าต่อได้จริง

นัดเปิดสนามคือเกมอะไร

สนามโอลิมปิโก กรุงโรม เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 พฤษภาคม 1953 ด้วยนัดทีมชาติระหว่างอิตาลีกับฮังการี ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเจ้าบ้านไปแบบขาดลอย 0 ต่อ 3 โดยประตูของฮังการีมาจากนันดอร์ ฮิเดกคูตีและแฟเรนตส์ ปุชกัช สองผู้เล่นที่ต่อมากลายเป็นตำนานของวงการฟุตบอลยุโรป ถือเป็นการเปิดตัวที่ไม่ค่อยสวยงามนักสำหรับเจ้าบ้าน แต่ก็ทำให้สนามแห่งนี้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติตั้งแต่นัดแรกที่ลงเล่น ไม่กี่วันหลังจากนั้นลาซิโอก็ได้ลงเล่นนัดสโมสรคู่แรกในสนามแห่งนี้โดยพบกับยูเวนตุส เป็นการเริ่มต้นบทบาทของสนามในฐานะเวทีสำหรับฟุตบอลลีกอย่างเป็นทางการ นับจากวันนั้นสนามแห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่ที่แฟนบอลทั้งสองสีในกรุงโรมต้องเดินทางมาเชียร์ทีมของตัวเองสลับกันไปในแต่ละสุดสัปดาห์ แม้จะเป็นทีมคู่แข่งกันในสนามแต่ก็ต้องใช้บ้านหลังเดียวกันมาตั้งแต่วันแรกที่สนามเปิดใช้งาน

โอลิมปิก 1960 ทำให้สนามเปลี่ยนไปอย่างไร

อีกเจ็ดปีต่อมา สนามแห่งนี้ได้รับเกียรติให้เป็นสถานที่จัดพิธีเปิดและการแข่งขันกรีฑาของโอลิมปิกฤดูร้อน 1960 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กรุงโรมได้เป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาระดับโลก การแข่งขันในครั้งนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ถูกจดจำ หนึ่งในนั้นคือวิลมา รูดอล์ฟ นักวิ่งหญิงชาวอเมริกันที่คว้าเหรียญทองได้ถึงสามเหรียญพร้อมทำลายสถิติทั้งระดับโอลิมปิกและระดับโลกในลู่วิ่งของสนามแห่งนี้ การเป็นสนามโอลิมปิกทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่สนามฟุตบอลอีกต่อไป แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่เคยต้อนรับนักกีฬาจากทั่วโลก และคำว่าโอลิมปิโกในชื่อสนามก็มาจากเหตุการณ์นี้เอง หลังจบมหกรรมกีฬาในปีนั้น สนามยังคงถูกใช้จัดการแข่งขันกรีฑาระดับนานาชาติต่อเนื่องมาอีกหลายปี ทำให้ลู่วิ่งรอบสนามหญ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์สนามที่แยกไม่ออกจากการแข่งขันฟุตบอลนัดปกติ

สนามหญ้าสีเขียวและอัฒจันทร์ที่นั่งสีฟ้าของสนามโอลิมปิโกพร้อมลู่วิ่งกั้นขอบสนาม
สนามหญ้าและอัฒจันทร์ของสนามโอลิมปิโก กรุงโรม ยังคงเห็นลู่วิ่งกั้นขอบสนามที่หลงเหลือจากยุคใช้จัดกรีฑา

การปรับปรุงก่อนฟุตบอลโลก 1990 เปลี่ยนอะไร

ก่อนงานปรับปรุงใหญ่ในปี 1990 สนามแห่งนี้แทบไม่มีหลังคาคลุมเลย ยกเว้นอัฒจันทร์ฝั่งมอนเตมารีโอเพียงจุดเดียว และเคยจุผู้ชมได้มากกว่าหนึ่งแสนคนจนได้รับฉายาว่าสนามแสนคน เมื่ออิตาลีได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 1990 สนามจึงถูกยกเครื่องครั้งใหญ่ มีการติดตั้งหลังคาผืนใหม่ที่ทำจากผ้าเทฟลอนผสมไฟเบอร์กลาสแขวนด้วยสายเคเบิลเหล็กครอบคลุมอัฒจันทร์เกือบทั้งหมด พร้อมปรับโครงสร้างอัฒจันทร์ฝั่งเหนือและใต้ใหม่ทั้งหมด งานปรับปรุงครั้งนี้ทำให้ความจุลดลงเหลือประมาณ 85,000 ที่นั่งในช่วงแรก แลกกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยกว่าเดิมมาก และเปลี่ยนหน้าตาของสนามจากลานกรีฑาโล่งกว้างให้กลายเป็นสนามฟุตบอลที่ดูทันสมัยสมกับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก งานก่อสร้างในรอบนั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สนามเปิดใช้งานมา และเป็นจุดที่ทำให้ภาพลักษณ์ของสนามที่คนทั่วโลกคุ้นตาในปัจจุบันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ทั้งโครงหลังคาสีขาวและอัฒจันทร์ทรงรีที่เห็นในการถ่ายทอดสดนัดใหญ่ ๆ ล้วนเป็นผลจากงานปรับปรุงรอบนี้ทั้งสิ้น

การไม่ได้เป็นเจ้าของสนามส่งผลอะไรกับสองสโมสร

ปัจจุบันสนามแห่งนี้จุผู้ชมได้ 70,634 ที่นั่งหลังงานปรับปรุงเพิ่มเติมในช่วงปี 2007 ถึง 2008 แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบคือสนามไม่ได้เป็นทรัพย์สินของโรมาหรือลาซิโอเลยแม้แต่น้อย เจ้าของตัวจริงคือสปอร์ต เอ ซาลูเต หน่วยงานของรัฐบาลอิตาลี ทั้งสองสโมสรเป็นเพียงผู้เช่าใช้งานสนามในวันแข่งเท่านั้น สถานะนี้ทำให้รายได้จากสนามในวันแข่งขัน เช่น การขายสิทธิ์ตั้งชื่อสนามหรือรายได้เสริมอื่น ๆ ไม่ได้ตกเป็นของสโมสรโดยตรงเหมือนทีมในลีกอื่นที่มีสนามเป็นของตัวเอง นี่คือเหตุผลที่ทั้งโรมาและลาซิโอมักมีข่าวพูดถึงแผนสร้างสนามเหย้าของตัวเองอยู่เสมอ เพราะการใช้สนามร่วมกันในระยะยาวย่อมมีข้อจำกัดด้านรายได้และอิสระในการบริหารจัดการที่สโมสรเจ้าของสนามจริงไม่ต้องเผชิญ ต่อให้สนามแห่งนี้จะเต็มไปด้วยความทรงจำและมีประวัติศาสตร์ยาวนานคู่กับทั้งสองสโมสร แต่สถานะผู้เช่าก็ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ผู้บริหารของทั้งโรมาและลาซิโอต้องคำนึงถึงทุกครั้งที่วางแผนระยะยาวสำหรับอนาคตของสโมสร

ภาพขาวดำหน้าต่างไม้บานเกล็ดของอาคารเก่าพร้อมป้ายชื่อถนนลุงโกเตเวเร เตสตัชโชติดอยู่ที่ผนัง
ป้ายถนนลุงโกเตเวเร เตสตัชโช ริมแม่น้ำไทเบอร์ในกรุงโรม ซึ่งเป็นย่านไม่ไกลจากสนามโอลิมปิโก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO