เบติสเปเยกรินี เป็นเรื่องของการยกระดับเป้าหมายทีละฤดูกาล สโมสรประกาศแต่งตั้งมานูเอล เปเยกรินีวันที่ 9 กรกฎาคม 2020 ขณะที่ลาลีกา 2019/20 ยังแข่งขันไม่จบ และเบติสจบฤดูกาลนั้นอันดับ 15 เขาเริ่มคุมทีมในฤดูกาลถัดมา พาเบติสจบอันดับหก ได้กลับไปเล่นฟุตบอลยุโรป และรักษาพื้นที่บนครึ่งบนของตารางต่อเนื่อง จนสิ้นฤดูกาล 2025/26 สโมสรกลับสู่ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี
ปลายทางดังกล่าวเกิดระหว่างการเปลี่ยนสนามเหย้าชั่วคราวจากเบนิโต บียามารินไปเอสตาดิโอ ลาการ์ตูฆาเพื่อปรับปรุงสนามเดิม ทีมจบอันดับห้าด้วย 60 คะแนนและรับโควตาเพิ่มที่สเปนได้จากผลงานสโมสรในยุโรป การแยกสามเรื่องออกจากกันจึงสำคัญ ได้แก่ อันดับห้าเป็นผลงานของเบติส โควตาพิเศษมาจากอันดับประเทศ และลาการ์ตูฆาเป็นบริบทของฤดูกาล ไม่ใช่สาเหตุเดียวของผลการแข่งขัน
เบติสเปเยกรินี เริ่มจากการยกระดับเกมลีก
ครองบอลด้วยตัวสร้างสรรค์
สโมสรแต่งตั้งเปเยกรินีด้วยโครงการสามปีและเป้าหมายยกระดับทีม ประวัติการทำงานของเขามีทั้งรองแชมป์ลาลีกากับบียาร์เรอัล แชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ซิตี และประสบการณ์พามาลากาเข้ารอบแปดทีมแชมเปียนส์ลีก ผลงานปีแรกกับเบติสคืออันดับหกและสิทธิ์ยูโรปาลีก จึงสร้างมาตรฐานใหม่จากฤดูกาลก่อนหน้าที่ทีมอยู่ใกล้โซนครึ่งล่าง
สโมสรอธิบายทีมของเขาว่าเล่นเกมรุก มีเอกลักษณ์ชัด และเปิดพื้นที่ให้นักเตะจากระบบเยาวชน อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องวัดจากผลลัพธ์ได้ชัดกว่าเพียงคำบรรยาย เบติสผ่านไปเล่นถ้วยยุโรปสามฤดูกาลติดเมื่อเปเยกรินีต่อสัญญาในปี 2023 ต่อมาเพิ่มเป็นห้าฤดูกาลติด และยังคว้าโกปาเดลเรย์ปี 2022 ระหว่างเส้นทางนั้น
การมีตัวสร้างสรรค์หลายคนทำให้ทีมไม่ผูกการเดินเกมไว้กับชื่อเดียว อิสโกย้ายมาในฤดูร้อน 2023 และภายในสองฤดูกาลทำ 21 ประตูกับ 18 แอสซิสต์จาก 69 นัดทางการ เขายังขึ้นเป็นกัปตันคนแรกของทีม ตัวเลขรวมประตูกับแอสซิสต์แสดงว่าเขาเชื่อมการครองบอลกับจังหวะสุดท้าย ไม่ได้เพียงรับบอลอยู่ห่างจากเขตโทษ

ผลในตารางช่วยติดตามความต่อเนื่องโดยไม่ต้องคาดเดาจากตำแหน่งของผู้เล่น เบติสจบอันดับหกในปี 2020/21 ขยับเป็นอันดับห้าและคว้าโกปาเดลเรย์ในปี 2021/22 แล้วจบอันดับหกด้วย 60 คะแนนในปี 2022/23 เมื่อสโมสรต่อสัญญาโค้ชในปี 2023 ทีมจึงทำสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติสโมสร คือได้สิทธิ์ถ้วยยุโรปสามฤดูกาลติดต่อกัน
เปลี่ยนคนแต่รักษาความต่อเนื่อง
รุ่นเก่าส่งต่อรุ่นใหม่
ปาโบล ฟอร์นัลส์เป็นตัวอย่างของการเสริมคนที่เข้าใจทั้งงานกลางและเกมริมเส้น เขาย้ายจากเวสต์แฮมในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ด้วยสัญญาถึงปี 2029 ก่อนย้าย เขาผ่านฟุตบอลระดับสูง 362 นัด ทำ 39 ประตูกับ 41 แอสซิสต์ และเคยร่วมทีมที่คว้า Conference League ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เขารับบทได้หลายแบบโดยไม่ต้องเริ่มเรียนรู้การแข่งขันยุโรปจากศูนย์
ตลาดฤดูหนาวปี 2025 เพิ่มอันโตนีและกูโช เอร์นันเดซ อันโตนีมาแบบยืมตัวจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่วนกูโชเข้ามาเป็นทางเลือกกองหน้า สโมสรระบุหลังจบช่วงยืมว่าอันโตนีทำ 9 ประตูกับ 6 แอสซิสต์ใน 26 นัด และมีส่วนกับการได้สิทธิ์ยุโรปรวมถึงการเข้าชิง Conference League ครั้งแรกของสโมสร จากนั้นเบติสซื้อเขาถาวรด้วยสัญญาถึงปี 2030
ตัวเลขของอิสโก ฟอร์นัลส์ และอันโตนีไม่ได้เกิดในช่วงเวลาเดียวกันทั้งหมด แต่แสดงวิธีต่อแกนทีม เมื่อผู้เล่นรุ่นหนึ่งลดบทบาท สโมสรเติมคนที่ผ่านเกมระดับสูงและสามารถเล่นมากกว่าหนึ่งช่อง เปเยกรินีจึงยังจัดผู้เล่นสร้างสรรค์รอบกองหน้าได้ แม้รายชื่อจริงต่างจากทีมที่เริ่มโครงการในปี 2020 มากแล้ว

ฤดูกาล 2024/25 เบติสจบลีกอันดับหกด้วย 60 คะแนนและได้สิทธิ์ยุโรปเป็นปีที่ห้าติดต่อกัน ทีมยังไปถึงรอบชิง Conference League เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ก่อนแพ้เชลซีที่วรอตสวัฟ ผลงานสองรายการจึงยืนยันว่าความต่อเนื่องเกิดทั้งในตารางลีกและเส้นทางบอลถ้วย
ฤดูกาลที่ย้ายบ้านและไปไกลกว่าเดิม
อันดับห้าปี 2025/26
การย้ายไปลาการ์ตูฆาเกิดเพราะงานปรับปรุงเบนิโต บียามารินเริ่มจริง สโมสรเริ่มรื้ออัฒจันทร์ Preferencia วันที่ 9 กันยายน 2025 สนามใหม่ชั่วคราวมีความจุมากขึ้นและจำนวนสมาชิกแบบฤดูกาลเพิ่มเป็น 57,000 คน เบติสจึงต้องปรับกิจวัตรวันแข่ง แต่ยังรักษาฐานผู้ชมและทำให้บ้านชั่วคราวเป็นส่วนหนึ่งของฤดูกาลได้
เกมชี้ขาดกับเอลเชแสดงว่าผู้เล่นใหม่แต่ละช่วงมาบรรจบกันอย่างไร กูโชยิงให้เบติสนำตั้งแต่นาทีเก้า เอลเชตีเสมอนาที 41 และเหลือสิบคนเมื่อเปตร็อตถูกใบแดงนาที 50 เปเยกรินีส่งอิสโกลงแทนโจวานี โล เซลโซนาที 61 ก่อนฟอร์นัลส์ยิงประตู 2–1 ในนาที 68 ชัยชนะประกอบกับความพ่ายแพ้ของเซลตายืนยันอันดับห้าเมื่อเหลือสามนัด
อันดับห้าด้วย 60 คะแนนให้สิทธิ์แชมเปียนส์ลีกผ่านโควตาพิเศษของสเปน เบติสจึงกลับรายการสูงสุดของยุโรปหลังครั้งก่อนในปี 2005/06 ความสำเร็จนี้ต่อจากห้าฤดูกาลที่ได้สิทธิ์ยุโรปและการเข้าชิง Conference League ปี 2025 แม้แพ้เชลซีในรอบชิง แต่ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้การเล่นข้ามประเทศกลายเป็นงานประจำของทีม
เส้นทางเบติสเปเยกรินีจึงประกอบด้วยมาตรฐานลีก การเปลี่ยนผู้เล่น และการรับมือบริบทใหม่ ปีแรกสร้างสิทธิ์ยูโรปาลีก โกปาเดลเรย์ยืนยันว่าทีมคว้าถ้วยได้ ผู้เล่นอย่างอิสโก ฟอร์นัลส์ อันโตนีและกูโชช่วยต่อเกมสร้างสรรค์ข้ามรุ่น และชัยชนะเหนือเอลเชปิดงานในฤดูกาลที่ย้ายสนาม อันดับห้ากับ 60 คะแนนไม่ใช่การกระโดดเพียงครั้งเดียว แต่เป็นผลสะสมของทีมที่อยู่ในพื้นที่ยุโรปจนเป้าหมายขยับขึ้นถึงแชมเปียนส์ลีก

