โรนัลดินโญปี2005 ในเกมที่เบร์นาเบวโดดเด่นเพราะสองประตูที่เปลี่ยนการดวลริมเส้นให้เป็นโอกาสยิง แต่บาร์เซโลนาขึ้นนำไปก่อนแล้วจากการประสานงานของลิโอเนล เมสซีกับซามูเอล เอโต ชัยชนะ 3–0 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนจึงมีทั้งฝีมือเฉพาะตัวและงานของทีม ส่วนเสียงปรบมือจากผู้ชมมาดริดบางส่วนเป็นภาพตอบรับความยอดเยี่ยมของคู่แข่ง โดยไม่ได้หมายความว่าทุกคนในสนามมีปฏิกิริยาเหมือนกัน
บาร์ซาสร้างจังหวะอย่างไร
เอโตทำประตูก่อน
แฟรงก์ ไรการ์ดเลือกเมสซีลงเป็นตัวจริงในเอลกลาซิโกครั้งแรกของดาวรุ่งวัย 18 ปี แนวรุกมีเอโตและโรนัลดินโญร่วมอยู่ด้วย ข้างหลังเป็นเอดมิลซอน ชาบี เอร์นานเดซ และเดโก ชื่อของเมสซีจึงไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบย้อนหลังของเรื่องเล่า เพราะเขามีส่วนกับประตูเปิดเกมตั้งแต่ช่วงต้นการแข่งขัน
บาร์เซโลนานำเมื่อเมสซีพาบอลขึ้นมาแล้วส่งต่อให้เอโตจบสกอร์ผ่านอิเกร์ กาซิยาสในช่วงราวสิบห้านาทีแรก การเข้าทำครั้งนี้ใช้ความสามารถพาบอลผ่านพื้นที่ของผู้เล่นคนหนึ่งต่อเข้ากับการจบของอีกคน ก่อนที่โรนัลดินโญจะทำสองประตูในครึ่งหลัง มาดริดจึงต้องเล่นจากสถานการณ์ตามหลังอยู่แล้ว
รายชื่อตัวจริงยังมีบิกตอร์ บัลเดสเฝ้าเสา โดยโอเลเกร์ ราฟาเอล มาร์เกซ การ์เลส ปูโยล และโจวานนี ฟาน บรองก์ฮอร์สต์อยู่ในแนวรับ ทีมเยือนไม่ได้ส่งผู้เล่นสร้างสรรค์เกมลงไปโดยละทิ้งการป้องกัน ประตูนำทำให้บาร์เซโลนามีความได้เปรียบ แต่การรักษาความได้เปรียบนั้นต้องผ่านงานของผู้เล่นที่อยู่หลังแนวรุกด้วย

โรนัลดินโญปี2005กับการเริ่มจากด้านซ้าย
ในสองประตูของโรนัลดินโญ จุดเริ่มต้นที่สำคัญคือการได้รับบอลทางซ้ายและมีโอกาสเผชิญหน้ากองหลัง เขาไม่ได้รับบอลอยู่หน้าประตูโดยไม่มีใครขวาง แต่ต้องพาบอลผ่านคู่แข่งก่อนจะเลือกยิง สิ่งที่ทำให้กองหลังรับมือยากคือการเปลี่ยนจากช่วงประเมินจังหวะไปเป็นการเร่งความเร็ว โดยยังควบคุมบอลให้อยู่ในระยะเล่นต่อได้
ตำแหน่งด้านข้างทำให้เขามีทางไปได้มากกว่าหนึ่งทิศ หากกองหลังขยับเข้าหาบอลเร็วเกินไป พื้นที่ด้านหลังจะเปิด แต่หากถอยอย่างเดียว เขาก็สามารถพาบอลเข้าใกล้เขตโทษได้ ทั้งสองประตูจึงเป็นการบังคับให้คู่แข่งตัดสินใจระหว่างปิดทางเลี้ยงกับรักษาระยะป้องกันประตู และโรนัลดินโญใช้จังหวะที่ระยะเหล่านั้นเปลี่ยนไปอย่างแม่นยำ
สองประตูของโรนัลดินโญ
จากการเร่งความเร็วสู่ช่องยิง
ประตูแรกของเขาเกิดช่วงใกล้ครบหนึ่งชั่วโมง โรนัลดินโญพาบอลจากด้านซ้ายเข้าสู่พื้นที่อันตราย ภาพจังหวะเข้าทำแสดงให้เห็นว่ากองหลังซึ่งเข้าขวางไม่สามารถหยุดการเคลื่อนที่ได้ เขาพาบอลต่อผ่านแนวป้องกันเข้าหาประตู ก่อนยิงผ่านกาซิยาสให้บาร์เซโลนานำ 2–0
การรักษาบอลระหว่างวิ่งสำคัญพอ ๆ กับการยิง เพราะเขาต้องผ่านทั้งผู้เล่นที่เข้าประกบและคนที่อยู่ลึกลงไปใกล้ประตู ในช่วงท้ายของการเลี้ยงยังมีกองหลังอยู่ระหว่างบอลกับผู้รักษาประตู แต่โรนัลดินโญไม่หยุดรอให้แนวรับจัดระเบียบใหม่ เขาใช้จังหวะต่อเนื่องจากการพาบอลเพื่อสร้างช่องยิงของตัวเอง
ภาพซ้ำจากหลายมุมทำให้เห็นการเปลี่ยนระยะระหว่างผู้เลี้ยงกับผู้ป้องกัน จากช่วงที่กองหลังยังอยู่ตรงหน้าไปสู่ช่วงที่ต้องหันไล่ตาม การเร่งผ่านจุดนั้นทำให้โรนัลดินโญได้เปรียบโดยไม่ต้องใช้ท่าหลอกจำนวนมากติดต่อกัน ความยากของประตูอยู่ที่การเลือกจังหวะและสัมผัสบอลให้พอดีกับความเร็วของร่างกาย
ดวลรามอสอีกครั้งในประตูปิดเกม
ประตูที่สองของเขาเกิดช่วงท้ายครึ่งหลัง การต่อบอลก่อนหน้านั้นทำให้โรนัลดินโญรับบอลหันเข้าหาคู่แข่งทางด้านซ้าย เซร์คิโอ รามอสขยับเข้ามาปิด เขาแตะบอลผ่านแล้วเร่งเข้าเขตโทษ แม้รามอสยังวิ่งตามและพยายามเข้าประชิด โรนัลดินโญก็รักษาทางวิ่งไปจนถึงจังหวะยิงได้
ต่างจากการหยุดเพื่อเลี้ยงย้อนกลับมาหาพื้นที่กลางสนาม เขาเลือกเดินหน้าต่อในทางที่เปิดขึ้น กาซิยาสออกมารับมือ แต่ลูกยิงผ่านไปเข้าประตูอีกครั้ง บาร์เซโลนานำ 3–0 ทั้งสองประตูเริ่มจากด้านซ้ายเหมือนกัน ทว่าจังหวะที่สองเน้นการชนะคู่ประกบแล้วจบจากมุมที่แคบลงขณะผู้เล่นแนวรับยังไล่อยู่

ความหมายของเสียงตอบรับ
ผู้ชมที่ยอมรับฝีมือคู่แข่ง
หลังประตูที่สาม ภาพผู้ชมที่อยู่ด้านหลังกลุ่มนักเตะบาร์เซโลนาแสดงให้เห็นคนปรบมือ บางคนสวมเสื้อหรือผ้าพันคอมาดริด ขณะเดียวกัน คนอื่นในบริเวณเดียวกันยังนั่งมองหรือมีท่าทีต่างออกไป ภาพนี้จึงสะท้อนว่ามีแฟนเจ้าบ้านยอมรับการเล่นของโรนัลดินโญจริง แต่ไม่ได้เป็นการแสดงความรู้สึกร่วมกันของคนทั้งสนาม
โรนัลดินโญกล่าวหลังเกมว่าการได้รับเสียงปรบมือจากแฟนคู่แข่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เขาสะเทือนใจและจะไม่ลืม เพราะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในอาชีพนักฟุตบอล คำพูดนี้ช่วยอธิบายความสำคัญของเหตุการณ์ต่อผู้เล่นเอง
ปูโยลยกย่องโรนัลดินโญอย่างมาก แต่ก็ระบุถึงงานของเพื่อนร่วมทีมที่ทำให้ชนะ ส่วนมิเชล ซัลกาโดของมาดริดยอมรับว่าบาร์เซโลนาทำได้ดีกว่าทั้งการบุก การป้องกัน และภาพรวมการเล่น มุมมองจากสองฝั่งจึงกลับมาที่การแข่งขันทั้งเกม ไม่ใช่แค่ปฏิกิริยาสั้น ๆ บนอัฒจันทร์
สามคะแนนในเส้นทางที่ยังไม่จบ
ชัยชนะครั้งนี้พาบาร์เซโลนาขึ้นเหนือโอซาซูนาด้วยผลต่างประตู และนำมาดริดสี่คะแนนในเวลานั้น จึงเป็นผลที่มีความหมายโดยตรงต่อการแข่งขันลาลีกา แต่ยังไม่ใช่เกมตัดสินแชมป์ ฤดูกาล 2005–06 ต้องดำเนินต่ออีกหลายเดือน ก่อนบาร์เซโลนาจะได้ทั้งแชมป์ลีกและแชมเปียนส์ลีก
สิ่งที่ทำให้ค่ำคืนที่เบร์นาเบวคงอยู่ในความทรงจำคือการเห็นผู้เล่นคนหนึ่งตัดสินจังหวะยากได้ซ้ำสองครั้งภายในเกมเดียว ขณะที่ทีมมีประตูจากเอโตและรักษาคลีนชีตได้ด้วย เสียงปรบมือเป็นการตอบรับภาพเหล่านั้น และฝีมือที่เกิดขึ้นก่อนเสียงตอบรับก็คือเหตุผลที่เกมนี้ยังถูกกล่าวถึง

