อินเตอร์สามแชมป์ ในฤดูกาล 2009–10 เกิดจากการเปลี่ยนแกนเกมรุกพร้อมรักษาฐานทีมเดิม โชเซ มูรินโญได้ดิเอโก มิลิโต ซามูเอล เอโต เวสลีย์ สไนเดอร์ ติอาโก ม็อตตา และลูซิโอเข้ามา ทีมลงแข่ง 57 นัดทุกรายการ ก่อนชนะโคปปา อิตาเลีย เซเรีย อา และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกภายใน 17 วันของเดือนพฤษภาคม 2010
สามถ้วยไม่ได้ใช้รายชื่อเดียวแบบตายตัว แต่มูรินโญรักษาหน้าที่หลักไว้ มิลิโตเป็นจุดจบการบุก สไนเดอร์เชื่อมบอลด้านหลังเขา เอโตกับโกรัน ปานเดฟทำงานจากด้านข้าง ส่วนฮาเวียร์ ซาเน็ตติกับเอสเตบัน กัมบิอัสโซช่วยคุมแดนกลางเมื่อทีมใช้ 4–2–3–1
อินเตอร์สามแชมป์ การเปลี่ยนแกนเกมรุกปี2009
ห้าผู้เล่นใหม่เข้าไปในทุกชั้นของทีม
ม็อตตากับมิลิโตย้ายมาจากเจนัว เอโตเข้ามาในข้อตกลงที่ซลาตัน อิบราฮิโมวิชย้ายไปบาร์เซโลนา ลูซิโอเสริมแนวรับ และสไนเดอร์มาถึงก่อนดาร์บีมิลานปลายเดือนสิงหาคม ผู้เล่นใหม่จึงไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะแนวหน้า แต่เพิ่มทั้งเซ็นเตอร์แบ็ก กองกลาง ผู้สร้างเกม และผู้จบสกอร์
ดาร์บีนัดนั้นอินเตอร์ชนะ 4–0 ม็อตตา มิลิโต ไมคอน และเดยัน สแตนโควิชทำประตูคนละลูก ผลแสดงว่าการเข้ามาของกองหน้าคนใหม่ไม่ได้ทำให้ประตูมาจากเขาคนเดียว กองกลางและฟูลแบ็กยังขึ้นไปจบจังหวะได้
ตลอดฤดูกาล มิลิโตลง 52 นัดและทำ 30 ประตู เอโตลง 48 นัดทำ 16 สไนเดอร์ลง 41 นัดทำ 8 ส่วนม็อตตาลง 40 นัดทำ 4 ซาเน็ตติลงมากที่สุด 55 จาก 57 นัด ตัวเลขการใช้งานทำให้เห็นทั้งแกนใหม่และผู้เล่นเดิมที่รับภาระต่อเนื่อง

เอโตกับสไนเดอร์ทำหน้าที่ต่างกัน
ผู้สร้างเกมตรงกลางกับกองหน้าที่ออกด้านข้าง
รายงานเทคนิคแชมเปียนส์ลีกระบุสไนเดอร์เป็นพลังสร้างสรรค์และผู้จัดจังหวะหลักของอินเตอร์ ขณะที่เอโตกับปานเดฟทำงานบนริมเส้นเพื่อทีม และมิลิโตอยู่ปลายสุดของการบุก ผังดังกล่าวทำให้อินเตอร์มีผู้จบตรงกลางโดยยังมีผู้เล่นช่วยปิดพื้นที่ด้านข้าง
สไนเดอร์แสดงหน้าที่ผ่านเหตุการณ์สำคัญ เขายิงซีเอสเคเอ มอสโกและบาร์เซโลนา จ่ายให้เอโตในเกมเยือนเชลซี และจ่ายให้มิลิโตในนัดชิงกับบาเยิร์น การส่งของเขาจึงเชื่อมทั้งผู้เล่นด้านข้างกับกองหน้าตัวกลางตามสถานการณ์
เอโตยังเปลี่ยนบทบาทระหว่างจังหวะ เขาสามารถเริ่มกว้าง ช่วยทีมกลับเป็นแนวรับ และขึ้นหน้าเมื่อแย่งบอลได้ ประตูที่สองในนัดชิงยุโรปเริ่มจากสไนเดอร์แย่งบอลกลางสนามก่อนส่งให้เอโต เอโตเล่นต่อถึงมิลิโตซึ่งพาบอลผ่านดาเนียล ฟาน บุยเต็นแล้วยิง
มิลิโตเป็นคนจบเหตุการณ์สำคัญหลายรายการ เขายิงประตูเดียวในนัดชิงโคปปา อิตาเลีย ยิงประตูแชมป์ลีกที่เซียนา และทำสองประตูในนัดชิงแชมเปียนส์ลีก บทบาทของเขาจึงคงเดิมแม้ผู้เล่นรอบตัวและรูปร่างทีมเปลี่ยนตามคู่แข่ง

จัดทีมระหว่างนัดชิงสองถ้วย
สิบเอ็ดวันจากโรมถึงเซียนา
วันที่ 5 พฤษภาคม อินเตอร์พบโรมาในนัดชิงโคปปา อิตาเลีย มูรินโญใช้ฮูลิโอ เซซาร์ ไมคอน กอร์โดบา มาเตรัซซี คิวู กัมบิอัสโซ ซาเน็ตติ ม็อตตา สไนเดอร์ เอโต และมิลิโต ม็อตตาจ่ายด้วยด้านนอกเท้าให้มิลิโตยิงประตูชัยนาที 40
หลังคว้าถ้วยแรก อินเตอร์ชนะคิเอโว 4–3 ในลีกวันที่ 9 พฤษภาคม แล้วเดินทางไปเซียนาสำหรับนัดสุดท้ายวันที่ 16 พฤษภาคม เกมนี้ใช้วอลเตอร์ ซามูเอลแทนกอร์โดบา และมาริโอ บาโลเตลลีเข้ามาในแนวรุก แสดงการเปลี่ยนสองตำแหน่งโดยยังคงแกนของระบบไว้
เมื่อเกมเซียนายัง 0–0 มูรินโญส่งปานเดฟแทนม็อตตานาที 53 หลังประตูของมิลิโต เขาส่งสแตนโควิชแทนบาโลเตลลีนาที 59 และคิวูแทนสไนเดอร์นาที 73 การเปลี่ยนตัวจึงตอบทั้งความต้องการประตูและการรักษาผลก่อนนัดชิงยุโรปหกวัน
ประตูที่เซียนาทำให้แชมป์ลีกแน่นอน
ซาเน็ตติพาบอลและมิลิโตจบในนาที57
ก่อนเริ่มนัดสุดท้าย อินเตอร์มี 79 คะแนน โรมา 77 หากคะแนนเท่ากัน โรมาได้เปรียบผลการพบกันเอง ครึ่งแรกโรม่านำคิเอโว 2–0 ขณะที่อินเตอร์เสมอ 0–0 โรม่าจึงอยู่ในตำแหน่งแชมป์ชั่วคราวระหว่างเกม
นาที 57 ซาเน็ตติพาบอลผ่านแดนกลาง ดึงแนวรับเข้าหาก่อนส่งมิลิโตเข้าสู่พื้นที่ กองหน้าอาร์เจนตินายิงผ่านจานลูกา คูร์ชีเป็น 1–0 อินเตอร์รักษาสกอร์ไว้ ขณะที่โรมาชนะคิเอโว 2–0 ตารางสุดท้ายจึงเป็นอินเตอร์ 82 และโรมา 80 คะแนน
วันที่ 22 พฤษภาคม อินเตอร์ใช้ 4–2–3–1 ในนัดชิงแชมเปียนส์ลีก ซาเน็ตติกับกัมบิอัสโซยืนกลาง เอโต สไนเดอร์ และปานเดฟอยู่หลังมิลิโต มิลิโตยิงนาที 35 จากการเล่นต่อของสไนเดอร์ และยิงอีกครั้งนาที 70 อินเตอร์ชนะบาเยิร์น 2–0
อินเตอร์สามแชมป์ จึงเชื่อมกันด้วยผู้เล่นที่ทำหน้าที่ต่อเนื่อง มิลิโตจบสกอร์ สไนเดอร์สร้างทาง เอโตปรับงานริมเส้น ซาเน็ตติคุมหลายพื้นที่ และมูรินโญเปลี่ยนรายชื่อรอบแกนเหล่านี้ ประตูที่เซียนาทำให้ถ้วยที่สองแน่นอน ก่อนโครงสร้างเดียวกันปิดถ้วยที่สามในมาดริด

