เปิดสนามเบร์นาเบวปี 1947 การเดิมพันของเรอัลมาดริด

สนามซานติอาโก เบร์นาเบว ของเรอัล มาดริด

สนามเบร์นาเบว เปิดปี 1947 ด้วยความจุที่ใหญ่เกินความจำเป็นของเรอัลมาดริดในตอนนั้นมาก แต่การเดิมพันครั้งนั้นกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้สโมสรมีฐานรายได้ใหญ่พอจะสร้างทีมระดับแชมป์ยุโรปได้ในอีกไม่กี่ปีถัดมา เรื่องราวเริ่มต้นจากปัญหาง่าย ๆ คือสนามเดิมเล็กเกินไปสำหรับเมืองที่กำลังเติบโต และจบลงด้วยสนามที่ไม่เคยหยุดปรับปรุงมาเกือบแปดทศวรรษ จนกลายเป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลที่คนทั่วโลกจดจำชื่อได้มากที่สุด

ทำไมเรอัลมาดริดต้องสร้างสนามใหม่ทั้งที่มีสนามอยู่แล้ว

ก่อนหน้านั้นเรอัลมาดริดเล่นเกมเหย้าที่คัมโปเดชามาร์ติน สนามที่แม้จะผ่านการปรับปรุงขยายมาแล้วจนจุคนได้ 25,000 ที่นั่ง ก็ยังตามไม่ทันจำนวนประชากรกรุงมาดริดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และความนิยมฟุตบอลที่พุ่งสูงขึ้นหลังสงคราม ประธานสโมสรซานติอาโก เบร์นาเบว มองเห็นปัญหานี้และตัดสินใจเดิมพันใหญ่ เขากล่าวไว้ในทำนองว่าสโมสรต้องการสนามที่ใหญ่กว่านี้และจะสร้างมันขึ้นมา โดยเสนอแผนสนามความจุราว 75,000 คน ด้วยความเชื่อว่าสนามที่ใหญ่กว่าจะสร้างรายได้มากขึ้น และรายได้ที่มากขึ้นจะทำให้สโมสรดึงตัวผู้เล่นฝีเท้าดีและดึงแฟนบอลเข้ามาได้มากกว่าเดิม แนวคิดนี้ฟังดูเสี่ยงมากสำหรับยุคนั้น เพราะสเปนเพิ่งผ่านสงครามกลางเมืองมาไม่นาน เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และไม่มีใครรับประกันได้ว่าแฟนบอลจะเข้ามาเติมเต็มสนามขนาดนั้นจริง ๆ แต่เบร์นาเบวก็ยังผลักดันโครงการนี้จนสำเร็จ

สนามใหม่เปิดใช้เมื่อไรและจุคนได้เท่าไร

สนามใหม่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการวันที่ 14 ธันวาคม 1947 ด้วยนัดกระชับมิตรระหว่างเรอัลมาดริดกับโอส์ เบเลเนนเซส สโมสรจากโปรตุเกส ความจุเริ่มต้นอยู่ที่ 75,145 คน แบ่งเป็นที่นั่ง 27,645 ที่และที่ยืนอีก 47,500 ที่ ซึ่งมากกว่าความจุของคัมโปเดชามาร์ตินเดิมถึงสามเท่า ส่วนนัดลีกอย่างเป็นทางการนัดแรกในสนามใหม่จัดขึ้นวันที่ 28 ธันวาคม 1947 พบกับแอธเลติก บิลเบา และเรอัลมาดริดเปิดตัวสนามใหม่ด้วยชัยชนะ 5-1 ตัวเลขความจุกว่า 75,000 คนในวันเปิดสนามถือว่าใหญ่มากเมื่อเทียบกับสโมสรอื่นในลีกสเปนยุคเดียวกัน และเป็นเครื่องยืนยันว่าเรอัลมาดริดไม่ได้แค่อยากได้สนามที่ใหญ่กว่าเดิม แต่อยากได้สนามที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปยุโรปตั้งแต่วันแรกที่เปิดใช้งาน

ด้านนอกสนามซานติอาโก เบร์นาเบว มีป้ายชื่อสนามและตราสโมสรติดผนัง
ด้านนอกสนามซานติอาโก เบร์นาเบว พร้อมป้ายชื่อสนามและตราสโมสรเรอัลมาดริด

ชื่อสนามเปลี่ยนมาเป็นเบร์นาเบวตอนไหน

ในช่วงแรกสนามใช้ชื่อทางการว่าเอสตาดิโอ เรอัลมาดริด คลับ เด ฟุตบอล ระหว่างปี 1947 ถึง 1955 ส่วนคนทั่วไปมักเรียกกันว่านูเอโบ ชามาร์ติน หรือชามาร์ตินแห่งใหม่ เพราะตั้งอยู่ในย่านเดียวกับสนามเดิม ชื่อซานติอาโก เบร์นาเบว ที่ใช้กันจนถึงทุกวันนี้เพิ่งถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มกราคม 1955 เพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานสโมสรผู้เป็นเจ้าของไอเดียสร้างสนามตั้งแต่แรก พูดง่าย ๆ คือชื่อที่คนทั้งโลกคุ้นเคยในวันนี้ ไม่ได้ถูกตั้งไว้ตั้งแต่วันเปิดสนาม แต่มาทีหลังถึงเจ็ดปี และเป็นการให้เกียรติที่เกิดขึ้นขณะที่เบร์นาเบวยังดำรงตำแหน่งประธานสโมสรอยู่ ไม่ใช่การตั้งชื่อย้อนหลังหลังเขาเสียชีวิตแบบที่หลายสโมสรทำกับตำนานของตัวเอง

รายได้จากสนามเปลี่ยนวิธีทำทีมอย่างไร

แนวคิดของเบร์นาเบวที่ว่าสนามใหญ่กว่าเท่ากับรายได้มากกว่านั้นพิสูจน์ตัวเองได้เร็วมาก เพียงเดือนมิถุนายน 1955 สนามก็ขยายความจุขึ้นไปอีกจนแตะระดับ 125,000 คน ทำให้กลายเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลยูโรเปียนคัพในยุคนั้น ความจุระดับนี้หมายถึงรายได้จากตั๋วเข้าชมที่มากกว่าคู่แข่งแทบทุกสโมสรในทวีปยุโรป ซึ่งกลายเป็นฐานสำคัญที่ทำให้เรอัลมาดริดมีกำลังทรัพย์เพียงพอจะสร้างทีมที่คว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพห้าสมัยติดต่อกันในเวลาไม่นานหลังจากนั้น สนามที่ดูใหญ่เกินจำเป็นในวันเปิดตัวปี 1947 จึงกลายเป็นสนามที่พอดีกับความทะเยอทะยานของสโมสรพอดีภายในเวลาไม่ถึงสิบปี และรายได้จากตั๋วเข้าชมจำนวนมหาศาลนี้เองที่เป็นส่วนสำคัญเบื้องหลังทีมที่คว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพห้าสมัยติดต่อกันระหว่างฤดูกาล 1955-56 ถึง 1959-60 ปิดท้ายด้วยชัยชนะ 7-3 เหนือไอน์ทรัคท์ แฟรงก์เฟิร์ตที่แฮมป์เดนพาร์กในปี 1960

อัฒจันทร์ภายในสนามเขียนคำว่า เรอัล มาดริด ซีเอฟ ด้วยที่นั่งสีขาวบนพื้นสีน้ำเงิน
อัฒจันทร์ภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบว สลักคำว่า เรอัล มาดริด ซีเอฟ ด้วยที่นั่ง

โครงสร้างเดิมเหลืออะไรในสนามที่เห็นวันนี้

นับจากวันเปิดสนามปี 1947 เบร์นาเบวผ่านการปรับปรุงและขยายมาแล้วหลายรอบจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ปี 1957 มีการติดตั้งไฟสปอตไลต์ ปี 1972 เพิ่มจอสกอร์อิเล็กทรอนิกส์ ปี 1982 มีการปรับปรุงใหญ่เพื่อรองรับฟุตบอลโลกที่สเปนเป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนั้นความจุกลับลดลงเหลือ 90,000 คน จากนั้นช่วงปี 1992 ถึง 1994 มีการขยายเพิ่มชั้นอัฒจันทร์จนความจุขึ้นไปถึง 106,000 คนอีกครั้ง ก่อนที่ปี 1997 สนามจะเปลี่ยนเป็นที่นั่งทั้งหมดตามมาตรฐานสนามยุคใหม่ ทำให้ความจุลดลงเหลือ 74,328 คน ต่อมาช่วงปี 2001 ถึง 2006 มีการปรับปรุงมูลค่า 127 ล้านยูโร ขยายความจุเป็น 80,354 คน ปี 2011 เพิ่มที่นั่งอีก 900 ที่ รวมเป็น 81,044 คน และล่าสุดโครงการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สุดมูลค่า 1.76 พันล้านยูโรในช่วงปี 2019 ถึง 2024 ทำให้ความจุปัจจุบันอยู่ที่ 83,186 คน โครงการล่าสุดนี้ยังเพิ่มหลังคาแบบปิดเปิดได้ให้กับสนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครจินตนาการถึงได้เลยในวันที่สนามเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี 1947

ตัวเลขความจุที่ขึ้นลงตลอดเกือบแปดทศวรรษนี้สะท้อนว่าสนามไม่เคยหยุดนิ่ง แต่รากฐานที่แท้จริงยังคงย้อนกลับไปที่การตัดสินใจของเบร์นาเบวในปี 1947 ที่กล้าสร้างสนามใหญ่เกินความจำเป็นของวันนั้น เพื่อรองรับสโมสรที่เขาเชื่อว่าจะเติบโตไปไกลกว่านั้นมาก และท้ายที่สุดก็เป็นแบบนั้นจริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO