ตะมูดาโซคือประตูตีเสมอช่วงท้ายของราอูล ตะมูโด ในเกมที่เอสปันญอลบุกเสมอบาร์เซโลนา 2–2 วันที่ 9 มิถุนายน 2007 ประตูนี้ทำให้บาร์ซาพลาดโอกาสขึ้นนำตารางก่อนนัดสุดท้าย และช่วยให้เรอัล มาดริดยังเป็นฝ่ายกำหนดชะตาแชมป์ด้วยผลงานของตัวเอง แต่คืนนั้นลีกยังไม่จบ มาดริดยังต้องเล่นกับมาร์ยอร์กาอีกนัดเพื่อเปลี่ยนความได้เปรียบให้เป็นถ้วยจริง
เดิมพันของดาร์บี
ทีมเอสปันญอลลงเล่นเพื่ออะไร
เกมที่คัมป์นูเป็นนัดที่ 37 ของฤดูกาล บาร์เซโลนากับเรอัล มาดริดมี 72 คะแนนเท่ากันก่อนลงสนาม ส่วนมาดริดอยู่เหนือกว่าด้วยผลการพบกันโดยตรง ดังนั้นการชนะของบาร์ซาจะมีค่ามากเป็นพิเศษหากมาดริดเสียคะแนนในเกมเยือนซาราโกซา
สำหรับเอสปันญอล การแข่งขันมีความหมายของตัวเอง ทีมของเอร์เนสโต บัลเบร์เดเพิ่งผ่านนัดชิงยูฟ่าคัพที่แพ้เซบียาในการยิงจุดโทษมาในเดือนพฤษภาคม และมีคู่ปรับร่วมเมืองรออยู่ในโค้งสุดท้ายของลีก การแย่งคะแนนจากบาร์เซโลนาเป็นผลการแข่งขันที่แฟนเอสปันญอลจดจำได้โดยไม่ต้องอาศัยมุมมองของสโมสรจากมาดริด
เอสปันญอลยังเคยชนะดาร์บีนัดแรกของฤดูกาล 3–1 ที่มงต์จูอิกซึ่งเป็นสนามเหย้าของทีมในเวลานั้น เมื่อรวมกับผลเสมอในเดือนมิถุนายน บาร์ซาจึงเก็บได้เพียงหนึ่งคะแนนจากหกคะแนนที่เป็นไปได้ในการพบเพื่อนร่วมเมืองทั้งสองนัด
ตะมูโดเองกำลังเข้าใกล้สถิติส่วนตัว ประตูแรกในเกมนี้ทำให้เขาเทียบจำนวน 111 ประตูในลีกสูงสุดกับเอสปันญอลของราฟาเอล มาราญอน ส่วนประตูที่สองพาเขาขึ้นเป็นเจ้าของสถิติที่ 112 ประตู ความหมายสำหรับกัปตันและสโมสรจึงซ้อนอยู่กับผลต่อการลุ้นแชมป์ เป็นคืนที่เขาเปลี่ยนทั้งสกอร์ดาร์บีและลำดับในประวัติศาสตร์ทีมของตัวเอง

นาทีท้ายที่คะแนนเปลี่ยน
ตะมูดาโซเริ่มจากเกมที่เอสปันญอลขึ้นนำ
เอสปันญอลไม่ได้รอเพียงโอกาสสุดท้าย ตะมูโดยิงให้ทีมเยือนนำในครึ่งแรก หลังอีบัน เด ลา เปญาจ่ายบอลผ่านแนวรับให้เขาจบสกอร์ บาร์เซโลนาต้องไล่ตาม โดยเกมนี้ไม่มีโรนัลดินโญซึ่งติดโทษแบน และใช้ไอเดอร์ กุดยอห์นเซนเป็นหนึ่งในตัวรุก ลิโอเนล เมสซีจึงกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในการพาเจ้าบ้านกลับเข้าสู่เกม
เมสซีทำสองประตูให้บาร์ซาพลิกนำ 2–1 ลูกแรกก่อนพักครึ่งเป็นจังหวะใช้มือส่งบอลเข้าประตูที่ผู้ตัดสินให้เป็นประตู ส่วนลูกที่สองในครึ่งหลังเป็นการยิงจบหลังเกมรุกต่อบอลเข้ามา ความขัดแย้งของลูกแรกเพิ่มความตึงเครียดให้ดาร์บี แต่ผลบนกระดานยังเป็นการนำของเจ้าบ้าน และเอสปันญอลยังต้องหาประตูเพิ่มเพื่อเอาคะแนนกลับออกไป
ตะมูโดกับผลซาราโกซา
ที่ลา โรมาเรดา ดิเอโก มิลิโตทำให้ซาราโกซานำมาดริดจากจุดโทษ ก่อนรุด ฟาน นิสเตลรอยจะตีเสมอในครึ่งหลัง แต่เจ้าบ้านกลับขึ้นนำอีกครั้งจากมิลิโต มาดริดจึงต้องไล่ตามเป็นครั้งที่สอง ขณะที่บาร์เซโลนายังรักษาสกอร์นำเอสปันญอลอยู่ สถานการณ์นี้ทำให้ตำแหน่งจ่าฝูงดูเหมือนกำลังจะเปลี่ยนมือ
หากผลทั้งสองสนามจบลงในสภาพนั้น บาร์ซาจะมี 75 คะแนน ส่วนมาดริดหยุดอยู่ที่ 72 คะแนน นั่นหมายถึงบาร์เซโลนาจะเข้าสู่นัดสุดท้ายพร้อมคะแนนนำสามแต้ม และไม่จำเป็นต้องรอให้คู่แข่งทำพลาดเพื่อคว้าแชมป์อีกแล้ว ส่วนมาดริดจะต้องชนะเกมของตัวเองและหวังให้บาร์ซาแพ้จึงจะกลับมามีคะแนนเท่ากันได้
แต่ฟาน นิสเตลรอยทำประตูตีเสมอ 2–2 ช่วงท้ายให้มาดริด และไม่นานตะมูโดก็ทำให้ดาร์บีจบที่สกอร์เดียวกัน ประตูของกองหน้าเอสปันญอลถูกบันทึกในนาทีที่ 89 บาร์เซโลนาจึงเสียสองคะแนนจากผลชนะที่กำลังถืออยู่ ขณะที่มาดริดได้เพิ่มหนึ่งคะแนนจากผลแพ้ที่เกือบต้องยอมรับ การเปลี่ยนแปลงคนละด้านทำให้ทั้งสองทีมกลับมามีคะแนนเท่ากันอีกครั้ง
หลังจบเกม ทั้งคู่มี 73 คะแนน เมื่อเทียบกับตารางชั่วคราวก่อนประตูท้ายเกม ช่องว่างสามแต้มจึงหายไปทั้งหมด ตะมูโดไม่ได้ยิงให้มาดริด แต่ประตูของเขามีผลต่อเงื่อนไขของมาดริดโดยตรง เช่นเดียวกับที่ฟาน นิสเตลรอยต้องทำหน้าที่ในสนามของตัวเองให้สำเร็จด้วย ประตูใดประตูหนึ่งเพียงลำพังย่อมไม่สร้างสถานการณ์เหมือนผลที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
หนึ่งนัดยังเหลือ
เงื่อนไขก่อนวันปิดลีก
ความได้เปรียบของมาดริดเมื่อคะแนนเท่ากันมาจากเกมกับบาร์เซโลนาทั้งสองนัดในลีก มาดริดชนะในบ้าน 2–0 และเสมอที่คัมป์นู 3–3 จึงได้สี่คะแนนจากการพบกัน ขณะที่บาร์ซาได้หนึ่งคะแนน เงื่อนไขนี้ทำให้ชัยชนะของมาดริดเหนื้อมาร์ยอร์กาในนัดสุดท้ายเพียงพอต่อแชมป์ ไม่ว่าบาร์เซโลนาจะยิงคู่แข่งได้มากเท่าใดก็ตาม
หากบาร์ซาชนะกิมนาสติก ตาร์ราโกนาและมาดริดไม่ชนะ บาร์ซาจะเป็นแชมป์ ความต่างจากช่วงที่นำเอสปันญอลอยู่จึงชัดเจนมาก จากทีมที่ใกล้จะเลือกเส้นทางสู่แชมป์ได้ด้วยตัวเอง กลายเป็นทีมที่ต้องติดตามอีกสนามจนจบฤดูกาล แม้การแข่งยังเหลือและโอกาสยังไม่หมด แต่ผู้ที่ต้องรอความผิดพลาดของคู่แข่งได้เปลี่ยนฝ่ายแล้ว
วันที่ 17 มิถุนายน บาร์เซโลนาชนะกิมนาสติก 5–1 แต่เรอัล มาดริดพลิกจากตามหลังมาร์ยอร์กามาชนะ 3–1 ที่ซานติอาโก เบร์นาเบว ทั้งสองทีมจบด้วย 76 คะแนน และผลการพบกันโดยตรงทำให้มาดริดเป็นแชมป์ ประตูของตะมูโดเมื่อแปดวันก่อนจึงเชื่อมโยงกับบทสรุปนี้ผ่านคะแนนและเงื่อนไขนัดสุดท้ายอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับเอสปันญอล ภาพจำยังอยู่ที่กัปตันซึ่งยิงสองประตูในสนามคู่ปรับและขึ้นเป็นเจ้าของสถิติของสโมสร ทีมไม่ได้ชนะดาร์บีในคืนนั้น แต่สามารถเอาคะแนนกลับมาได้ทั้งที่ตามหลังจนเกือบหมดเวลา นั่นคือเหตุผลที่ตะมูดาโซมีชีวิตอยู่ในเรื่องเล่าของเอสปันญอลเอง พอ ๆ กับที่ถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์การแย่งแชมป์ของสองทีมใหญ่

