อินเตอร์ 1989 จบเซเรีย อาด้วย 58 คะแนนจาก 34 นัด ภายใต้ระบบที่ให้สองคะแนนต่อชัยชนะ ทีมของโจวานนี ตราปัตโตนีชนะ 26 เสมอ 6 และแพ้เพียง 2 ครั้ง ตัวเลขจึงประกอบกันตรงไปตรงมาเป็น 52 คะแนนจากชัยชนะกับอีก 6 คะแนนจากผลเสมอ อินเตอร์ยิง 67 ประตูและเสีย 19 ประตู ก่อนทิ้งนาโปลีอันดับสอง 11 คะแนนเมื่อฤดูกาลสิ้นสุด
ตราปัตโตนีผสานผู้เล่นแกนเดิมอย่างวอลเตอร์ เซงกา ริคคาร์โด เฟร์รี และกัปตันจูเซปเป แบร์โกมี เข้ากับผู้เล่นใหม่อย่างนิโคลา แบร์ตี อันเดรียส เบรเม และโลธาร์ มัทเธอุส บทบาทของสามคนหลังช่วยเชื่อมแนวรับกับเกมรุก ขณะที่อัลโด เซเรนาเป็นจุดจบสกอร์หลักด้วย 22 ประตู
อินเตอร์ 1989 ระบบสองแต้มทำให้ 58 คะแนนมีความหมายอย่างไร
26 ชัยชนะสร้างฐานคะแนนหลัก
เมื่อหนึ่งชัยชนะมีค่าเพียงสองคะแนน อินเตอร์ได้คะแนนเกือบทั้งหมดจากการชนะ 26 นัด มากกว่าการสะสมผลเสมอ ทีมชนะในบ้าน 15 จาก 17 นัด เสมออีก 2 และไม่แพ้ที่ซานซีโรในลีกเลย ผลงานนอกบ้านยังแข็งแรงด้วยชัยชนะ 11 เสมอ 4 แพ้ 2 ทำให้ไม่มีช่วงใดที่คะแนนจากเกมเยือนหายไปมากพอจะเปิดทางให้คู่แข่งไล่ทัน
การเริ่มฤดูกาลแสดงรูปแบบดังกล่าวทันที อินเตอร์ชนะอัสโคลี 3–1 และปิซา 4–1 ก่อนเสมอเวโรนา 0–0 จากนั้นชนะโรมา 2–0 และซามพ์โดเรีย 1–0 หลังห้านัดทีมจึงมี 9 คะแนนจากชัยชนะสี่ครั้งและเสมอหนึ่งครั้ง โดยยิง 10 ประตูและเสียเพียง 2 ประตู
เกมดาร์บีวันที่ 11 ธันวาคมเป็นอีกผลสำคัญ เซเรนายิงประตูเดียวให้อินเตอร์ชนะมิลาน 1–0 และขึ้นมี 17 คะแนนหลังเก้านัด ชัยชนะนั้นอยู่ในช่วงที่อินเตอร์รักษาตำแหน่งนำ พร้อมผลต่างจากการยิงได้สม่ำเสมอและไม่เสียประตูมาก

มัทเธอุส เบรเม และแบร์โกมีเชื่อมรับสู่รุกอย่างไร
บทบาทจากสนามจริงและจังหวะกลับมาเป็นฝ่ายนำ
คำอธิบายฤดูกาลของสโมสรระบุว่าเบรเมขึ้นเกมทางซ้าย ส่งบอลครอสและยิงเอง มัทเธอุสควบคุมการต่อสู้ในแดนกลาง ส่วนแบร์โกมีเป็นหลักในเกมรับและมีส่วนกับเกมรุก บทบาทเหล่านี้ทำให้อินเตอร์พาบอลจากพื้นที่ด้านหลังไปถึงผู้ทำประตูได้ผ่านทั้งริมเส้น แดนกลาง และการเติมของกัปตันทีม
การกระจายผู้ยิงเห็นได้ตั้งแต่นัดชนะปิซา 4–1 วันที่ 16 ตุลาคม เบรเมตีเสมอในนาที 52 ดิอาซยิงนาที 75 เซเรนานาที 84 และมัทเธอุสนาที 88 ผู้เล่นสี่คนรับผิดชอบคนละประตู หลังจากคู่แข่งเป็นฝ่ายนำในครึ่งแรก
เกมยูฟ่าคัพเยือนบาเยิร์นวันที่ 23 พฤศจิกายน 1988 มีลำดับจากรับสู่รุกที่บันทึกครบ นาที 59 เบรเมแย่งบอลกลับมาแล้วจ่ายยาวให้เซเรนา กองหน้ารับบอล พาเข้าเขตโทษ และผ่านผู้รักษาประตูไรมอนด์ เอามันน์เพื่อยิงให้อินเตอร์นำ 1–0 ต่อมานาที 71 แบร์ตีชิงบอลในแดนตนเอง วิ่งผ่านแนวรับและยิงประตูที่สอง อินเตอร์ชนะ 2–0
ผลงานเกมรับเชื่อมกับการเก็บชัยอย่างไร
19 ประตูเสียและผลชนะด้วยระยะหนึ่งประตู
อินเตอร์เสีย 19 ประตูจาก 34 นัด และเก็บผลโดยไม่เสียประตูหลายครั้ง ตัวอย่างในช่วงแรกคือเสมอเวโรนา 0–0 ชนะโรมา 2–0 ชนะซามพ์โดเรีย 1–0 และชนะเชเซนา 1–0 ผลเหล่านี้ให้เจ็ดคะแนนจากสี่นัดโดยทีมเสียศูนย์ประตู
ชัยชนะ 1–0 เหนือมิลานก็แสดงคุณค่าของการรักษาสกอร์ เซเรนายิงในนาที 26 แล้วผลไม่เปลี่ยนจนจบ อินเตอร์จึงได้สองคะแนนเต็มจากประตูเดียว ในระบบสองแต้ม ความแตกต่างระหว่างชนะกับเสมอมีหนึ่งคะแนน การปิดเกมที่นำอยู่จึงเพิ่มคะแนนโดยตรงเมื่อเทียบกับการเสียประตูตีเสมอ
ปลายเดือนธันวาคม เกมเยือนเลชเชแสดงการเดินหน้าจากความแน่นอนด้านหลัง อินเตอร์ไม่เสียประตูและยังเสมอ 0–0 จนถึงนาที 70 จากนั้นดิอาซยิงเปิด เบรเมเติมประตูที่สองนาที 78 และแบร์ตีปิดสกอร์นาที 82 ผล 3–0 เกิดจากสามประตูใน 12 นาที โดยมีทั้งกองหน้า วิงด้านซ้าย และกองกลางร่วมทำสกอร์

ชัยชนะเหนือนาโปลีปิดการแข่งขันอย่างไร
จากตาม 0–1 สู่แชมป์ก่อนจบสี่นัด
วันที่ 28 พฤษภาคม อินเตอร์ลงเล่นนัดที่ 30 ด้วย 50 คะแนน นำหน้า นาโปลีเจ็ดคะแนน คาเรกายิงให้นาโปลีนำในนาที 36 ช่วงพักครึ่งตราปัตโตนีส่งอเลสซานโดร เบียงคีแทนบาเรซีเพื่อเปลี่ยนเกม
นาที 49 ลูกยิงของแบร์ตีแฉลบมัสซิโม ฟูซีเข้าประตูตัวเอง ทำให้สกอร์เป็น 1–1 จากนั้นมัทเธอุสยิงฟรีคิกในนาที 83 ให้อินเตอร์ชนะ 2–1 ผลดังกล่าวขยับอินเตอร์เป็น 52 คะแนน ส่วนนาโปลีหยุดที่ 43 และอินเตอร์คว้าแชมป์สมัยที่ 13 ขณะเหลือการแข่งขันสี่นัด
หลังได้แชมป์ อินเตอร์ยังชนะลาซิโอ 3–1 ชนะอตาลันตา 4–2 แพ้โตริโน 0–2 และปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะเหนือฟิออเรนตินา 2–0 ประตูจากดิอาซและเบียงคีนัดสุดท้ายพาทีมไปถึง 58 คะแนนตามสถิติสุดท้าย
อินเตอร์ 1989 จึงมีเส้นทางจากรับสู่รุกที่เห็นได้ในเหตุการณ์จริง เบรเมเติมทางซ้าย มัทเธอุสคุมแดนกลางและยิงประตูตัดสินแชมป์ ส่วนแบร์โกมีคุมแนวรับพร้อมยิงนำการกลับมาที่ลาซิโอ เซเรนาและดิอาซรับช่วงจบสกอร์ นัดชนะนาโปลีรับรองแชมป์ แต่บทบาทที่เชื่อมกันนี้ปรากฏตั้งแต่เกมพลิกชนะปิซา ไปจนถึงชัยชนะช่วงท้ายฤดูกาล

