กำเนิดโรมาเกิดขึ้นวันที่ 7 มิถุนายน 1927 ที่บ้านเลขที่ 16 ถนนวีอาฟอร์ลีในกรุงโรม จากการรวมสามสโมสรฟุตบอลของเมืองหลวงให้เหลือทีมเดียว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การควบรวมองค์กรกีฬา แต่เป็นแผนที่มีเป้าหมายชัดเจนคือสร้างทีมของเมืองหลวงให้แข็งแกร่งพอจะสู้กับสโมสรทางภาคเหนือที่ครองความยิ่งใหญ่ของวงการฟุตบอลอิตาลีอยู่ในตอนนั้น
ก่อนปี 1927 กรุงโรมมีสโมสรอะไรอยู่บ้าง
ก่อนจะมีโรมา กรุงโรมมีสโมสรฟุตบอลหลักอยู่หลายแห่งที่ต่างแยกกันทำทีมของตัวเอง สามสโมสรที่ถูกเลือกให้รวมกันในปี 1927 คือโรมันเอฟซี อัลบา-เอาดาเช และฟอร์ติตูโด-โปรโรมา แต่ละสโมสรมีฐานแฟนและทรัพยากรของตัวเอง ทว่าปัญหาเดียวกับที่เกิดในหลายเมืองของอิตาลีตอนนั้นก็เกิดขึ้นที่กรุงโรมเช่นกัน คือทรัพยากรและผู้เล่นฝีเท้าดีถูกแบ่งกระจายไปตามสโมสรเล็กหลายแห่ง จนไม่มีทีมไหนแข็งแกร่งพอจะไปแข่งกับสโมสรใหญ่ของอิตาลีตอนเหนือได้ลำพัง เมืองหลวงของประเทศกลับไม่มีทีมตัวแทนที่โดดเด่นในสนามระดับประเทศเลย ทั้งที่มีสโมสรอยู่มากมาย ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกรุงโรม เมืองฟลอเรนซ์ก็เผชิญสถานการณ์คล้ายกันเมื่อปีก่อนหน้าคือ 1926 เมื่อสโมสรฟิออเรนตินาถือกำเนิดจากการรวมสองสโมสรของเมืองด้วยเหตุผลที่ใกล้เคียงกันมาก นั่นทำให้การรวมสโมสรในกรุงโรมปีถัดมาไม่ใช่แนวคิดใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แต่เป็นแนวทางที่เมืองใหญ่ของอิตาลีเริ่มใช้ร่วมกันในช่วงเวลานั้น
ใครเป็นผู้รวมสโมสรและเป้าหมายคืออะไร
คนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการผลักดันการรวมทีมครั้งนี้คืออิตาโล ฟอสคี เลขาธิการสหพันธ์พรรคฟาสซิสต์แห่งชาติประจำกรุงโรมและสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกอิตาลี เขาดำเนินการตามแนวทางของกฎบัตรเวียเรจโจ ซึ่งเป็นกรอบการจัดระเบียบวงการฟุตบอลอิตาลีในยุคนั้น เป้าหมายของฟอสคีชัดเจนคือสร้างทีมเดียวของกรุงโรมที่มีศักยภาพแข่งขันได้จริง แทนที่จะปล่อยให้สโมสรเล็กหลายแห่งแย่งทรัพยากรกันเอง ผลลัพธ์คือการรวมโรมันเอฟซี อัลบา-เอาดาเช และฟอร์ติตูโด-โปรโรมาเข้าด้วยกันเป็นสโมสรใหม่ชื่อโรมา ซึ่งกลายเป็นสโมสรที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมาจนถึงทุกวันนี้
ทำไมลาซิโอจึงไม่เข้าร่วม
ท่ามกลางสโมสรใหญ่ของกรุงโรม มีเพียงลาซิโอเท่านั้นที่ไม่เข้าร่วมการรวมทีมครั้งนี้ ปัจจัยหนึ่งที่ถูกอ้างถึงคือการแทรกแซงของนายพลวัคคาโร ซึ่งเป็นทั้งสมาชิกสโมสรลาซิโอเองและเป็นผู้บริหารระดับสูงของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีในเวลานั้น ตำแหน่งของเขาทำให้ลาซิโอมีน้ำหนักพอจะยืนหยัดอยู่นอกดีลการรวมทีมได้ ขณะที่สโมสรอื่นถูกรวมเข้าด้วยกันหมด การที่ลาซิโอเลือกเดินคนละทางจากจุดนี้เองที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นคู่ปรับตลอดกาลระหว่างสองสโมสรของกรุงโรม ซึ่งยังคงดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบันผ่านศึกดาร์บี้เดลลาคาปิตาเล
ทีมใหม่เริ่มเล่นที่สนามไหนในช่วงแรก
โรมาไม่ได้เริ่มต้นที่ย่านเทสตัชโชตั้งแต่วันแรก ฤดูกาลแรก 1927 ถึง 1928 ทีมใช้สนามโมโตเวโลโดรโม อัปปิโอเป็นสนามเหย้า ซึ่งเดิมเป็นสนามที่สโมสรอัลบา-เอาดาเชหนึ่งในสามสโมสรที่รวมกันเคยใช้มาก่อน จากนั้นฤดูกาล 1928 ถึง 1929 ทีมย้ายไปใช้สตาดิโอ นาซิโอนาเล แล้วย้ายไปใช้สนามรอนดิเนลลาอยู่ช่วงสั้นๆ

กว่าโรมาจะไปตั้งหลักอย่างจริงจังที่คัมโป เทสตัชโชก็คือฤดูกาล 1929 ถึง 1930 และทีมใช้สนามแห่งนี้ต่อเนื่องยาวนานถึงฤดูกาล 1939 ถึง 1940 การย้ายสนามหลายครั้งในช่วงสองสามปีแรกสะท้อนให้เห็นว่าสโมสรที่เพิ่งเกิดจากการรวมทีมยังต้องใช้เวลาหาที่ทางของตัวเองในเมือง สนามแรกอย่างโมโตเวโลโดรโม อัปปิโอเองก็ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อฟุตบอลโดยเฉพาะ แต่เป็นสนามที่ยืมใช้ต่อจากสโมสรเดิมที่เพิ่งถูกรวมเข้ามา สะท้อนว่าช่วงปีแรกของโรมายังเป็นช่วงของการปรับตัวรอบด้าน ทั้งเรื่องทีมและเรื่องสถานที่ ก่อนจะลงหลักปักฐานในย่านที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์สโมสรในเวลาต่อมา
การรวมสโมสรเปลี่ยนสมดุลของลีกจริงหรือไม่
คำถามที่ตามมาคือการรวมสโมสรครั้งนี้ทำให้โรมาแข็งแกร่งขึ้นจริงหรือไม่ คำตอบจากผลงานในสนามช่วยยืนยันได้ระดับหนึ่ง เพียงไม่กี่ปีหลังก่อตั้ง ฤดูกาล 1930 ถึง 1931 โรมาก็จบอันดับสองของลีก ตามหลังเพียงยูเวนตุสเท่านั้น ซึ่งถือเป็นฤดูกาลที่ทีมสร้างผลงานโดดเด่นที่สุดในช่วงต้นของประวัติศาสตร์สโมสร

ผลงานระดับรองแชมป์ในฤดูกาลนั้นแสดงให้เห็นว่าแนวคิดของอิตาโล ฟอสคีที่ต้องการสร้างทีมเดียวของกรุงโรมให้แข็งแกร่งพอจะสู้กับสโมสรภาคเหนือนั้นได้ผลจริงในระดับหนึ่ง แม้โรมาจะยังไม่เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดในช่วงเวลานั้น แต่การขึ้นไปยืนอยู่แถวหน้าของตารางได้ตั้งแต่ไม่กี่ปีแรกก็เพียงพอจะพิสูจน์ว่าการรวมสามสโมสรเล็กให้เหลือทีมเดียวคือกลยุทธ์ที่เปลี่ยนสถานะของฟุตบอลกรุงโรมไปอย่างแท้จริง จากเมืองที่ไม่มีทีมโดดเด่นกลายเป็นเมืองที่มีสโมสรซึ่งท้าทายอำนาจของยูเวนตุสได้ในสนามจริง

