คาเปลโลแชมป์2007 เป็นเรื่องของโค้ชที่พาเรอัล มาดริดกลับมาชนะลาลีกาได้ด้วยการปรับทีมหลายครั้งระหว่างฤดูกาล ฟาบิโอ คาเปลโลเริ่มจากการเสริมผู้เล่นที่คุ้นเคยและให้ความสำคัญกับความแข็งแรงของทีม แต่จุดเปลี่ยนยังรวมถึงการเปิดประตูให้เดวิด เบ็คแฮมกลับมา และการใช้ตัวสำรองเพิ่มความคิดสร้างสรรค์เมื่อเกมไม่เป็นใจ แชมป์จึงไม่ได้เกิดจากการยึดผู้เล่นชุดเดิมหรือคำตัดสินเดิมตลอดทาง
การกลับมาของคาเปลโล
คาเปลโลแชมป์2007 กับภารกิจแก้ทีม
มาดริดประกาศการกลับมาของคาเปลโลในเดือนกรกฎาคม 2006 ภายใต้ประธานสโมสรคนใหม่ รามอน กัลเดรอน โค้ชชาวอิตาลีเคยพาทีมคว้าแชมป์ลีกฤดูกาล 1996/97 มาแล้ว และกลับมาคราวนี้หลังทำงานกับยูเวนตุส การเลือกเขาสะท้อนความต้องการผลการแข่งขันที่จับต้องได้ในช่วงที่สโมสรห่างจากแชมป์ลีกมาตั้งแต่ปี 2003
ฟาบิโอ คันนาวาโรกับเอเมอร์สันย้ายจากยูเวนตุสมาร่วมงานกับโค้ชคนเดิม คันนาวาโรเพิ่งเป็นกัปตันทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลก ส่วนเอเมอร์สันเคยทำงานกับคาเปลโลทั้งที่โรม่าและยูเวนตุส การเสริมทีมจึงไม่ได้เริ่มจากผู้เล่นที่ต้องทำความรู้จักแนวทางของโค้ชทั้งหมด แต่มีแกนที่เข้าใจการทำงานร่วมกันอยู่ก่อนแล้ว
อีกตำแหน่งสำคัญคือกองหน้า รุด ฟาน นิสเตลรอยย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงซัมเมอร์เดียวกัน และกลายเป็นผู้ทำประตูหลัก อย่างไรก็ตาม การมีนักเตะประสบการณ์สูงไม่ได้ทำให้ช่วงแรกผ่านไปอย่างราบรื่น ต้นเดือนกุมภาพันธ์มาดริดอยู่ที่สี่หลังแพ้ห้าจากแปดเกมลีกล่าสุด รวมถึงการแพ้เลบันเตในบ้าน 0–1 ความกดดันจึงครอบคลุมทั้งการลุ้นแชมป์และพื้นที่แชมเปียนส์ลีก
การกลับมาของเบ็คแฮมเปลี่ยนทางเลือกของทีม
เดือนมกราคม คาเปลโลเคยระบุว่าจะไม่ส่งเบ็คแฮมลงเล่นอีก หลังนักเตะตกลงย้ายไปลอสแอนเจลิส แกแล็กซีเมื่อจบฤดูกาล แต่เดือนถัดมาเขาเรียกกองกลางอังกฤษกลับมา และเบ็คแฮมยิงฟรีคิกในเกมบุกชนะเรอัล โซเซียดัด 2–1 ที่อาโนเอตา จากนั้นฟาน นิสเตลรอยทำประตูชัย การเปลี่ยนใจของโค้ชจึงให้ผลในสนามทันที
คาเปลโลยอมรับหลังเกมว่าการรู้จักแก้ข้อผิดพลาดเป็นคุณสมบัติของคนฉลาด ขณะที่ฟาน นิสเตลรอยชื่นชมความตั้งใจในการฝึกซ้อมของเพื่อนร่วมทีม แม้เบ็คแฮมจะมีช่วงบาดเจ็บตามมา แต่เมื่อกลับมาในเดือนเมษายน เขายังช่วยสร้างประตูสำคัญในเกมกับบาเลนเซียและเดปอร์ติโบได้ มาดริดจึงได้อาวุธจากการเปิดบอลกลับคืนมาในช่วงที่ทุกคะแนนมีความหมาย

กองหน้าและตัวเปลี่ยนเกม
ฟานนิสเตลรอยกับกูตี
ฟาน นิสเตลรอยจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งดาวซัลโวลาลีกาที่ 25 ประตู แต่การส่งบอลไปถึงเขาเป็นอีกส่วนของงานที่ต้องแก้ เกมพบเซบียาวันที่ 6 พฤษภาคมแสดงความสัมพันธ์นี้อย่างชัดเจน มาดริดตามหลังจากลูกยิงของเอ็นโซ มาเรสกา และต้องการผู้เล่นที่สามารถหาช่องจ่ายผ่านแนวรับได้ คาเปลโลจึงส่งกูตีลงแทนราอูลในครึ่งหลัง
กูตีจ่ายทะลุให้ฟาน นิสเตลรอยตีเสมอ จากนั้นส่งบอลให้โรบินโญยิงพาทีมขึ้นนำ สองจังหวะนี้เปลี่ยนโจทย์ของเซบียาจากการรักษาประตูนำเป็นการไล่ตาม ในช่วงท้ายฟาน นิสเตลรอยยังโหม่งบอลที่ปาลอปป้องกันลูกยิงของเซร์คิโอ รามอสออกมา เป็นประตูที่สามของมาดริด ก่อนเจ้าบ้านชนะ 3–2
ความสำคัญของตัวสำรองจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ยิงประตู กูตีทำให้ตัวรุกด้านหน้าได้รับบอลในพื้นที่ที่ใช้ความสามารถของตัวเองต่อได้ ฟาน นิสเตลรอยมีทั้งการรับบอลทะลุและการตามเก็บจังหวะสอง ส่วนโรบินโญใช้โอกาสที่เกิดขึ้นจบสกอร์ การเปลี่ยนคนเพียงตำแหน่งเดียวจึงส่งผลถึงทางเลือกของผู้เล่นหลายคนในเกมนั้น
มาดริดเร่งผลงานในช่วงสุดท้ายด้วยการชนะสิบจากสิบสองเกมลีก และขึ้นจ่าฝูงในช่วงนัดที่ 34 ความต่อเนื่องนี้ทำให้การพลิกเกมแต่ละครั้งมีน้ำหนักมากกว่าชัยชนะโดด ๆ ทีมยังต้องผ่านวันที่ยิงไม่เข้าและวันที่เสียประตูก่อน แต่การเก็บชัยชนะจำนวนมากในเวลาที่เหลือน้อยช่วยพาคะแนนขึ้นไปจนควบคุมเงื่อนไขของนัดสุดท้ายได้
คืนสุดท้ายกับมาร์ยอร์กา
เรเยสลงมาเปลี่ยนเกม
วันที่ 17 มิถุนายน 2007 มาดริดเปิดซานติอาโก เบร์นาเบวรับมาร์ยอร์กาโดยรู้ว่าชนะแล้วจะเป็นแชมป์ แต่เฟร์นานโด บาเรลาทำให้ทีมเยือนนำก่อน และฟาน นิสเตลรอยต้องออกจากสนามตั้งแต่ครึ่งแรก โดยกอนซาโล อิกวาอินลงแทน ทีมที่พึ่งประตูของกองหน้าชาวดัตช์มาตลอดจึงต้องหาทางชนะเกมตัดสินโดยไม่มีเขาอยู่ในสนามจนจบ
คาเปลโลส่งกูตีแทนเอเมอร์สันหลังพักครึ่ง ก่อนใช้โฆเซ อันโตนิโอ เรเยสแทนเบ็คแฮมในครึ่งหลัง เรเยสทำประตูตีเสมอไม่นานหลังลงสนาม โดยอิกวาอินหมุนหนีผู้เล่นประกบในเขตโทษแล้วจ่ายย้อนให้เขายิง ผู้เล่นสำรองสองคนจึงเชื่อมกันในประตูที่เปิดทางกลับมาของมาดริด ทั้งที่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแนวรุกเริ่มต้นในคืนนั้น
มาดริดขึ้นนำจากจังหวะโหม่งของมาฮามาดู ดิยาร์รา แล้วเรเยสทำประตูอีกครั้งให้สกอร์เป็น 3–1 บาร์เซโลนาชนะกิมนาสติก 5–1 ในอีกสนาม แต่ไม่มีผลเปลี่ยนเจ้าของแชมป์เมื่อมาดริดเก็บสามคะแนนได้ ทั้งสองทีมจบด้วย 76 คะแนน และผลการพบกันโดยตรงทำให้ถ้วยเป็นของมาดริดเป็นครั้งที่ 30

แชมป์ไม่ได้ทำให้คาเปลโลอยู่ต่อ มาดริดแยกทางกับเขาวันที่ 28 มิถุนายน หลังคุมทีมเพียงฤดูกาลเดียวในการกลับมาครั้งนี้ ผลงานปี 2007 จึงเป็นทั้งการยุติช่วงรอแชมป์ลีกและงานที่จบลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เขาทิ้งไว้คือทีมซึ่งเปลี่ยนความกดดันเป็นชัยชนะได้ พร้อมตัวอย่างว่าการจัดระเบียบทีมยังต้องมีพื้นที่ให้โค้ชทบทวนการตัดสินใจและเปลี่ยนผู้เล่นระหว่างทาง

