ริเกลเมที่บียาร์เรอัล พบทีมที่ทำให้ความสามารถในการจ่ายบอลของเขาเชื่อมกับการวิ่งของเพื่อนร่วมทีมได้อย่างเด่นชัด ฮวน โรมัน ริเกลเมย้ายจากบาร์เซโลนามาแบบยืมตัวในปี 2003 ก่อนร่วมกับดิเอโก ฟอร์ลันพาทีมจบอันดับสามในลาลีกาฤดูกาล 2004–05 จอมทัพอาร์เจนไตน์ไม่ได้ทำงานลำพัง กองกลางที่ช่วยป้องกัน ผู้เล่นที่วิ่งหาพื้นที่ และกองหน้าที่จบโอกาส ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขามีอิทธิพลต่อเกม
เหตุใดจึงย้ายมาบียาร์เรอัล
จากพื้นที่จำกัดที่บาร์เซโลนาสู่การยืมตัว
ริเกลเมย้ายจากโบคา จูเนียร์สไปบาร์เซโลนาในปี 2002 แต่ยังไม่สามารถสร้างบทบาทที่มั่นคงได้ เมื่อแฟรงก์ ไรการ์ดเข้ารับงานในฤดูร้อนถัดมา เขาเลือกใช้ตำแหน่งผู้เล่นนอกสหภาพยุโรปกับฮาเวียร์ ซาวิโอลา รุสตู เรชเบร์ ราฟาเอล มาร์เกซ และโรนัลดินโญ การจัดทีมใหม่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ริเกลเมต้องหาทางลงสนามกับสโมสรอื่น
ข่าวการยืมตัวไปบียาร์เรอัลได้รับการยืนยันในเดือนสิงหาคม 2003 ข้อตกลงเปิดทางให้ขยายต่อเป็นปีที่สองได้ ที่สโมสรใหม่เขาได้พบอดีตเพื่อนร่วมทีมโบคาอย่างโรดอลโฟ อาร์รัวบาร์เรนาและฟาบริซิโอ โกโลชชินีด้วย การเปลี่ยนทีมครั้งนี้จึงยังเป็นการเล่นฟุตบอลสเปนต่อไป แต่ในกลุ่มผู้เล่นและโครงสร้างที่ต่างจากบาร์เซโลนา

ฤดูกาลแรกของริเกลเมกับบียาร์เรอัลจบด้วยการไปถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่าคัพ ส่วนในลีกทีมอยู่อันดับแปด มี 54 คะแนน พัฒนาการดังกล่าวเกิดก่อนมานูเอล เปเยกรินีเข้ามาเป็นโค้ชในเดือนกรกฎาคม 2004 จากริเวอร์เพลต ดังนั้นเรื่องของริเกลเมที่นี่ไม่ได้เริ่มต้นพร้อมกับเปเยกรินี แต่โค้ชชาวชิลีเป็นผู้พาทีมก้าวต่อไปในฤดูกาลที่สองของเขา
ริเกลเมที่บียาร์เรอัลจากผู้เล่นยืมสู่การซื้อขาด
เมื่อจบฤดูกาล 2004–05 บียาร์เรอัลซื้อริเกลเมขาด โดยการย้ายได้รับการยืนยันเสร็จสมบูรณ์ในเดือนมิถุนายน 2005 พร้อมสัญญาสี่ปี การตัดสินใจนี้ตามหลังผลงานอันดับสามและการยิง 15 ประตูในลีกของเขา จึงเป็นการรักษาผู้เล่นที่ทำงานเข้ากับทีมได้แล้ว หลังจากทดสอบร่วมกันผ่านการยืมตัวสองฤดูกาล
ทีมสร้างพื้นที่ให้จอมทัพ
ริเกลเมกับฟอร์ลันมีคนช่วยอยู่รอบตัว
ฟอร์ลันเข้าร่วมทีมในปี 2004 และกลายเป็นคู่ประสานสำคัญในฤดูกาลถัดจากการมาถึงของริเกลเม กองหน้าชาวอุรุกวัยทำ 25 ประตูในลีก เมื่อรวมกับ 15 ประตูของริเกลเม ทั้งคู่มีส่วนยิงรวม 40 ประตูจากทั้งหมด 69 ประตูของบียาร์เรอัล แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขามีมากกว่าการบวกยอดประตู เพราะคนหนึ่งช่วยเลือกจังหวะส่ง ขณะที่อีกคนเคลื่อนที่เพื่อให้การจ่ายนั้นกลายเป็นโอกาส
เกมชนะบาร์เซโลนา 3–0 ที่เอล มาดริกัลวันที่ 9 มกราคม 2005 เป็นตัวอย่างชัดเจน ริเกลเมมีฟอร์ลันและกวยเรวิ่งเปิดทางให้ ส่วนมาร์กอส เซนนากับโฆซิโกช่วยป้องกันแดนกลาง การประสานงานระหว่างริเกลเมกับฟอร์ลันทางซ้ายทำให้เกิดประตูแรก งานของผู้สร้างเกมจึงได้รับประโยชน์จากทั้งการวิ่งข้างหน้าและการดูแลพื้นที่ข้างหลัง
ประตูที่สองในต้นครึ่งหลังมาจากกอนซาโล โรดริเกซเข้าจบลูกฟรีคิกของริเกลเม ก่อนฟอร์ลันยิงเพิ่มปิดท้าย การเปิดจากลูกตั้งเตะเป็นอีกทางที่จอมทัพทำให้เพื่อนร่วมทีมมีโอกาสทำประตู ผู้รับบอลจึงไม่จำเป็นต้องเป็นกองหน้าประจำทีมเสมอไป แม้ริเกลเมไม่ได้ยิงเองในเกมนี้ อิทธิพลต่อผลการแข่งขันก็ปรากฏในจังหวะที่ทีมเปลี่ยนการครองบอลเป็นประตู

คนจ่ายสามารถเป็นคนจบได้เช่นกัน
สองสัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 23 มกราคม บทบาทการทำประตูสลับมาอยู่ที่ริเกลเมอย่างเต็มตัว เขาทำแฮตทริกในเกมชนะบาเลนเซีย 3–1 ประตูแรกเป็นจุดโทษหลังฟอร์ลันถูกผลัก ก่อนริเกลเมยิงไกลให้ทีมทิ้งเป็น 2–0 ช่วงก่อนพักครึ่ง ฟอร์ลันจึงมีส่วนต่อการเปิดสกอร์ในเกมที่ชื่อตัวเองไม่ปรากฏบนบัญชีผู้ทำประตู
บาเลนเซียมีโอกาสกลับมาเมื่อได้จุดโทษ แต่เปเป เรนาเซฟลูกยิงของมาร์โก ดิ วาโยได้ ต่อมาปาโบล ไอมาร์ยิงอีกจุดโทษตีตื้น หลังโรดริเกซทำแฮนด์บอลและถูกไล่ออก ริเกลเมจึงต้องยิงจุดโทษอีกครั้งเพื่อยืนยันชัยชนะ การทำสามประตูของเขาโดดเด่น แต่การเซฟของเรนาก็ช่วยรักษาความได้เปรียบในช่วงที่เกมยังไม่จบ
อันดับสามเป็นผลของทั้งทีม
ประตูเพิ่มขึ้นและเสียประตูน้อยลง
บียาร์เรอัลจบลีกปี 2005 ด้วย 65 คะแนน จากชัยชนะ 18 นัด เสมอ 11 และแพ้ 9 ทีมยิงได้ 69 ประตูและเสีย 37 ประตู เทียบกับฤดูกาลก่อนที่ยิง 47 และเสีย 49 ประตู จึงเห็นการพัฒนาทั้งสองด้าน เกมรุกเพิ่มขึ้น 22 ประตู ส่วนเกมรับเสียลดลง 12 ประตู อันดับสามไม่ได้เกิดจากความสามารถของกองหน้าคู่เดียวโดยที่ส่วนอื่นของทีมอยู่กับที่
เกมสุดท้ายกับเลบันเตวันที่ 29 พฤษภาคมยังต้องเริ่มจากการตามหลังที่เอล มาดริกัล ริเกลเมเปิดบอลให้โฆซิโกตีเสมอ ก่อนฟอร์ลันทำสองประตูและลูเซียโน ฟิเกรัวยิงปิดท้ายให้ทีมชนะ 4–1 เมื่อเลบันเตต้องเปิดเกมหาประตู พื้นที่ที่เหลืออยู่ก็กลายเป็นโอกาสให้แนวรุกบียาร์เรอัลเข้าทำได้มากขึ้น
ผลนัดนั้นทำให้ฟอร์ลันจบด้วย 25 ประตู ได้รางวัลดาวซัลโวลีกและรองเท้าทองคำยุโรปร่วมกับเธียร์รี อองรี ส่วนสโมสรได้สิทธิ์เล่นแชมเปียนส์ลีกรอบคัดเลือกรอบสามเป็นครั้งแรก อันดับสามยังไม่ใช่ตั๋วรอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ ทีมต้องผ่านเอฟเวอร์ตันในเดือนสิงหาคมจึงเข้าสู่รอบนั้นได้

