ซาลิฟ เกอิตา กองหน้ามาลีที่พาแซงต์เอเตียนและคว้ารางวัลแอฟริกาคนแรก

ซาลิฟ เกอิตา ในชุดแซงต์เอเตียน

ซาลิฟ เกอิตา แซงต์เอเตียน คือชื่อที่นักเตะแอฟริกันรุ่นหลังมักถูกนำไปเทียบด้วยเสมอ เพราะเขาคือกองหน้าจากประเทศมาลีที่ยิงประตูให้สโมสรฝรั่งเศสแห่งนี้อย่างสม่ำเสมอในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ถึงต้นทศวรรษ 1970 และในปี 1970 เขายังกลายเป็นผู้ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งแอฟริกาคนแรกในประวัติศาสตร์ เรื่องราวของเขาจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขประตู แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นักเตะแอฟริกันมีที่ยืนจริงจังในลีกยุโรป

เขาเข้ามาเล่นในฝรั่งเศสได้อย่างไร

ก่อนจะมาถึงฝรั่งเศส เกอิตาเล่นให้เรอัลบามาโกในประเทศมาลีบ้านเกิด ผู้ที่ค้นพบเขาคือชาร์ล ดาแฌร์ แฟนบอลแซงต์เอเตียนเชื้อสายเลบานอนที่อาศัยอยู่ในกรุงบามาโก ซึ่งเขียนจดหมายหลายฉบับแนะนำความสามารถของเกอิตาให้สโมสรพิจารณา จนสโมสรตัดสินใจให้โอกาสทดสอบฝีเท้า เกอิตาเดินทางมาถึงสนามบินปารีส-ออร์ลีในวันที่ 14 กันยายน 1967 ขณะอายุ 20 ปี โดยไม่มีใครมารับ และก่อนหน้านั้นยังเคยถูกปล้นเงินเดินทางที่เมืองมันโรเวียระหว่างทาง เขาต้องเจรจากับคนขับแท็กซี่ให้พาไปยังเมืองแซงต์เอเตียนโดยใช้จดหมายติดต่อจากสโมสรเป็นหลักฐานยืนยัน ค่าแท็กซี่ในเที่ยวนั้นอยู่ที่ 1,060 ฟรังก์

เมื่อเข้าสู่ทีมแซงต์เอเตียนแล้ว เกอิตาก็ได้รับฉายาว่า ลา ปองแตร์ นัวร์ หรือแพนเทอร์ดำ จากแฟนบอลของสโมสร ส่วนที่มาลีบ้านเกิดเขายังมีชื่อเล่นอีกชื่อว่าดอมิงโก เรื่องราวการเดินทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคตั้งแต่ก่อนถึงสนามซ้อมด้วยซ้ำ ทำให้เส้นทางของเขาต่างจากนักเตะต่างชาติทั่วไปที่มักย้ายทีมผ่านสัญญาที่จัดการเรียบร้อยล่วงหน้า เกอิตาต้องพิสูจน์ตัวเองตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากเครื่องบิน ก่อนจะได้มีโอกาสพิสูจน์ฝีเท้าในสนามด้วยซ้ำ

ตัวเลขในเสื้อแซงต์เอเตียนบอกอะไร

เฉพาะในลีกฝรั่งเศส เกอิตาลงเล่นให้แซงต์เอเตียนระหว่างฤดูกาล 1967/68 ถึง 1971/72 รวม 149 นัด ยิงได้ 125 ประตู แบ่งเป็นฤดูกาลแรก 18 นัด 12 ประตู ฤดูกาลที่สอง 33 นัด 21 ประตู ฤดูกาลที่สาม 31 นัด 21 ประตู ฤดูกาลที่สี่ 38 นัด 42 ประตู และฤดูกาลสุดท้ายกับสโมสร 29 นัด 29 ประตู หากนับรวมทุกรายการทั้งลีก ถ้วยฝรั่งเศส และรายการอื่น ตัวเลขจะสูงขึ้นเป็น 188 นัด 142 ประตูตลอดห้าปีที่อยู่กับสโมสร

ฤดูกาล 1970/71 คือปีที่โดดเด่นที่สุดของเขาในเชิงสถิติ ด้วยผลงาน 42 ประตูในลีก จบอันดับสองของดาวซัลโวปีนั้น และได้รับรางวัลรองเท้าทองคำยุโรปเป็นเครื่องยืนยันว่าผลงานของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ถูกจับตาในระดับทวีปยุโรปด้วย ส่วนต่างระหว่างสถิติเฉพาะลีกกับสถิติทุกรายการก็ช่วยให้เห็นภาพว่าตัวเลขที่มักถูกพูดถึงกันนั้นวัดจากรายการใด เพราะการอ้างอิงตัวเลขคนละชุดกันอาจทำให้ผู้อ่านสับสนได้ง่ายหากไม่ระบุให้ชัดตั้งแต่ต้น

รางวัลปี 1970 คือรางวัลอะไรกันแน่

ปี 1970 เกอิตาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งแอฟริกา ซึ่งเป็นปีแรกที่รางวัลนี้ถูกมอบให้ และเขาคือผู้ได้รับรางวัลคนแรกในประวัติศาสตร์ รางวัลนี้แตกต่างจากบัลลงดอร์ของยุโรปตรงที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกย่องนักเตะเชื้อสายแอฟริกันโดยเฉพาะ ไม่ได้เปิดกว้างให้นักเตะทุกชาติเข้าชิงเหมือนบัลลงดอร์ การได้รางวัลนี้ในปีเดียวกับที่เขายังทำผลงานยิงประตูอย่างต่อเนื่องให้แซงต์เอเตียน จึงทำให้รางวัลนี้มีน้ำหนักมากกว่าการเป็นรางวัลเชิงสัญลักษณ์เพียงอย่างเดียว การที่นักเตะจากมาลีคนหนึ่งได้รับการยกย่องในระดับทวีปตั้งแต่ยุคที่ฟุตบอลแอฟริกันยังไม่ค่อยได้รับความสนใจจากสื่อยุโรปมากนัก จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ปูทางให้นักเตะแอฟริกันรุ่นหลังมีเวทีของตัวเองในการถูกจับตามองเช่นกัน

ทีมแซงต์เอเตียนช่วงนั้นได้อะไรบ้าง

แถวที่นั่งอัฒจันทร์สีเขียวเข้มว่างเปล่าเรียงเป็นแนวลดหลั่นตามขั้นบันไดคอนกรีต
แถวที่นั่งอัฒจันทร์สีเขียวว่างเปล่าเรียงเป็นแนว สีที่แซงต์เอเตียนใช้เป็นเอกลักษณ์ประจำสโมสรจนได้ฉายาเลแวร์

ช่วงที่เกอิตาอยู่กับแซงต์เอเตียน สโมสรคว้าแชมป์ลีกฝรั่งเศสสามสมัยติดต่อกัน และทำดับเบิลแชมป์ลีกพร้อมถ้วยคูปเดอฟรองซ์ได้สำเร็จถึงสองครั้งคือฤดูกาล 1967/68 และฤดูกาล 1969/70 ความสำเร็จเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่เกอิตากำลังทำผลงานส่วนตัวได้ดีที่สุด ฉายาแพนเทอร์ดำของเขายังส่งผลไกลกว่าตัวนักเตะเอง เพราะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้สโมสรแซงต์เอเตียนเลือกมาสคอตประจำทีมเป็นรูปเสือดำ ซึ่งยังคงใช้มาจนถึงยุคหลังจากนั้น

การที่นักเตะต่างชาติคนหนึ่งมีอิทธิพลถึงขั้นกำหนดสัญลักษณ์ของสโมสรได้ ก็สะท้อนว่าเกอิตาไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นอีกคนในทีมชุดแชมป์ แต่เป็นหนึ่งในบุคคลที่นิยามยุคสมัยนั้นของแซงต์เอเตียนจริง ๆ

หลังออกจากแซงต์เอเตียนเขาไปที่ใด

ภาพมุมสูงของเรือไม้ลำเล็กจำนวนมากจอดและแล่นอยู่บนแม่น้ำสีน้ำตาล ริมฝั่งเป็นกองทรายและผู้คนทำงานอยู่ตามแนวตลิ่ง
เรือไม้จอดเรียงรายริมแม่น้ำไนเจอร์ในกรุงบามาโก เมืองหลวงของประเทศมาลีบ้านเกิดของซาลิฟ เกอิตา

หลังปิดฉากที่แซงต์เอเตียนในปี 1972 เกอิตาย้ายไปเล่นให้โอลิมปิก มาร์กเซย ในฤดูกาล 1972/73 ลงเล่น 18 นัด ยิง 10 ประตู ก่อนย้ายออกนอกฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกไปเล่นให้บาเลนเซียในสเปนระหว่างปี 1973 ถึง 1976 รวม 74 นัด 23 ประตู จากนั้นย้ายไปโปรตุเกสกับสปอร์ติงลิสบอนระหว่างปี 1976 ถึง 1979 ลงเล่น 63 นัด ยิง 32 ประตู และปิดท้ายอาชีพค้าแข้งด้วยการย้ายไปเล่นในสหรัฐอเมริกากับนิวอิงแลนด์ ทีเมน ระหว่างปี 1979 ถึง 1980 ลงเล่น 39 นัด ยิง 17 ประตู ก่อนแขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี

ตลอดอาชีพค้าแข้งทั้งหมดตั้งแต่ปี 1963 ถึง 1980 เกอิตาลงเล่นรวม 477 นัด ยิงได้ 263 ประตูในทุกสโมสรที่ผ่านมา เส้นทางจากกรุงบามาโกสู่แซงต์เอเตียน สเปน โปรตุเกส และสหรัฐอเมริกา ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะแอฟริกันคนแรก ๆ ที่พิสูจน์ว่าฝีเท้าจากทวีปแอฟริกาสามารถยืนอยู่แถวหน้าของวงการฟุตบอลยุโรปได้จริง ไม่ใช่เพียงข้อยกเว้นเฉพาะกรณี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO