ชาลเคอ 04 เป็นทีมที่แฟนบุนเดสลีกายุคนี้รู้จักในฐานะทีมใหญ่ที่ไม่เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดสักสมัย แต่ถ้านับย้อนไปก่อนปี 1963 ชาลเคอคือสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดทีมหนึ่งของเยอรมนี พวกเขาคว้าแชมป์ประเทศถึงหกสมัยในช่วงปี 1934 ถึง 1942 ด้วยสไตล์การเล่นที่เรียกว่าชาลเคอร์ ไครเซล การต่อบอลสั้นและเร็วที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของทีมจากเขตเหมืองถ่านหิน
ชาลเคอได้แชมป์เยอรมันปีใดบ้าง
ชาลเคอคว้าแชมป์เยอรมันในปี 1934, 1935, 1937, 1939, 1940 และ 1942 รวมหกสมัยภายในเวลาไม่ถึงสิบปี ถือเป็นทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลเยอรมันในช่วงทศวรรษ 1930 ถึงต้นทศวรรษ 1940 หลังจากยุคนั้นสโมสรยังคว้าแชมป์ประเทศเพิ่มอีกหนึ่งสมัยในปี 1958 ด้วยการเอาชนะฮัมบูร์ก 3-0 ในนัดชิง ทำให้จำนวนแชมป์เยอรมันทั้งหมดของชาลเคอรวมเป็นเจ็ดสมัย แต่ช่วงเวลาที่โดดเด่นและถูกพูดถึงมากที่สุดยังคงเป็นหกสมัยระหว่างปี 1934 ถึง 1942 ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมมีผู้เล่นชุดเดียวกันเล่นต่อเนื่องและมีระบบการเล่นที่ชัดเจนที่สุด
ชาลเคอร์ ไครเซล คือการเล่นแบบใด

ชาลเคอร์ ไครเซล แปลตรงตัวว่าลูกข่างของชาลเคอ หมายถึงการต่อบอลสั้นแบบเร็วและแม่นยำระหว่างผู้เล่นตัวเล็กในทีม ให้บอลหมุนวนไปมาเหมือนลูกข่างจนฝ่ายตรงข้ามไล่ตามไม่ทัน แทนที่จะเน้นการเล่นบอลยาวหรือใช้ความได้เปรียบด้านร่างกายแบบทีมอื่นในยุคเดียวกัน แนวทางนี้เกิดจากผู้เล่นในทีมส่วนใหญ่เป็นลูกหลานคนงานเหมืองถ่านหินในเขตรูห์ร ตัวเล็กแต่เทคนิคดี จึงพัฒนาลีลาการเล่นที่อาศัยความเร็วของบอลมากกว่าความเร็วของตัวผู้เล่น
สไตล์นี้ทำให้ชาลเคอโดดเด่นแตกต่างจากสโมสรใหญ่ในเมืองอื่นที่มักถูกมองว่าเป็นทีมของชนชั้นกลางระดับสูง ขณะที่ชาลเคอถูกมองเป็นทีมของชนชั้นแรงงานมาโดยตลอด แต่ผลงานในสนามกลับพิสูจน์ว่าการเล่นแบบทีมเล็กที่อาศัยการต่อบอลกลุ่มสามารถเอาชนะทีมที่มีผู้เล่นตัวใหญ่กว่าได้อย่างสม่ำเสมอตลอดเกือบสิบปี
สนามเหย้าของทีมในยุคนั้นคือกลึคเอาฟ์ คัมพ์บาน สร้างขึ้นในปี 1928 บนที่ดินที่บริษัทเหมืองถ่านหินคอนโซลิเดชันเป็นผู้จัดหาให้ พร้อมทั้งส่งสถาปนิกและวิศวกรมาช่วยออกแบบ ชื่อกลึคเอาฟ์มาจากคำทักทายของคนงานเหมืองที่แปลว่าขอให้โชคดี สนามแห่งนี้มีความจุตามทะเบียนราว 35,000 ที่นั่ง แต่ในบางนัดสำคัญกลับมีผู้ชมเข้าไปดูมากถึง 70,000 คน สะท้อนว่าความนิยมของทีมในหมู่คนงานเหมืองมีมากเพียงใด
เซปันกับคูซอร์รามีบทบาทอย่างไร
สองชื่อที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของชาลเคอร์ ไครเซล คือฟริตซ์ เซปัน กับแอร์นสท์ คูซอร์รา ทั้งคู่เป็นพี่เขยน้องเขยกัน เพราะต่างแต่งงานกับน้องสาวของอีกฝ่าย เซปันเล่นให้ชาลเคอตลอดอาชีพตั้งแต่ปี 1925 ถึง 1950 ลงสนาม 393 นัด ยิงได้ 284 ประตู และทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเกมจากแดนกลาง มักถอยลงมารับบอลลึกแล้วกระจายเกมด้วยไหวพริบและตำแหน่งการเล่น ขณะที่คูซอร์ราเป็นฝ่ายจบสกอร์และเล่นบอลตรงไปตรงมามากกว่า
เซปันได้รับการยกย่องว่าเป็นสมองของทีม เป็นผู้กำหนดจังหวะการต่อบอลสั้นที่ทำให้ชาลเคอร์ ไครเซล ทำงานได้ ส่วนคูซอร์ราคือปลายทางที่เปลี่ยนจังหวะเหล่านั้นให้เป็นประตู การที่ทั้งคู่เป็นครอบครัวเดียวกันนอกสนามยิ่งทำให้ความเข้าใจกันในสนามแน่นแฟ้นกว่าคู่ผู้เล่นทั่วไป และกลายเป็นแกนกลางของทีมชุดที่คว้าแชมป์ประเทศได้ถึงหกสมัยในทศวรรษเดียว
ดับเบิลแชมป์ปี 1937 สำคัญตรงไหน

ฤดูกาล 1937 คือจุดสูงสุดของยุคชาลเคอร์ ไครเซล เพราะสโมสรคว้าทั้งแชมป์ลีกและแชมป์ถ้วยเยอรมันได้ในปีเดียวกัน กลายเป็นสโมสรเยอรมันทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำดับเบิลสำเร็จ ก่อนหน้านั้นไม่เคยมีทีมใดคว้าทั้งสองรายการพร้อมกันได้เลยนับตั้งแต่มีการจัดถ้วยเยอรมันแยกจากแชมป์ลีก การทำดับเบิลในปีนั้นจึงเป็นเครื่องยืนยันว่าความสำเร็จของชาลเคอไม่ได้มาจากโชคหรือรูปแบบการแข่งขันที่เอื้อประโยชน์ แต่มาจากทีมที่แข็งแกร่งพอจะเอาชนะทุกรูปแบบการแข่งขันในปีเดียวกัน
ความสำเร็จนี้ตอกย้ำสถานะของชาลเคอในฐานะทีมที่ดีที่สุดของเยอรมนีในช่วงเวลานั้น และเป็นเหตุผลที่ทำให้ยุคทศวรรษ 1930 ถึงต้น 1940 ของสโมสรถูกเรียกว่ายุคทองอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แม้เวลาจะผ่านมาเกือบร้อยปีแล้ว สถิติดับเบิลแชมป์ครั้งแรกของวงการฟุตบอลเยอรมันก็ยังคงเป็นของชาลเคอ 04 ไม่มีใครมาแย่งไปได้
ทำไมสถิติชุดนี้ไม่อยู่ในตารางบุนเดสลีกา
เหตุผลง่าย ๆ คือบุนเดสลีกาเพิ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1963 ขณะที่แชมป์ทั้งหกสมัยของชาลเคอในยุคชาลเคอร์ ไครเซล เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นทั้งหมด ในยุคนั้นเยอรมนียังใช้ระบบแชมป์ประเทศแบบแพ้คัดออกจากแชมป์ลีกภูมิภาค ไม่ใช่ลีกกลางแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ตารางเกียรติยศของบุนเดสลีกาจึงเริ่มนับใหม่จากปี 1963 เป็นต้นไป และไม่รวมแชมป์ยุคก่อนหน้านั้นของสโมสรใดทั้งสิ้น ไม่ใช่เฉพาะชาลเคอ
นี่คือเหตุผลที่แฟนบอลรุ่นใหม่มักแปลกใจเมื่อรู้ว่าชาลเคอไม่เคยแชมป์บุนเดสลีกาแม้แต่สมัยเดียว ทั้งที่เข้าชิงตำแหน่งรองแชมป์มาแล้วหลายครั้งในปี 2001, 2005, 2007 และ 2018 หากต้องการเห็นความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงของสโมสรนี้ต้องแยกนับสองยุคออกจากกัน ยุคก่อนปี 1963 ที่ชาลเคอคือหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของประเทศด้วยผลงานเจ็ดแชมป์ประเทศ และยุคบุนเดสลีกาที่สโมสรยังคงไล่ล่าแชมป์แรกอยู่จนถึงทุกวันนี้

