เซตแชมป์ปี 1939 ฤดูกาลสุดท้ายก่อนลีกฝรั่งเศสหยุดยาว

สนาม Stade Louis-Michel ของแซ็ต

ฤดูกาล 1938/39 ของดิวิชัน 1 ฝรั่งเศส จบลงด้วยชื่อของเอฟซี เซต อยู่บนยอดตาราง ทีมจากเมืองท่าเล็ก ๆ ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเก็บได้ 42 คะแนน มากกว่าโอลิมปิก มาร์กเซย สองคะแนน และมากกว่าอาร์ซี ปารีส สี่คะแนน เรื่องเซตแชมป์ลีกฝรั่งเศส 1939 จึงไม่ใช่แค่อีกหนึ่งบรรทัดในทะเบียนแชมป์ เพราะหลังจากฤดูกาลนั้นจบลง ลีกอาชีพของฝรั่งเศสก็หยุดเดินไปหลายปี และเมื่อทุกอย่างกลับมาอีกครั้ง สโมสรที่ยืนอยู่บนยอดตารางในวันนั้นก็ไม่เคยกลับไปอยู่จุดเดิมได้อีกเลย

ฤดูกาล 1938/39 จบด้วยอะไร

ดิวิชัน 1 ปีนั้นมี 16 สโมสร แต่ละทีมเล่นกัน 30 นัด เซตปิดฤดูกาลด้วยสถิติชนะ 19 เสมอ 4 และแพ้ 7 ยิงได้ 65 ประตู เสีย 36 ประตู ตัวเลขประตูได้เสียบวก 29 ไม่ได้ดูถล่มทลาย แต่สิ่งที่ทำให้ทีมอยู่เหนือคู่แข่งคือจำนวนนัดที่แพ้ซึ่งอยู่ในระดับต่ำตลอดทั้งปี

สามอันดับแรกของดิวิชัน 1 ฝรั่งเศส ฤดูกาล 1938/39
อันดับ สโมสร คะแนน
1 เอฟซี เซต 42
2 โอลิมปิก มาร์กเซย 40
3 อาร์ซี ปารีส 38

ช่องว่างสองคะแนนระหว่างอันดับหนึ่งกับอันดับสองแปลว่าเกมเดียวก็พลิกได้ และถ้าเป็นฤดูกาลปกติ ท้ายตารางก็ควรมีทีมตกชั้นตามระเบียบ แต่ปีนั้นไม่ใช่ฤดูกาลปกติ ทีมที่จบอันดับ 15 และ 16 ไม่ได้ถูกปรับตกชั้นจริง เพราะเมื่อฝรั่งเศสประกาศระดมพลทั่วไป เหลือสโมสรที่ยังดำเนินกิจการต่อได้เพียง 14 ทีม และทั้ง 14 ทีมนั้นคือผู้ที่ได้ลงเล่นในฤดูกาลถัดมา

ทำไมแชมป์ปีนี้จึงนับเป็นสมัยที่สองของเซต

เซตไม่ใช่ทีมหน้าใหม่ในปี 1939 พวกเขาเคยเป็นแชมป์ลีกมาแล้วในฤดูกาล 1933/34 และปีนั้นยังคว้าถ้วยคูปเดอฟรองซ์ในฤดูกาลเดียวกัน โดยเอาชนะมาร์กเซย 3-2 ในนัดชิงชนะเลิศ การทำสองแชมป์ในปีเดียวครั้งนั้นคือดับเบิลครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลฝรั่งเศส ส่วนถ้วยฝรั่งเศสใบแรกของสโมสรมาตั้งแต่ปี 1930 ก่อนลีกอาชีพจะเริ่มต้นด้วยซ้ำ

ด้านนอกอัฒจันทร์โค้งของสนามโบนาล ผนังคอนกรีตสีเทาสลับราวเหล็กสีน้ำเงิน มีรถยนต์จอดอยู่ด้านหน้าและรั้วกั้นทางเข้า
ผนังโค้งด้านนอกและทางเข้าของสนามโบนาล สนามเหย้าของโซโชซ์ในภาคตะวันออกของฝรั่งเศส

ถ้าไล่ทะเบียนแชมป์ตั้งแต่ปีแรกจะเห็นภาพชัดขึ้น ปี 1933 เป็นของโอลิมปิก ลีลัวส์ ปี 1934 เซต ปี 1935 โซโชซ์ ปี 1936 อาร์ซี ปารีส ปี 1937 มาร์กเซย และปี 1938 โซโชซ์อีกครั้ง เมื่อเซตได้แชมป์ปี 1939 จึงมีเพียงสองสโมสรเท่านั้นที่เป็นแชมป์ลีกสองสมัยในยุคก่อนสงคราม คือโซโชซ์กับเซต นั่นทำให้ทีมจากเมืองเล็กทีมนี้ไม่ได้ถูกจัดเป็นม้ามืดที่โผล่มาปีเดียว แต่เป็นหนึ่งในสองทีมที่อยู่กับกลุ่มหัวตารางตลอดช่วงเจ็ดฤดูกาลแรก

สโมสรจากเมืองท่าเล็กแข่งกับทีมใหญ่ได้อย่างไร

เซตเป็นเมืองในจังหวัดเอโรลต์ แคว้นอ็อกซิตานี ทางใต้ของฝรั่งเศส ตัวเมืองวางตัวอยู่ระหว่างทะเลกับทะเลสาบ มีทั้งท่าเรือประมงและท่าเรือพาณิชย์เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ ข้อมูลปี 2023 ระบุประชากรราว 45,337 คน ซึ่งยังนับว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับปารีสหรือมาร์กเซย และในทศวรรษ 1930 ตัวเลขก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่านั้น

เรือประมงลำใหญ่สีขาวคาดแถบน้ำเงินจอดอยู่ริมคลองในเมืองเซต ด้านหลังเป็นอาคารสูงสามถึงสี่ชั้นสีครีม ชมพู และส้ม พร้อมร้านค้าที่ชั้นล่าง
เรือประมงจอดเทียบท่าหน้าอาคารสีสดริมคลองในเมืองเซต ภาพที่บอกว่าเศรษฐกิจของเมืองผูกกับท่าเรือมาโดยตลอด

สิ่งที่ช่วยให้เมืองขนาดนี้มีทีมอาชีพได้คือโครงสร้างของลีกเอง ดิวิชัน 1 ยุคนั้นรับแค่ 16 สโมสร ไม่ได้มีระบบถ่ายทอดสดหรือรายได้เชิงพาณิชย์แบบยุคหลังที่ทำให้ช่องว่างระหว่างสโมสรใหญ่กับสโมสรเล็กถ่างออกทุกปี สโมสรก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1914 มีฐานแฟนในเมืองท่าที่ผูกกับทีมแน่น และเมื่อฟุตบอลอาชีพเริ่มขึ้นในต้นทศวรรษ 1930 เซตก็อยู่ในกลุ่มแรกที่เข้าสู่ระบบทันที ไม่ใช่ทีมที่ค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาทีหลัง

หลังปี 1939 ลีกฝรั่งเศสเดินต่ออย่างไร

เหตุผลที่ทะเบียนแชมป์ขาดช่วงหลังปี 1939 ไม่ใช่เพราะไม่มีการแข่งขันเลย แต่เพราะรายการที่จัดในช่วงสงครามไม่ถูกนับเป็นแชมป์ทางการ ฤดูกาล 1939/40 ใช้ชื่อว่าแชมเปียนชิพแห่งชาติ แบ่งทีมออกเป็นสามกลุ่มตามภูมิภาค แล้วถูกขัดจังหวะจนไม่มีการประกาศแชมป์ ปีต่อมาผู้ชนะถูกกำหนดแยกตามเขตยึดครอง ฤดูกาล 1942/43 จัดได้เป็นระบบมากขึ้นแต่ผู้ชนะจากสองสายไม่เคยได้เจอกัน ส่วนฤดูกาล 1943/44 เปลี่ยนเป็นรายการที่ใช้ทีมประจำภูมิภาคแทนสโมสร

ฤดูกาล 1944/45 กลับมาแข่งเป็นสองกลุ่มอีกครั้งและมีนัดตัดสิน แต่ผลยังเป็นข้อพิพาทจนไม่มีการมอบแชมป์อย่างเป็นทางการ ตามธรรมเนียมของวงการฝรั่งเศส ตำแหน่งจากรายการช่วงปี 1939 ถึง 1945 ทั้งหมดจึงไม่ถูกนับรวมในทะเบียนเกียรติยศของสโมสร ลีกอาชีพกลับมาเดินตามปกติในฤดูกาล 1945/46 โดยมีลีล โอเอสเซ เป็นแชมป์ พูดอีกแบบคือนับจากวันที่เซตขึ้นไปอยู่บนยอดตาราง ฝรั่งเศสต้องรออีกหกปีกว่าจะมีแชมป์ลีกคนใหม่ที่ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการ

เส้นทางของเซตหลังจากนั้นเป็นอย่างไร

ช่วงสงครามคือจุดเริ่มต้นของการถอยหลังของสโมสร เมื่อลีกกลับมาเดินอีกครั้ง เซตไม่สามารถรักษาระดับเดิมไว้ได้ ทีมหล่นลงไปดิวิชัน 2 ในปี 1954 แล้วตัดสินใจเลิกสถานะอาชีพในปี 1960 ด้วยเหตุผลด้านการเงิน จากนั้นก็เป็นเรื่องของการขึ้นลงระหว่างลีกสมัครเล่นระดับต่าง ๆ ยาวนานหลายสิบปี โดยไม่เคยกลับไปแตะลีกสูงสุดอีก

บทสุดท้ายของชื่อเดิมเกิดขึ้นในปี 2023 เมื่อสโมสรถูกชำระบัญชีตามคำสั่งศาล ก่อนจะมีการตั้งทีมใหม่ในชื่อสปอร์ตติง คลับ เซตัว เพื่อสานต่อฟุตบอลในเมือง ปัจจุบันทีมเล่นอยู่ในเรฌียอนาล 2 ซึ่งเป็นลีกระดับภูมิภาคของแคว้นอ็อกซิตานี และยังใช้สนามหลุยส์ มิเชล ในเมืองเป็นบ้าน ระยะห่างระหว่างจุดนั้นกับบรรทัดในทะเบียนแชมป์ปี 1939 คือสิ่งที่ทำให้ฤดูกาล 1938/39 อ่านสนุกกว่าการเป็นแค่รายชื่อผู้ชนะ มันเป็นทั้งจุดสูงสุดของสโมสรหนึ่ง และเป็นเส้นแบ่งที่ลีกทั้งลีกเดินข้ามไปแล้วไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO