เคนโต สิบสองแชมป์ลีกกับการอยู่รอดข้ามสามยุคของทีม

ฟรันซิสโก เคนโต ในสีเสื้อเรอัล มาดริด

เคนโต แชมป์ลีก 12 สมัยคือสถิติที่ไม่มีนักเตะคนไหนในประวัติศาสตร์ลาลีกาทำได้เท่า เจ้าของสถิตินี้คือฟรานซิสโก เคนโต ปีกซ้ายชาวสเปนที่อยู่กับเรอัลมาดริดตั้งแต่ปี 1953 ถึง 1971 นานถึง 18 ฤดูกาล ตัวเลขสิบสองแชมป์ไม่ได้ไล่เรียงติดกันทุกปี แต่กระจายอยู่คนละช่วงของทีมที่หมุนเวียนผู้เล่นเปลี่ยนไปเกือบหมดสองรอบ นั่นคือสิ่งที่ทำให้สถิตินี้มีน้ำหนักมากกว่าตัวเลขเฉย ๆ เพราะมันหมายถึงการรักษาตำแหน่งตัวจริงข้ามสามยุคของสโมสรเดียวกัน

สถิติสิบสองแชมป์ของเขากระจายอยู่ในช่วงปีไหน

เคนโตคว้าแชมป์ลาลีกากับเรอัลมาดริดในฤดูกาล 1953-54, 1954-55, 1956-57, 1957-58, 1960-61, 1961-62, 1962-63, 1963-64, 1964-65, 1966-67, 1967-68 และ 1968-69 รวมสิบสองสมัย หากดูรายชื่อฤดูกาลจะเห็นว่ามีช่วงที่ทีมพลาดแชมป์แทรกอยู่เป็นระยะ เช่นฤดูกาล 1955-56, 1958-59, 1959-60 และ 1965-66 ซึ่งเรอัลมาดริดไม่ได้แชมป์ลีกในปีเหล่านั้น แปลว่าเส้นทางของเคนโตไม่ใช่การไล่เก็บแชมป์รวดเดียวจนจบ แต่เป็นการกลับมายืนบนจุดสูงสุดซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดสิบแปดปีที่อยู่กับสโมสร เริ่มจากแชมป์แรกตอนอายุยี่สิบต้น ๆ ไปจนถึงแชมป์สุดท้ายในฤดูกาล 1968-69 ก่อนที่เขาจะแขวนสตั๊ดในปี 1971

เขาอยู่รอดจากการเปลี่ยนรุ่นของทีมได้อย่างไร

สิ่งที่ทำให้สถิติของเคนโตต่างจากนักเตะที่คว้าแชมป์เยอะเพราะอยู่ทีมเก่งช่วงสั้น ๆ คือระยะเวลาสิบแปดฤดูกาลของเขาครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านผู้เล่นในทีมเกือบสองรอบ ผู้เล่นที่เคนโตเคยยืนแนวรุกด้วยกันในทศวรรษ 1950 ทยอยแขวนสตั๊ดหรือย้ายทีมไปเกือบหมดภายในสิบปี ทีมชุดที่คว้าแชมป์ตอนกลางทศวรรษ 1960 จึงมีหน้าตาต่างไปจากชุดแรกอย่างสิ้นเชิง แต่เคนโตยังคงเป็นตัวจริงฝั่งซ้ายอยู่เช่นเดิม การที่โค้ชแต่ละสมัยยังเลือกเขาต่อแม้ทีมรอบตัวเปลี่ยนไปเกือบทั้งหมด สะท้อนว่าเขาไม่ได้พึ่งเพียงชื่อเสียงเก่า แต่ยังทำหน้าที่ในระบบใหม่ได้จริงทุกครั้งที่มีการปรับทีม นี่คือความต่างระหว่างการเป็นแชมป์เพราะอยู่ถูกที่ถูกเวลาเพียงครั้งเดียว กับการเป็นแชมป์ซ้ำเพราะยังจำเป็นต่อทีมในทุกยุค หลักฐานอีกชิ้นที่ยืนยันความต่อเนื่องนี้คือการที่เขาลงเล่นนัดชิงชนะเลิศยูโรเปียนคัพถึงแปดครั้งตลอดอาชีพ ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่แค่ลีกในประเทศเท่านั้นที่เขายืนระยะได้ยาว แต่ในเวทีที่ใหญ่กว่าและมีการแข่งขันเข้มข้นกว่าเขาก็ยังคงถูกเลือกให้ลงสนามซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จุดเด่นเรื่องความเร็วของเขาถูกใช้ในระบบไหน

สนามหญ้าและอัฒจันทร์สีน้ำเงินภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบว
สนามหญ้าและอัฒจันทร์ภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบว สนามที่นักเตะปีกอย่างเคนโตเคยวิ่งเลียบเส้นข้างสนาม

เคนโตได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปีกที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล จุดแข็งของเขาคือการวิ่งเลียบเส้นข้างสนามด้วยความเร็วสูงแล้วเปิดบอลเข้ากรอบด้วยความแม่นยำ บทบาทแบบนี้ทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่เข้ากับระบบเกมรุกได้หลายแบบ ไม่ว่าทีมจะเน้นเกมบุกเร็วผ่านกลางสนามแล้วส่งบอลยาวมาเปิดให้เขาวิ่งชน หรือระบบที่ให้เขายืนกว้างริมเส้นเพื่อดึงแนวรับคู่แข่งออกไปแล้วเปิดพื้นที่ให้กองหน้าตัวกลาง ความสามารถนี้ทำให้เคนโตเป็นผู้จ่ายบอลสำคัญให้กับกองหน้าหลายรุ่นของเรอัลมาดริด นับตั้งแต่ยุคที่มีอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโนเป็นแกนกลางแนวรุกในทศวรรษ 1950 มาจนถึงกองหน้ารุ่นใหม่ในทศวรรษ 1960 ความเร็วของเขาจึงไม่ใช่จุดเด่นเฉพาะตัวที่ใช้ได้แค่ระบบเดียว แต่เป็นเครื่องมือที่โค้ชแต่ละสมัยนำไปปรับใช้ตามแผนของตัวเอง

สถิตินี้ยังไม่ถูกทำลายเพราะอะไร

การจะแซงสถิติสิบสองแชมป์ลีกของเคนโตต้องอาศัยสองเงื่อนไขพร้อมกัน คือการอยู่กับสโมสรเดียวเป็นเวลานานมากและสโมสรนั้นต้องคว้าแชมป์บ่อยครั้งในช่วงที่นักเตะคนนั้นยังเป็นตัวหลัก ในวงการฟุตบอลยุคหลัง นักเตะมักย้ายทีมบ่อยขึ้นตามตลาดซื้อขายที่คล่องตัวกว่าเดิม ขณะที่สโมสรใหญ่ก็หมุนเวียนตัวจริงเร็วขึ้นตามการแข่งขันในหลายรายการพร้อมกัน การอยู่ยาวถึงสิบแปดฤดูกาลในสโมสรเดียวโดยยังเป็นตัวจริงเกือบตลอดจึงเกิดขึ้นได้ยากกว่าเดิมมาก แม้จะมีนักเตะระดับตำนานของเรอัลมาดริดในยุคหลังที่คว้าแชมป์ลีกไปหลายสมัย แต่การไล่ตามให้ถึงสิบสองสมัยยังต้องใช้เวลาอีกหลายฤดูกาลติดต่อกัน สถิตินี้จึงยังคงยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบันโดยไม่มีใครในประวัติศาสตร์ลาลีกาไล่ตามทัน

นอกจากตัวเลข เขาทิ้งอะไรไว้ให้ตำแหน่งปีกของสเปน

อัฒจันทร์สนามซานติอาโก เบร์นาเบวสลักข้อความ REAL MADRID C.F.
อัฒจันทร์สนามซานติอาโก เบร์นาเบว สนามเหย้าที่ผูกกับชื่อเรอัลมาดริดมาแทบทุกยุค

นอกเหนือจากแชมป์ลีกสิบสองสมัย เคนโตยังคว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพร่วมกับเรอัลมาดริดถึงหกสมัยระหว่างปี 1956 ถึง 1966 และลงเล่นนัดชิงชนะเลิศรายการนี้แปดครั้ง ซึ่งเป็นสถิติร่วมกับเปาโล มัลดินีแห่งเอซี มิลาน สถิติแชมป์ยูโรเปียนคัพหกสมัยของเขาถูกนักเตะรุ่นหลังของเรอัลมาดริดอย่างนาโช, ลูก้า มอดริช และดานี่ การ์บาฆัลไล่ตามมาเสมอกันได้ในภายหลัง แต่สถิติแชมป์ลีกสิบสองสมัยของเคนโตยังคงไม่มีใครไล่ทันแม้แต่คนเดียว ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เขากลายเป็นจุดอ้างอิงของตำแหน่งปีกซ้ายในวงการฟุตบอลสเปนมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเขาไม่ได้เป็นเพียงนักเตะที่เร็วที่สุดคนหนึ่งในยุคของตัวเอง แต่ยังเป็นแบบอย่างของนักเตะที่รักษามาตรฐานได้ยาวนานพอจะข้ามผ่านการเปลี่ยนแปลงของทีมได้หลายครั้ง เมื่อวงการฟุตบอลพูดถึงปีกที่อยู่กับสโมสรเดียวนานและยังประสบความสำเร็จต่อเนื่อง ชื่อของเคนโตมักถูกยกมาเป็นตัวอย่างแรก ๆ เสมอ ไม่ใช่เพราะเพียงจำนวนถ้วยที่เก็บได้ แต่เพราะเขาพิสูจน์ว่าความเร็วและฝีเท้าที่ดีเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมาพร้อมความสามารถในการปรับตัวเข้ากับทีมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO