โมนาโกแชมป์ 1982 แต้มเดียวเหนือแซงต์เอเตียนของพลาตินี

สนาม Stade Louis II ของโมนาโก

เอเอส โมนาโก 1982 เป็นชื่อที่แฟนบอลลีกฝรั่งเศสยุคเก่ามักพูดถึงเวลานึกถึงฤดูกาลที่การชิงแชมป์เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะสโมสรจากอาณาจักรเล็ก ๆ ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแห่งนี้ปิดฤดูกาล 1981/82 ด้วยคะแนน 55 แต้ม เหนือแซงต์เอเตียนที่มีมีแชล พลาตินีอยู่ในทีมเพียง 1 แต้มเท่านั้น ระยะห่างระดับนี้ทำให้ทุกนัดในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลมีความหมาย และทำให้แชมป์ครั้งนี้ถูกเล่าต่อมาในฐานะฤดูกาลที่ตัดสินกันด้วยความสม่ำเสมอมากกว่ารายชื่อผู้เล่นดัง

ฤดูกาล 1981/82 ตัดสินกันอย่างไร

ตารางคะแนนสุดท้ายของดิวิชัน 1 ฝรั่งเศส 1982 จบลงด้วยระยะห่างที่แคบมากในกลุ่มหัวตาราง โมนาโกจบอันดับหนึ่งด้วย 55 แต้ม ตามมาด้วยแซงต์เอเตียนที่ทำได้ 54 แต้ม ส่วนอันดับสามและสี่คือโซโชซ์กับบอร์กโดซ์ที่เก็บได้ 49 และ 48 แต้มตามลำดับ ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดว่าโมนาโกไม่ได้ทิ้งห่างคู่แข่งแบบขาดลอย แต่ต้องรักษาผลงานให้นิ่งตลอดโปรแกรมเพื่อคงระยะห่างเพียงแต้มเดียวเอาไว้จนจบฤดูกาล

แซงต์เอเตียนฤดูกาลนั้นมีมีแชล พลาตินีอยู่ในทีมเป็นฤดูกาลสุดท้ายก่อนย้ายไปเล่นให้ยูเวนตุสในอิตาลี ทำให้ชื่อของแซงต์เอเตียนถูกจดจำไม่แพ้ทีมแชมป์ แต่ในแง่ตัวเลขแล้วเป็นโมนาโกที่เก็บแต้มได้มากกว่าตลอดทั้งฤดูกาล ไม่ใช่ทีมที่มีผู้เล่นโด่งดังที่สุดในสนาม

ฤดูกาลนั้นดิวิชัน 1 ฝรั่งเศสมีทีมเข้าแข่งขันทั้งหมด 20 ทีม แข่งกันแบบพบกันหมดสองนัดรวมทีมละ 38 นัด โมนาโกปิดฤดูกาลด้วยผลงานชนะ 24 นัด เสมอ 7 นัด แพ้ 7 นัด ยิงได้ 70 ประตู เสีย 29 ประตู รวมเป็น 55 แต้ม ส่วนแซงต์เอเตียนทำได้ 22 ชนะ 10 เสมอ 6 แพ้ ยิงได้ 74 ประตู เสีย 31 ประตู รวม 54 แต้ม ตัวเลขชุดนี้น่าสนใจตรงที่แซงต์เอเตียนมีผลต่างประตูได้เสียดีกว่าโมนาโกเล็กน้อย คือบวก 43 เทียบกับบวก 41 แต่เพราะระบบคะแนนยุคนั้นทีมชนะได้ 2 แต้มต่อนัด โมนาโกที่ชนะมากกว่าสองนัดจึงเก็บแต้มรวมได้มากกว่าแม้ผลต่างประตูจะสูสีกันมากก็ตาม

ใครคุมทีมโมนาโกในฤดูกาลนั้น

ผู้คุมทีมโมนาโกในฤดูกาลแชมป์นี้คือเฌราร์ บานีด ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่ปี 1979 และอยู่กับสโมสรยาวถึงปี 1983 นั่นหมายความว่าฤดูกาล 1981/82 อยู่ในช่วงกลางของงานที่เขาทำกับโมนาโก ไม่ใช่ฤดูกาลแรกที่เพิ่งเข้ามารับงาน การได้ทำงานต่อเนื่องกับสโมสรมาแล้วหลายปีก่อนหน้าเปิดโอกาสให้เขาสร้างทีมที่เข้าใจแนวทางเดียวกันมากขึ้นทุกปี ซึ่งอาจอธิบายได้บางส่วนว่าทำไมทีมจึงรักษาความนิ่งเอาไว้ได้ตลอดฤดูกาลที่การแข่งขันสูสีเป็นพิเศษเช่นนี้

ถนนแคบเรียบตึกอพาร์ตเมนต์หลายชั้นบนเนินเขาในโมนาโก
ตึกที่พักอาศัยเรียงตัวแน่นบนเนินเขาของโมนาโก อาณาจักรขนาดเล็กที่มีทีมฟุตบอลคว้าแชมป์ลีกฝรั่งเศสมาแล้วหลายสมัย

ตลอดสี่ปีที่คุมทีม บานีดไม่ได้มีแค่ฤดูกาลแชมป์นี้เพียงอย่างเดียว แต่ยังพาโมนาโกผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านผู้เล่นหลายรุ่น ทำให้ฤดูกาล 1981/82 กลายเป็นจุดสูงสุดของช่วงเวลาที่เขาอยู่กับสโมสร ก่อนหน้านั้นทีมภายใต้การคุมของเขาต้องใช้เวลาสะสมผลงานทีละฤดูกาลจนกระทั่งขึ้นไปถึงจุดที่แข่งขันเพื่อแชมป์ได้ ซึ่งต่างจากภาพของทีมที่ทุ่มเงินสร้างทีมชุดใหม่ในปีเดียวแล้วหวังผลทันที

แชมป์ครั้งนี้เป็นสมัยที่เท่าไรของสโมสร

แชมป์ลีกสูงสุดฝรั่งเศสในปี 1982 นับเป็นสมัยที่สี่ของโมนาโกในระดับดิวิชัน 1 ต่อจากแชมป์สมัยแรกในฤดูกาล 1960/61 สมัยที่สองในฤดูกาล 1962/63 ซึ่งเป็นปีที่สโมสรทำดับเบิลแชมป์ลีกคู่กับถ้วยได้ด้วย และสมัยที่สามในฤดูกาล 1977/78 ภายใต้การคุมทีมของลูเซียง เลอดุก

การมีแชมป์มาแล้วสี่สมัยก่อนต้นทศวรรษ 1980 แสดงให้เห็นว่าโมนาโกไม่ใช่สโมสรหน้าใหม่ในการลุ้นแชมป์ แต่เป็นทีมที่เคยผ่านการคว้าแชมป์มาแล้วในหลายทศวรรษก่อนหน้า แม้ภาพจำของคนรุ่นหลังจำนวนมากจะผูกสโมสรนี้ไว้กับยุคหลังจากนี้มากกว่าฤดูกาล 1982 ก็ตาม

ดาวซัลโวปีนั้นมาจากทีมใด

สิ่งที่น่าสนใจของฤดูกาลนี้คือผู้ทำประตูสูงสุดของลีกไม่ได้อยู่ทีมแชมป์หรือแม้แต่ทีมรองแชมป์ เดลิโอ ออนนิส กองหน้าของสโมสรตูร์ เป็นผู้ทำประตูสูงสุดของฤดูกาล 1981/82 ด้วยจำนวน 29 ประตู ทิ้งห่างอันดับรองลงมาพอสมควร ส่วนมีแชล พลาตินีของแซงต์เอเตียนจบอันดับสามของตารางดาวซัลโวด้วย 22 ประตู

ภาพรวมนี้ชี้ให้เห็นว่าในฤดูกาล 1981/82 ทีมแชมป์อย่างโมนาโกไม่ได้ชนะเพราะมีดาวยิงที่โดดเด่นที่สุดของลีก แต่ชนะเพราะผลงานเป็นทีมที่สม่ำเสมอกว่าคู่แข่งตลอดโปรแกรม ซึ่งสอดคล้องกับภาพของระยะห่างเพียงหนึ่งแต้มในตารางคะแนนสุดท้าย

หลังปี 1982 โมนาโกเดินต่ออย่างไร

ฤดูกาลถัดจากแชมป์ โมนาโกเล่นได้ไม่ดีเท่าปีก่อนหน้า ฤดูกาล 1982/83 ทีมจบอันดับที่หกด้วย 43 แต้ม ขณะที่แชมป์ของฤดูกาลนั้นตกเป็นของน็องต์ที่ทำได้ 58 แต้ม ซึ่งเป็นแชมป์ลีกสมัยที่หกของน็องต์เอง การตกจากอันดับหนึ่งมาอยู่อันดับหกในปีถัดมาแสดงให้เห็นว่าการรักษาแชมป์ในลีกที่สูสีเป็นเรื่องยาก แม้จะเป็นทีมชุดใกล้เคียงกับที่เพิ่งคว้าแชมป์มาหมาด ๆ ก็ตาม

เรือยอชต์หลายลำจอดในท่าเรือโมนาโกโดยมีอาคารคาสิโนมอนติคาร์โลอยู่ด้านหลัง
เรือยอชต์จอดเรียงกันในท่าเรือของโมนาโกโดยมีอาคารคาสิโนมอนติคาร์โลตั้งอยู่เบื้องหลัง

เฌราร์ บานีดคุมทีมต่อจนจบฤดูกาล 1982/83 ก่อนพ้นตำแหน่งในปี 1983 และส่งไม้ต่อให้ลูเซียง มูลเลร์เข้ามาคุมทีมในช่วงถัดจากนั้น เป็นการเปลี่ยนผ่านผู้จัดการทีมอีกครั้งหนึ่งของสโมสรหลังจากผ่านฤดูกาลที่เก็บแต้มได้มากที่สุดฤดูกาลหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสรมาแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO