ท็อตแนม ดับเบิล 1961 คือฤดูกาลที่ทีมจากลอนดอนเหนือเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ให้วงการฟุตบอลอังกฤษ ด้วยการคว้าทั้งแชมป์ลีกและเอฟเอคัพในฤดูกาลเดียวกัน กลายเป็นทีมแรกของศตวรรษที่ยี่สิบที่ทำได้ และเป็นทีมแรกนับตั้งแต่แอสตัน วิลลาเมื่อปี 1897 เรื่องราวของฤดูกาลนี้เริ่มต้นจากช่วงเปิดฤดูกาลที่ทีมชนะรวดจนแทบไม่มีใครตามทัน
ดับเบิลปี 1961 คือรายการใด
ดับเบิลที่พูดถึงกันคือการคว้าแชมป์สองรายการใหญ่ในฤดูกาลเดียว ได้แก่แชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ และแชมป์เอฟเอคัพ ท็อตแนมทำได้ทั้งสองรายการในฤดูกาล 1960-61 ซึ่งนับเป็นความสำเร็จที่ไม่มีทีมใดในศตวรรษที่ยี่สิบเคยทำได้มาก่อน เพราะทีมล่าสุดที่เคยคว้าดับเบิลได้คือแอสตัน วิลลา ย้อนไปไกลถึงปี 1897

การคว้าแชมป์ทั้งสองรายการพร้อมกันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทีมต้องรักษาความสม่ำเสมอในระดับสูงตลอดทั้งฤดูกาลในการแข่งขันลีก ขณะเดียวกันก็ต้องผ่านทุกรอบของถ้วยน็อกเอาต์อย่างเอฟเอคัพให้ได้โดยไม่พลาด ซึ่งท็อตแนมในฤดูกาลนั้นทำได้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน
ช่วงออกตัวของฤดูกาลเป็นอย่างไร
สิ่งที่ทำให้ฤดูกาลนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือช่วงเปิดฤดูกาลที่ท็อตแนมชนะติดต่อกันถึง 11 นัดแรก ก่อนที่สถิติไร้พ่ายจะถูกทำลายลงด้วยการเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ในวันที่ 10 ตุลาคม 1960 ช่วงเวลาชนะรวดตอนต้นฤดูกาลแบบนี้ช่วยสร้างช่องว่างคะแนนนำคู่แข่งไปตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้ทีมมีพื้นที่หายใจมากกว่าทีมแชมป์ที่ต้องไล่ตามคะแนนในช่วงท้ายฤดูกาล
รูปแบบการออกสตาร์ทแบบนี้ต่างจากเรื่องราวแชมป์ลีกทั่วไปที่มักเล่าผ่านช่วงโค้งสุดท้ายที่ตึงเครียด เพราะท็อตแนมสร้างความได้เปรียบไว้ตั้งแต่เดือนแรกของฤดูกาล และรักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาลหลังจากนั้น
ข้อดีของการมีคะแนนนำห่างตั้งแต่ต้นฤดูกาลคือทีมไม่ต้องแบกความกดดันในทุกนัดช่วงท้ายฤดูกาลเหมือนทีมที่ต้องไล่ตามคะแนน นักเตะสามารถเล่นด้วยความมั่นใจมากกว่า และผู้จัดการทีมก็มีพื้นที่ในการหมุนเวียนผู้เล่นหรือปรับแผนการเล่นได้ยืดหยุ่นกว่าทีมที่ต้องเก็บทุกคะแนนเพื่อประคองอันดับ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ช่วงเปิดฤดูกาลของท็อตแนมถูกยกมาเล่าซ้ำทุกครั้งที่มีการพูดถึงฤดูกาลประวัติศาสตร์นี้
สถิติรวมทั้งฤดูกาลออกมาแบบไหน
เมื่อจบฤดูกาล ท็อตแนมทำสถิติชนะ 31 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้เพียง 7 นัด จากทั้งหมด 42 นัดในลีก ยิงประตูได้มากถึง 115 ลูก ขณะที่เสียไปเพียง 55 ลูก รวมเป็น 66 คะแนน ทิ้งห่างทีมอันดับสองอย่างเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ที่ทำได้ 58 คะแนนอยู่พอสมควร ตัวเลข 115 ประตูที่ทำได้ตลอดฤดูกาลยังสะท้อนถึงพลังการรุกที่น่าเกรงขามของทีมชุดนี้ด้วย
แชมป์ลีกถูกยืนยันวันไหน
ท็อตแนมการันตีแชมป์ลีกอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 เมษายน 1961 หลังเอาชนะเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ไปด้วยสกอร์ 2-1 ที่สนามไวต์ ฮาร์ต เลน สนามเหย้าของตัวเอง ชัยชนะนัดนี้ปิดฉากการไล่ล่าแชมป์ลีกลงอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่ทีมจะหันไปโฟกัสกับภารกิจที่สองในเอฟเอคัพต่อทันที

หลังจากยืนยันแชมป์ลีกได้แล้ว ท็อตแนมยังต้องเดินหน้าสู่นัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม 1961 ที่สนามเวมบลีย์ต่อหน้าผู้ชมมากถึง 100,000 คน ทีมเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ไปด้วยสกอร์ 2-0 จากประตูของบ็อบบี สมิธในนาทีที่ 66 และเทอร์รี ไดสันในนาทีที่ 75 ทำให้ดับเบิลของฤดูกาลนี้สมบูรณ์แบบทั้งสองรายการ
ทำไมเรื่องดับเบิลถึงถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ในตอนนั้น
ก่อนหน้าฤดูกาล 1960-61 ไม่มีทีมใดในศตวรรษที่ยี่สิบทำสำเร็จมาก่อนเลย ทีมล่าสุดที่เคยคว้าดับเบิลได้คือแอสตัน วิลลา ซึ่งทำได้ตั้งแต่ปี 1897 นั่นหมายความว่าช่องว่างระหว่างความสำเร็จสองครั้งนี้ห่างกันมากกว่าหกทศวรรษ ความยากของการคว้าดับเบิลจึงไม่ใช่แค่เรื่องของฝีเท้าทีมเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสม่ำเสมอที่ต้องรักษาไว้ตลอดทั้งฤดูกาลในสองรายการที่แข่งขันภายใต้รูปแบบแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ลีกต้องอาศัยความนิ่งระยะยาว ขณะที่ถ้วยน็อกเอาต์ต้องการความเข้มข้นในทุกนัดแบบไม่มีโอกาสแก้ตัว การที่ท็อตแนมทำได้ทั้งสองอย่างพร้อมกันในฤดูกาลเดียว จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฤดูกาล 1960-61 ยังถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลอังกฤษจนถึงทุกวันนี้
อีกมุมหนึ่งที่ทำให้ความสำเร็จนี้โดดเด่นคือจำนวนนัดที่ต้องลงเล่นตลอดทั้งฤดูกาล ทีมที่ลุ้นดับเบิลต้องแบกทั้งโปรแกรมลีก 42 นัด และทุกรอบของเอฟเอคัพไปพร้อมกัน โดยไม่มีสิทธิ์พักหรือผ่อนความเข้มข้นลงในรายการใดรายการหนึ่ง เพราะความพ่ายแพ้เพียงนัดเดียวในถ้วยน็อกเอาต์ก็หมายถึงการหลุดจากลุ้นดับเบิลทันที ขณะที่ผลงานที่ตกลงในลีกก็อาจทำให้เสียแชมป์ให้คู่แข่งได้เช่นกัน การรักษาสมดุลระหว่างสองรายการนี้ตลอดทั้งฤดูกาลจึงเป็นเครื่องพิสูจน์ความลึกของทีมชุดนั้นได้เป็นอย่างดี
ตัวเลขและวันที่สำคัญของฤดูกาลนี้ ตั้งแต่ชนะรวด 11 นัดแรก การยืนยันแชมป์ลีกในเดือนเมษายน ไปจนถึงชัยชนะในนัดชิงเอฟเอคัพต้นเดือนพฤษภาคม จึงรวมกันกลายเป็นเส้นเรื่องของฤดูกาลที่มีจังหวะชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ และเป็นมาตรฐานที่ทีมรุ่นหลังที่หวังจะคว้าดับเบิลยังคงถูกนำไปเปรียบเทียบด้วยเสมอ

