จิมมี ฮิลล์ 1961 คือชื่อและปีที่แฟนฟุตบอลอังกฤษควรรู้จัก เพราะปีนั้นคือจุดที่เพดานค่าจ้างสูงสุดของนักฟุตบอลอาชีพในอังกฤษถูกยกเลิกไปตลอดกาล และจิมมี ฮิลล์ คือผู้นำคนสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ก่อนหน้านั้นไม่ว่านักเตะจะเก่งแค่ไหน ค่าจ้างสูงสุดที่ได้รับต่อสัปดาห์ก็ถูกกำหนดไว้ตายตัว การยกเลิกกฎนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของค่าเหนื่อยนักเตะยุคใหม่อย่างแท้จริง
เพดานค่าจ้างคืออะไร
ก่อนปี 1961 ฟุตบอลลีกอังกฤษกำหนดเพดานค่าจ้างสูงสุดของนักเตะอาชีพไว้ที่ 20 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ไม่ว่านักเตะคนนั้นจะมีฝีเท้าดีเพียงใด หรือเป็นดาวเด่นที่ดึงดูดแฟนบอลเข้าสนามได้มากแค่ไหน ก็ไม่สามารถได้รับค่าจ้างเกินตัวเลขนี้ ระบบนี้ทำให้รายได้ของนักฟุตบอลอาชีพในอังกฤษต่ำกว่าที่หลายคนคาดคิด เมื่อเทียบกับความนิยมของกีฬาชนิดนี้ในหมู่ประชาชนทั่วประเทศ

ระบบเพดานค่าจ้างแบบนี้ใช้มานานหลายทศวรรษ และกลายเป็นประเด็นที่นักเตะอาชีพจำนวนมากรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม เพราะสโมสรสามารถทำรายได้จากค่าตั๋วเข้าชมและผู้สนับสนุนได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ผู้เล่นซึ่งเป็นตัวดึงดูดหลักของเกมกลับถูกจำกัดรายได้ไว้ในระดับที่ไม่สอดคล้องกับมูลค่าที่ตัวเองสร้างให้กับสโมสรและลีก
สิ่งที่ทำให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมนี้ชัดเจนยิ่งขึ้นคือความแตกต่างระหว่างชื่อเสียงระดับประเทศของนักเตะดาวเด่นกับรายได้ที่แท้จริงของพวกเขา นักเตะทีมชาติที่ผู้คนทั่วประเทศรู้จักหน้าตาและติดตามผลงานทุกสัปดาห์ ก็ยังคงได้รับค่าจ้างเท่ากับเพื่อนร่วมทีมที่ฝีเท้าธรรมดา เพราะกฎเพดานค่าจ้างไม่ได้แยกแยะระดับฝีมือหรือความสำคัญของแต่ละคนต่อทีมเลย
ใครเป็นคนผลักดันให้เปลี่ยน
จิมมี ฮิลล์ เข้ารับตำแหน่งประธานสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ หรือพีเอฟเอ ตั้งแต่ปี 1957 และใช้ตำแหน่งนี้เป็นฐานในการรณรงค์ต่อสู้เพื่อยกเลิกเพดานค่าจ้างอย่างจริงจัง เขากลายเป็นหน้าตาหลักของขบวนการเรียกร้องสิทธิ์ของนักฟุตบอลอาชีพในอังกฤษช่วงปลายทศวรรษ 1950 ต่อเนื่องมาจนถึงต้นทศวรรษ 1960 โดยยืนยันว่านักเตะควรมีสิทธิ์เจรจาค่าจ้างตามความสามารถและมูลค่าที่แท้จริงของตัวเอง ไม่ใช่ถูกบังคับด้วยตัวเลขตายตัวที่ลีกกำหนดไว้ล่วงหน้า
แรงผลักดันจากพีเอฟเอภายใต้การนำของฮิลล์ค่อย ๆ สร้างแรงกดดันต่อฝ่ายบริหารลีกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎครั้งประวัติศาสตร์ในเดือนมกราคม 1961 ซึ่งเป็นเดือนที่เพดานค่าจ้าง 20 ปอนด์ต่อสัปดาห์ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ บทบาทของฮิลล์ในฐานะประธานพีเอฟเอจึงไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนเจรจาทั่วไป แต่เป็นผู้ที่ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นที่รับรู้ในวงกว้าง และทำให้สาธารณชนเข้าใจมุมมองของนักเตะมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา
การเจรจาจบลงเมื่อไร
ผลของการรณรงค์ที่นำโดยจิมมี ฮิลล์ นำไปสู่การยกเลิกเพดานค่าจ้างอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 1961 นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของขบวนการนักฟุตบอลอาชีพในอังกฤษ เพราะเป็นครั้งแรกที่นักเตะมีอิสระในการเจรจาค่าจ้างกับสโมสรโดยไม่มีเพดานตายตัวมาจำกัดไว้อีกต่อไป
ใครเป็นคนแรกที่ได้ค่าจ้างใหม่
ทันทีที่กฎเปลี่ยน จอห์นนี เฮย์นส์ กัปตันทีมฟูแลมและทีมชาติอังกฤษ ก็กลายเป็นนักฟุตบอลคนแรกของอังกฤษที่ได้รับค่าจ้างถึง 100 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งมากกว่าเพดานเดิมถึงห้าเท่า ตัวเลขนี้สร้างความฮือฮาไปทั่ววงการฟุตบอลอังกฤษในเวลานั้น เพราะเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตลาดค่าจ้างนักเตะเปลี่ยนไปมากเพียงใดเมื่อไม่มีเพดานมาจำกัดอีกต่อไป

การที่เฮย์นส์เป็นคนแรกที่ได้รับค่าจ้างระดับนี้ยังมีนัยสำคัญอีกชั้นหนึ่ง เพราะเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นดาวเด่นของทีมชาติอังกฤษในยุคนั้น การที่สโมสรอย่างฟูแลมยอมจ่ายค่าจ้างระดับนี้ให้เขาจึงเป็นการยืนยันว่าเมื่อไม่มีเพดานมาบังคับ มูลค่าตลาดที่แท้จริงของนักเตะระดับแนวหน้าสูงกว่าที่ระบบเดิมเคยอนุญาตไว้มาก
ผลระยะยาวต่อฟุตบอลอังกฤษคืออะไร
การยกเลิกเพดานค่าจ้างในปี 1961 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อำนาจต่อรองค่อย ๆ เคลื่อนจากฝ่ายสโมสรไปสู่ฝ่ายนักเตะมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทศวรรษต่อมา เพราะเมื่อไม่มีตัวเลขตายตัวมากำกับไว้ นักเตะที่มีฝีเท้าโดดเด่นและเป็นที่ต้องการของหลายสโมสรก็สามารถใช้สถานะของตัวเองต่อรองค่าจ้างได้อย่างอิสระมากขึ้น
เหตุการณ์ในปี 1961 จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขค่าจ้างที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ว่านักฟุตบอลอาชีพควรมีสิทธิ์กำหนดมูลค่าของตัวเองในตลาด เช่นเดียวกับอาชีพอื่น ๆ ทั่วไป แนวคิดนี้ค่อย ๆ ขยายตัวและวางรากฐานให้กับระบบค่าจ้างนักฟุตบอลอาชีพที่พัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งนักเตะระดับแนวหน้าสามารถเจรจาสัญญาได้อย่างเสรีตามมูลค่าตลาดของตัวเองอย่างแท้จริง
มองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด สิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างแบบนี้ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจของสโมสรใดสโมสรหนึ่ง หรือคำสั่งจากองค์กรกำกับดูแลกีฬาแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากแรงผลักดันของนักเตะเองผ่านองค์กรตัวแทนอย่างพีเอฟเอ ซึ่งเป็นรูปแบบการต่อรองที่ไม่ค่อยพบเห็นในวงการกีฬาอังกฤษยุคนั้น การที่นักฟุตบอลอาชีพรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ส่งอิทธิพลต่อไปยังวงการกีฬาอาชีพประเภทอื่นในเวลาต่อมาด้วยเช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้ว ชื่อของจิมมี ฮิลล์ และปี 1961 จึงกลายเป็นจุดอ้างอิงที่แฟนบอลอังกฤษยังคงพูดถึงทุกครั้งที่มีการพูดถึงค่าเหนื่อยมหาศาลของนักเตะดาวเด่นในยุคปัจจุบัน เพราะถ้าไม่มีการรณรงค์และผลลัพธ์ในปีนั้น ระบบค่าจ้างของฟุตบอลอาชีพอังกฤษก็อาจจะพัฒนาไปในทิศทางที่แตกต่างไปจากที่เป็นอยู่ทุกวันนี้โดยสิ้นเชิง

